10 อันดับ ข่าวเด่น toptenthailand ประจำวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

update :28/11/2013 14:59
views : 694
ที่มา :
ทีมงาน toptenthailand ขอนำเสนอ 10 อันดับข่าวเด่น ประจำวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555
10. คลิประทึก! ชายออสซี่ลอยคอกลางทะเล หวิดโดนฉลามรุมกิน
เกิดอุบัติเหตุเรือของชายไม่ทราบชื่อ วัย 49 ปี ชาวออสเตรเลียรายหนึ่งล่ม ขณะออกมาล่องเรือพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน ทำให้เพื่อน1คนเสียชีวิต ขณะที่เพื่อนอีกคนก็หายตัวไป ส่วนชายดังกล่าวต้องลอยคออยู่ในน้ำทะเล นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ราว 270 กิโลเมตร นานกว่า 20 ชั่วโมง ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ของสำนักข่าวท้องถิ่นในออสเตรเลียบินไปพบเข้าโดยบังเอิญ ขณะเดียวกันก็เห็นฉลามหัวค้อนหลายตัวกำลังว่ายวนไปมาอยู่รอบตัวเขา จึงเร่งแจ้งให้หน่วยยามฝั่งเข้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งในท้ายที่สุดชายรายนี้ก็ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่หน่วยยามฝั่งกำลังเร่งค้นหาเพื่อนอีกคนหนึ่งที่สูญหายไปอย่างเร่งด่วน
9. ปรับพื้นถนนบรมฯ กว่า 3 ก.ม.ทำให้รถติด
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซค์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย กล่าวว่า จากพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะมีผลให้ผู้ต้องขังที่อยู่ในการควบคุมของเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ที่เข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ประมาณ 30,000 คน เบื้องต้นคาดว่ากรมราชทัณฑ์จะใช้เวลาภายใน 2 วัน ดำเนินการสำรวจรายชื่อผู้ต้องขังและทยอยปล่อยตัวได้ โดยกลุ่มที่จะได้รับการปล่อยตัวทันที คือ ผู้ต้องโทษกักขัง และผู้ที่ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ต้องขังที่จำคุกมานานกว่า 1 ปี จะได้รับการลดโทษและปล่อยตัว แต่ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า
8. วัยรุ่นจีนขายไตแลกไอโฟน ป่วยหนักขั้นพิการ
ฝนตกถล่มกรุงพัดป้ายโฆษณาทับร้านเฟอร์นิเจอร์ ย่านพระราม 2 ถูกคนงานบาดเจ็บ ส่วนย่านบางบอนลมพัดกิ่งไม้ทะลุกระจกรถไฟมหาชัย วงเวียนใหญ่ เสียบคอคนขับสาหัส (12 ส.ค.) เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เกิดเหตุฝนตกลมแรงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 5 - 6 ชั้น ล้มลงทับร้ายขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และร้านเฟอร์นิเจอร์ จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ ปากซอยพระรามสอง 40 ส่งผลให้โครงหลังคาของร้านเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว หล่นทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ในร้าน ได้รับบาดเจ็บ หมดสติ 1 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ส่วนร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มีเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อปพร.บางบอน ได้รับแจ้งเหตุฝนตกลมแรง พัดกิ่งไม้กระแทกกระจกรถไฟ ขบวนที่ 17 จากวงเวียนใหญ่ มุ่งหน้า มหาชัย จุดเกิดเหตุอยู่ย่านบางบน ส่งผลให้กิ่งไม้ทะลุกระจก เสียบเข้าที่คอของคนขับรถไฟ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบางกอก 8 อินเตอร์เนชั่นแนล แล้วปรับพื้นถนนบรมฯ กว่า 3 ก.ม.ทำให้รถติด
7. สว.ทำปืนลั่นถูกเลขาฯสาวดับอนาถ ขณะกินข้าวในร้านอาหาร
เมื่อเวลา 22.00 น.วันนี้ (12 ส.ค.) พ.ต.ท.ชูศักดิ์ พูลสวัสดิ์ พงส.สภ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้รับแจ้งจากรพ.วังชิ้นว่ามีคนถูกยิงไปรักษาตัว จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนเดินทางไปสอบสวนที่รพ.ฯแต่แพทย์ส่งตัวไปรพ.แพร่เพื่อผ่าตัดเพราะอาการสาหัส แต่เมื่อรถพยาบาลไปถึงเขตอำเภอลอง จ.แพร่ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเวลาต่อมา ทราบชื่อผู้ตายคือนางชนากาญจน์ เด็ดขาด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/94 หมู่ 10 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ผู้ติดตามนายบุญส่ง โควาวิสารัช อายุ 56 ปี สว.แม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 117/14 ถนนขุนลุมประภาส ต.จอมคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถูกยิงเข้าหน้าท้องกระสุนฝังใน และผู้ที่ทำปืนลั่นใส่คือนายบุญส่งนั่นเอง ต่อมาพล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปล่งขำ ผบก.ภ.จว.แพร่ เดินทางไปตรวจสอบที่รพ.แพร่รวมทั้งเชิญนายบุญส่ง มาสอบสวน โดยมีนายขวัญชัย พนมขวัญ สว.แพร่ เดินทางตามมาให้กำลังใจด้วย สอบสวนนายบุญส่ง ให้การอย่างเศร้าสลดว่า ตนและผู้ติดตามเดินทางจากจ.แม่ฮ่องสอนเพื่อเข้ากรุงเทพฯระหว่างทางแวะทานข้าวที่ร้านอาหารปิยะนัท ริมถนนบ้านเด่น หมู่ 2 ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น ขณะรออาหารตนได้หยิบเอาปืน อูซี่ 9 มม. ออโต้ ออกมาดู แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบเกิดปืนลั่น 1 นัด กระสุนเข้าหน้าท้องผู้ติดตาม ตนตกใจสุดขีดและให้เจ้าของร้านช่วยนำส่งรพ.ทันที ก่อนส่งต่อรพ.แพร่ช่วยเหลือผ่าตัดเร่งด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ได้สอบปากคำเบื้องต้นแล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมตัวนายบุญส่งไว้ได้เนื่องจาก สว.มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเพราะอยู่ในสมัยเปิดประชุมสภา และรอผลตรวจเขม่าปืน ส่วนข้อหาตามกฎหมายคือทำการประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต
6. น่ารักอ๊า ณเดชน์ ญาญ่า ควงแม่ทำบุญ
น่ารัก น่าเอาเยี่ยงอย่างได้อีก สำหรับคู่พระ-นางที่เคมีเข้ากันที่ซู้ด ณ ขณะนี้ เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับสาวน้อย ญาญ่า อุรัสยา และอย่างที่ทราบกันดีว่านอกจากจะหวานกันในจอแล้ว คู่นี้ก็ถือว่าเป็นพี่น้องที่ชอบเรื่องการเข้าวัดทำบุญเอามั่กๆ ล่าสุดทั้งคู่ก็เพิ่งจะควงคุณแม่ไปทำบุญร่วมกันในวันมหามงคล หรือวันแม่ที่ผ่านไปหมาดๆ ใครได้เห็นก็อดชื่นชมไม่ได้ อย่างนี้ไม่ให้แฟนละครจัดให้เป็นคู่จิ้นยังไงไหว....
5. โจรสุดหื่น! ปีนห้องน้ำปั๊ม หวังข่มขืนสาวพัทยา
โจรหื่นกามปีนห้องน้ำหญิงภายในปั๊มน้ำมันชื่อดัง ลงมือตบตีหวังข่มขืนสาวพัทยา เหยื่อกัดฟันสู้ร้องตะโกนให้คนช่วย คนร้ายเผ่นหนีป่าราบ (12 ส.ค.) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีคนร้ายปีนเข้าไปในห้องน้ำหญิง แล้วใช้กำลังทำร้ายร่างกาย และพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ที่เข้าไปใช้ห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องน้ำหญิงพบ น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยท่าทีตื่นตระหนก โดยให้การว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปกราบแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ พร้อมกับรับประทานอาหาร ร่วมกันภายในครอบครัว กระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน จึงขับขี่รถจยย.เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พัก และแวะไปทำกิจธุระในห้องน้ำปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ น.ส.ฟ้า กล่าวต่อว่า ขณะที่กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่นั้น จู่ๆ คนร้ายเป็นชาย ได้ปีนผนังห้องน้ำที่ติดกัน แล้วชะโงกศีรษะมาดูตนทำธุระ ด้วยความตกใจ ตนจึงตะโกนด่าทอออกไปทันที พร้อมร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายกลับปีนข้ามผนังห้องน้ำเข้ามาในห้องของตน พบว่าเป็นชาย อายุประมาณ 25-30 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 175 ซม. ผิวคล้ำ จากนั้นคนร้ายได้ตรงเข้าปลุกปล้ำตน แต่ตนพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างเต็มที่ คนร้ายจึงใช้กำปั้นต่อยท้องน้อย และใบหน้าตนเพื่อให้หยุด แต่ตนยังคงพยายามร้องตะโกนให้คนช่วยต่อไป จนคนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีออกจากห้องน้ำ แล้วปีนบันไดที่อยู่ติดกับกำแพงปั๊ม กระโดดข้ามหนีไปอีกฝั่งหนึ่ง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยรอบ แต่พบเพียงรองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย ถอดทิ้งไว้ที่บริเวณแท้งเก็บน้ำหลังห้องน้ำ นอกจากนี้ยังได้นำตัวพนักงานปั๊มน้ำมัน ที่พักอยู่ภายในปั๊มมาให้ผู้เสียหายดูปรากฏว่าไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุ จึงเชิญตัวผู้เสียหายไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และประสานฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป
4. อภัยโทษ 3หมื่นคนเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซค์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ของสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย กล่าวว่า จากพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะมีผลให้ผู้ต้องขังที่อยู่ในการควบคุมของเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ที่เข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ประมาณ 30,000 คน เบื้องต้นคาดว่ากรมราชทัณฑ์จะใช้เวลาภายใน 2 วัน ดำเนินการสำรวจรายชื่อผู้ต้องขังและทยอยปล่อยตัวได้ โดยกลุ่มที่จะได้รับการปล่อยตัวทันที คือ ผู้ต้องโทษกักขัง และผู้ที่ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ต้องขังที่จำคุกมานานกว่า 1 ปี จะได้รับการลดโทษและปล่อยตัว แต่ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า
3. โจ๋เดนนรก แชทเฟซบุ๊กลวงด.ญ.วัย12 รุมโทรมยับ
สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหารุมโทรมเด็กหญิงวัย 12 ปี ที่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณที่พักหลังคาร์แคร์ ตรงข้ามค่ายเสนีย์รณยุทธ์ ถ.นิตโย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ประกอบด้วย 1.นายวัชระ ไหมจันทา อายุ 20 ปี 2.นายพิชิต หนูแก้ว อายุ 18 ปี และ 3.ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ใหม่ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ว่าหลานสาวคือเด็กหญิงแนน (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนมีชื่อของอุดรธานี ถูกกลุ่มวัยรุ่นชาย 3 คนล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเรา หลังจากหายตัวไปจากบ้านในช่วงเย็นของวันที่ 9 ส.ค. และกลับมาในตอนเช้าในสภาพเสื้อผ้าฉีกขาดเนื้อตัวมอมแมม เมื่อคาดคั้นเอาความจริงจึงรู้ว่าถูกกลุ่มวัยรุ่น 3 คนล่อลวงไปรุมโทรม เมื่อนำตัวส่งร.พ.ศูนย์อุดรธานี ตรวจร่างกายพบว่าอวัยวะเพศฉีกขาดและติดเชื้อ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหามีด.ช.บอย อายุ 14 ปี ซึ่งรู้จักกับด.ญ.แนน ทางเฟซบุ๊กมาก่อนหน้านี้ ได้โทรศัพท์หาด.ญ.แนน แล้วบอกว่าจะพาไปเล่นเกมส์ จนช่วงดึกนายบอย ได้หลอกพาด.ญ.แนน นั่งซ้อนท้ายไปที่บ้านของนายพิชิต ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ โดยพาไปที่ห้องหลังบ้านก่อนบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง โดยที่มีนายวัชระ และนายพิชิต ยืนรออยู่นอกห้อง ก่อนบุกเข้าไปในห้องบังคับข่มขืนกันจนสำเร็จความใคร่อีกคนละ 1 ครั้ง จากนั้นนายบอย จึงขี่รถจักรยานยนต์พาด.ญ.แนน ไปส่งที่บ้านและขู่ว่าอย่านำเรื่องไปบอกให้ใครรู้ ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นเด็กมีปัญหาไม่เรียนหนังสือ บางครั้งพากันก่อเหตุลักทรัพย์เพื่อเอาเงินไปเล่นเกมส์ ส่วนสาเหตุที่เด็กหญิงอายุเพียง 12 ปี ถูกล่อลวงก็เพราะมีอาการออทิสติกเล็กน้อยจึงเชื่อคนง่าย ประกอบกับขาดความอบอุ่นจากครอบครัว เนื่องจากไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่ เมื่อมีวัยรุ่นต่างเพศรุ่นราวคราวเดียวกันโทรศัพท์มาหา และแชทเฟซบุ๊กล่อลวงพูดจาหว่านล้อมจึงหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ก่อเหตุล่อลวงเด็กหญิงไปข่มขืนมาแล้วหลายราย แต่บางรายไม่แจ้งความเพราะอับอาย
2. วัยรุ่นจีนขายไตแลกไอโฟน ป่วยหนักขั้นพิการ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลประชาชนเขตเป่ยหู เมืองเชินโจว มณฑลหูหนาน ประเทศจีน เริ่มการพิจารณาคดีวัยรุ่นชายวัย 17 ปี ยอมขายไตข้างหนึ่งแลกกับเงิน เพื่อนำไปซื้อเครื่องไอโฟน และไอแพด2 เมื่อปีที่แล้ว รายงานระบุว่า คดีนี้มีผู้ตกเป็นจำเลยรวม 9 คน ถูกฟ้องในข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บ ในจำนวนนี้รวมทั้งศัลยแพทย์ 2 คนด้วย โดยผู้ปกครองของเด็กยื่นฟ้องเรียกค่าชดเชย 2.27 ล้านหยวน หรือกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าตอบแทนจากการขายไตไปซื้อไอโฟน เวลานี้ไม่คุ้มกับเงิน ที่เขาต้องเสียไปกับการรักษาตัว และทางครอบครัวกำลังประสบความยากลำบากอย่างมาก ในการหาเงินมาเป็นค่ารักษาลูกชาย ซึ่งมีอาการไตวายอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากผ่าตัดขายไตไป ขณะที่ศาลระบุในการเปิดการพิจารณาว่า เด็กวัยรุ่นคนดังกล่าวได้รับการวินิจฉัยว่า เขาได้รับบาดเจ็บร้ายแรง และทุพพลภาพขั้นที่ 3 ทั้งนี้หากถูกตัดสินว่ากระทำความผิดจริง จำเลยเหล่านี้อาจถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่บางคนในจำนวนนี้อาจถูกตัดสินเพียงแค่จ่ายค่าปรับเท่านั้น สำหรับเรื่องราวการขายไตของวัยรุ่นรายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อพ่อแม่สังเกตเห็นลูกชายมีอาการอิดโรย ไม่สบาย ต่อมาลูกชายจึงยอมเล่าเรื่องให้ฟัง โดยเขาได้รับเงินค่าตอบแทนเพียง 22,000 หยวน แต่ไตของเขาถูกขายต่อเป็นเงินจำนวนถึง 150,000 หยวน บวกกับเงินอีก 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งถูกนำไปแบ่งกันระหว่างคนกลางกับแพทย์ ต่อมาเข้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ากวาดล้างขบวนการขายไตเถื่อน จนจับกุมจำเลยทั้ง 9 คน ได้ในที่สุด
1. เตะตะกร้อพนันเสียเมีย เจ้านายห้ามปืนลั่นใส่หลานสาวดับ 55
คนงานก่อสร้างเตะตะกร้อพนันเสียเมีย เจ้านายมาห้ามให้ชกกันแทน เกิดการโต้เถียง ชักปืนขู่แต่พลาดปืนลั่นถูกหลานสาวดับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 ส.ค.)สภ.เมืองระยอง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่เกิดเหตุภายในแคมป์คนงาน หลังคอนโดมิเนียมบันยัน เทอเรส หมู่ 3 ต.เนินพระ อ.เมือง พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ 4 ปลอก บริเวรข้างสำนักงาน โดยมีนายคำพล มณีรัตน์ อายุ 49 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทประชุมพร คอนสตรัคชั่น จำกัด บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ยืนถือปืนรอมอบตัว นายคำพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานแผนกช่างไฟฟ้าและช่างประปา กำลังเตะตะกร้อกับช่างก่อสร้าง มีเดิมพันว่าใครแพ้ต้องเสียเมีย ตนเห็นว่าแรงไปจึงเสนอให้มาชกกัน ทำให้เกิดการโต้เถียงและเขม่นกัน ประกอบกับคนงานอยู่ในอาการเมามายวิ่งเข้ามาจะรุมทำร้าย ตนจึงยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด เพื่อขู่ให้หยุด แต่นายตาล บุญทอง อายุ 30 ปี ช่างไฟฟ้าเข้ามาแย่งปืนในมือ ปืนลั่นกระสุน 4 นัด พลาดไปถูกลำคอนางวาสนา เทียนไทสงฆ์ อายุ 27 ปี หลานสาวของตน ซึ่งเป็นพนักงานบัญชี ขณะนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ซึ่งเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพระยอง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีต่อไป

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น