10 อันดับ สุดยอดฆาตกรโหดฆ่าคนมากที่สุดในโลก

update :28/11/2013 14:46
views : 1981
ที่มา :
10 อันดับ สุดยอดฆาตกรโหดฆ่าคนมากที่สุดในโลก
10. Alexander Pichushkin
อเล็กซานเดอร์ พิคุชคิน ฆาตกรชาวรัสเซียหนึ่งเดียวที่สามารถเข้ามาสู่การจัดอันดับ 10 เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกนำเรื่องราวมาทำเป็นภาพยนตร์มากที่สุด ฆาตกรโรคจิตคนนี้ มีสมญานามที่ฉาวโฉ่ว่า “บิสต้าแมนิแอค” และ “นักฆ่ากระดานหมากรุก”(ฮ่าๆ รู้จักละสิคอฆาตกรทั้งหลาย) เขาพบว่ากระทำความผิดจริงในคดีฆาตกรรม 48 คดี สารภาพ 63 คดี ขั้นตอนการฆาตกรรมของพิคุชคินเริ่มจากล่อลวงเหยื่อเป้าหมายซึ่งเป็นชายสูง อายุให้ดื่มเหล้าวอดก้า หลังจากดื่มกับพวกเขาแล้ว จากนั้นก็ฆ่าโดยฟาดหัวเหยื่อด้วยค้อน ปัจจุบันก็ยังจำคุกในรัสเซียเพื่อรอการพิจารณาคดีอยู่
9. Dr.John Bodkin Adams
ดอกเตอร์ จอห์น บ็อดคิน อดัมส์ เป็นฆาตกรต่อเนื่องชาวอังกฤษ ที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่าไม่มีการพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริงในคดี ฆาตกรรมคนไข้ของเขาแม้แต่รายเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะถูกกล่าวหาว่าทำการฆาตกรรมคนไข้ประมาณ 160 คนก็ตาม และความอยุติธรรมในการดำเนินคดี ทำให้คดีของเขากลายเป็นหนึ่งในคดีที่มีข้อโต้แย้งมากที่สุดเรื่องการตัดสิน คดีในประวัติศาสตร์ศาลอังกฤษ
8. Hu Wanlin
ไม่ได้ แต่เราก็ไม่สามารถที่จะละเลยฆาตกรต่อเนื่องทางการแพทย์ชาวจีนคนนี้ไปได้ เขาถูกจับกุมในคดีฆาตกรรมเหยื่อ 146 คน แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีเหยื่อมากกว่านี้ “การรักษาโรค” ที่ปรุงยาสมุนไพรซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีปริมาณสารโซเดียมซัลเฟตสูงมาก และสามารถนำไปใช้วางยาพิษได้อย่างมากมายมหาศาล นอกจากนี้เขายังสามารถรักษาแผนโบราณแบบชิกง(ผู้รักษาปล่อยพลัง “ชี่” ออกมาจากร่าง) และใช้การรักษาแบบนี้ทำร้ายผู้ป่วย
7. Gilles de Rais
(อันนี้เหมือนต้นฉบับทุกประการครับ จำนวนศพถูกต้องแล้ว เพียงแต่ตกอันดับ) อดีตคนสนิทของ แจนน์ ดาร์ค (โจน ออฟ อาร์ค) วีรสตรีซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศส หลังจากแจนน์ ดาร์คก็ถูกทหารฝ่ายศัตรูจับ และถูกเผาทั้งเป็นในฐานะแม่มดเมื่อปี 1431 กิลส์ก็เริ่มบ้า และเชื่อว่าเลือดคนสามารถเล่นแร่แปรธาตุเป็นทองคำได้ ทำให้เขาริเริ่มทำการรวบรวมเด็กชายจากที่ต่างๆมาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้ กับปีศาจโดยเด็กบางคนถูกผ่าท้องแล้วทึ้งไส้ออกมา บ่อยครั้งที่กิลส์ข่มขืนศพของเด็กที่เสียชีวิตแล้ว เขาสะสมศีรษะของเด็กหนุ่มจำนวนมาก และศีรษะที่หน้าตาดีจะถูกเรียงไว้เหนือเตาผิงเหมือนเป็นคอลเลคชั่นพิเศษ มีการพบศพของเด็กจำนวนกว่า 150 ศพ (ส่วนใหญ่ไม่มีศีรษะ) ในปราสาท แต่พูดกันว่าเหยื่อของเขาน่าจะมีมากกว่า 1500 ราย(อันนี้เกินไปหน่อย) และผลสุดท้าย กิลส์ ถูกตัดสินให้ประหารโดยการแขวนคอในวันที่ 26 ตุลาคม 1440 และศพถูกลงโทษโดยการเผา(ภายหลังนักประวัติศาสตร์หาหลักฐานพบว่าเขาอาจถูกใส่ ความ ทำให้เรื่องราวและจำนวนศพของเขาไม่น่าเชื่อถือมากนัก)
6. Henry Lee Lucas
เฮนรี่ ลี ลูคัส (ติดอันดับ 6 ตามเดิมแต่จำนวนศพจาก 216 เป็น 200คน)ฆาตกรชาวอเมริกันคนนี้ ถูกสันนิษฐานว่าฆาตกรรมเหยื่อประมาณ 200 คน เป็นฆาตกรที่อ้างตนเองว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนมากที่สุดในโลก อ้างว่าร่วมมือกับเพื่อนชื่อออตติส เอลวูดสังหาร 3000 ชีวิต(แน่นอนเขาโกหก) เขายังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในลัทธิซาตานกินเนื้อคนที่เรียกกันว่า “มือแห่งความตาย” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทำหนังสนัฟฟ์ ,ฆาตกรรม จิมมี่ ฮอฟฟา และส่งยาพิษไปยังผู้นำลัทธิ จิมส์ โจนส์ในสำนักลัทธิโจนส์ทาวน์ ก่อนที่โจนส์จะก่อคดีฆาตกรรม/ฆ่าตัวตาย หมู่ของกลุ่มสาวกของโจนส์ ก่อนที่จะโดนจับและสุดท้ายก็ตายในคุกในปี 2001
5. Dr.Harold Shipman
แพทย์ชาวอังกฤษผู้ชำนาญที่ฆ่าคนมากที่สุดในอดีตที่ผ่านมาในอาชีพแพทย์และสมัยใหม่ โดยเป้าหมายคือบุคคลที่ป่วยทางจิตและเป็นผู้หญิงส่วนมากค่อนข้างเก่า จากการไต่สวนที่พิสูจน์ว่าด็อกเตอร์คนนี้ฆ่าคนไป 216 คน โดยการให้ยาเกินขนาด และได้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในที่สุด
4. Pedro Lopez
(จำนวนเหยื่อถูก ต้องแล้วครับ) เจ้าของฉายา “อสูรกายแห่งเทือกเขาแอนดีส” ทำสถิติฆ่าเหยื่อไปแล้วทั้งหมดแบบคร่าวๆ คือ 300 ศพ โดย 100 ศพเป็นผู้หญิงเผ่าอินเดียแดง เกือบทั้งหมดถูกข่มขืนอย่างรุนแรงก่อนที่จะรัดคอหรือบีบคอตาย โดยในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 เปโดรเดินสายฆ่าคนเป็นว่าเล่นถึงสามประเทศคือ เปรู โคลัมเบีย และเอกวาดอร์ ก่อนที่จะถูกจับในขณะเขากำลังฆ่าเหยื่อพอดี ผลสุดท้ายถูกปล่อยโดยรัฐบาลเอกวาดอร์และเนรเทศกลับไปดำเนินคดีต่อที่ โคลัมเบียในปี 1998
3. Luis Garavito
(จากที่ 1 ตกมาเป็นอันดับ 3 ขอโทษด้วยครับผมเขียนจำนวนเหยื่อผิด ซึ่งผมเขียนผิด คือตอนแรกคือ 1800 ราย แต่สืบไปสืบมาฆ่าแค่ร้อยเดียวเท่านั้นครับ) หลุยส์ อัลเบอร์โต้ การาวิโต้ (บางชื่อเป็น ลูอิส อัลเฟรโด้ การาวิโต้ ) ถือกำเนิดขึ้นมาในเขตควินดิโอของประเทศโคลัมเบีย เมื่อวันที่ 25 มค. 1957 เจ้าของฉายา “อสูรกายแห่งไร่อ้อย” จากปากคำเขาสารภาพว่าลงมือสังหารเหยื่อมากมายถึง 1,800 ราย!! (1982-1999) ส่วนมากเหยื่อเป็นเด็กเร่ร่อน เด็กชาวไร่ เด็กข้างถนน อายุระหว่าง 6 -16 ปี แต่ กระนั้นการตามรอยหาศพของฆาตกรคนนี้ลงมือไว้ สามารถตามเก็บเพียง 140 ศพเท่านั้น ซึ่งเขาสารภาพว่าเขาชอบทรมานเหยื่อก่อนฆ่าด้วยการตัดคอเหยื่อ จากนั้นก็ทิ้งศพที่ไร่อ้อย ปัจจุบัน หลุยส์ อัลเบอร์โต้ ถูกตัดสินจำคุกถึง 2,400 ปี แต่กระนั้นเขาก็ยืนยันว่าถ้าออกจากคุกเขาก็จะฆ่าคนอยู่ดี (เพราะถ้าศพไม่เจอทำให้เขาตกอันดับ 1 มาอยู่ 3 ไงครับ)
2. Erzsabet Bathory
เอริซาเบทภรรยาของ ท่านเค้าท์ฮังการีที่มีชื่อเสียง ที่คิดว่าเลือดของเด็กสาวเป็นยาอายุวัฒนะชะลอความแก่ได้ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าหญิงสาวกว่า 600 ราย เพื่อรีดเลือดจากศพเด็กสาวเพื่อมาใช้อาบตัวแทนน้ำ ผลสุดท้ายถูกจับได้ในมกราคมปี 1611 เอริซาเบทถูกตัดสินให้ถูกจำคุกตลอดชีวิต ส่วนผู้ร่วมสังหารทุกคนต่างก็ถูกตัดสินโทษเผาทั้งเป็น เธอเสียชีวิตในอีก 3 ปีให้หลัง
1. Thug Behram
นี่คือฆาตกรที่ฆ่า คนมากที่สุดในโลกของจริงครับ ในขณะที่คนอื่นที่เล่ามาพิสูจน์ไม่ได้ว่าฆ่าคนไปเท่าไหร่กันแน่ แต่หมอนี่เว็บอื่นๆ บอกไว้เลยว่าคนนี้เป็นฆาตกรฆ่าคนเยอะที่สุดมีการพิสูจน์ชัดแน่นอนเขียนเรียง เลยว่าฆ่าใครบ้าง ฆ่าเมื่อไหร่ ที่ไหน ซึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าอันดับ 1 จะเป็นของคนอินเดีย โดย Behram เป็นอันธพาล ชาวอินเดีย ที่นับถือลัทธินอกรีด ถูกตัดสินว่าได้ทำการฆาตกรรมไป 931 คน!! โดยวิธีการของคือปล้นทรัพย์แล้วคือบีบคอหรือใช้ผ้าเช็ดหน้ารัดคอ แต่ผลสุดท้ายก็ถูกจับโดยทหารอังกฤษในปี 1840 (ตอนนั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ) และผลคือเขาถูกตัดสินให้แขวนคอในที่สุด

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น