10 อันดับ ไม่ควรพลาดเมื่อไปสวิสเซอร์แลนด์

update :28/11/2013 11:09
views : 1357
ที่มา :
วันนี้เอาใจแฟนๆ ขาเทียวประจำ Toptenthailand.com กันบ้างใน "10 อันดับไม่ควรพลาดเมื่อไป...สวิสเซอร์แลนด์ "
10. สกีกับหิมะ
สวิสเซอร์แลนด์ประเทศที่มียอดเขาสูงปกคลุมอยู่ทั่วประเทศ ฉะนั้นไม่ว่าจะไปมุมไหนของประเทศก็มีหิมะให้เล่นทั้งนั้น ฤดูเล่นสกี จริงๆแล้วจะเริ่มใน หน้าหนาวช่วงประมาณต้นเดือนธันวาคมไปจนถึงปลายๆ มีนาคมหรือก็เมื่อหิมะหนาตัวพอประมาณ แต่จริงๆแล้วที่สวิสนั้นสามารถเล่นสกีได้ทั้งปีแม้ กระทั่งในหน้าร้อน ขึ้นอยู่กับว่าหิมะที่อยู่บนยอดยังหนาตัวพอรึเปล่าซึ่งจะเป็นภูเขาลูกไหนอาจต้องสอบถามเป็นช่วงๆไป
9. เที่ยวสวิสด้วยรถไฟ
เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า “รถไฟสวิส” เป็นระบบที่ดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่ไม่ว่าเราจะไปแห่งหนตำบลใดของสวิส เราก็สามารถใช้บริการ รถไฟนี้เพื่อไปถึงยังจุดหมายได้อย่างสะดวกรวดเร็วหรือแม้แต่การเชื่อมต่อไปยังรสบัส เรือ รถกระเช้าขึ้นเขาก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย ดังนั้นไปเที่ยว สวิสเมื่อใด พกสวิสพาส (Swiss pass) ไว้ สะดวกสบายไปกว่าครึ่ง การนั่งรถไฟที่สวิสนั้นก็ไม่น่าเบื่อเลยเพราะตลอดเส้นทางยังได้เพลิด เพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างสุดอลังการ ภาพทุ่งหญ้าเขียวขจีแต้มด้วยสีขาวของดอกหญ้าประดับด้วยวัวนมตัวใหญ่และภูเขาหิมะสีขาวโพลนที่ตัดกับ ความเขียวของทุ่งหญ้าเป็นฉากหลัง วิวสวยสุดๆ
8. เมืองหลวงในอ้อมกอดของสายน้ำ Capital in a hug
เมืองเบิร์นยังมีเสน่ห์ต้องตาเพราะเป็นเมืองยุคกลางที่ยังคงความงามไว้ได้อย่างน่าทึ่งสมกับตำแหน่งเมืองมรดกโลกของยูเนสโกที่ได้รับมาตั้งแต่ 30 ปี ก่อน ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองเบิร์นนั้นโอบล้อมด้วยแม่น้ำแอร์ (Aare) ซึ่งการจะชมเมืองเบิร์นให้ได้งดงามที่สุดนั้นจะต้องชมวิวจากมุมสูง ซึ่งมอง ลงมาจากสวนพฤกษชาติ (Botanical garden) ทางตอนเหนือหรือที่สวนกุหลาบ (Rosengarten) ทางตะวันออกของ เมือง เท่านี้ คุณก็จะได้ภาพเมืองยุคกลางในคุ้งน้ำ ที่สวยเริดกลับมาอวดคนอื่นให้อิจฉาจนตาร้อนผ่าว และยังกลับมาอวดคนอื่นได้อีกว่ามาเมืองเบิร์น ไม่ได้เห็นแค่ “บ่อหมี” เท่านั้น
7. แซงค์ มอริทซ์ St Moritz สถานที่พักผ่อนของมหาเศรษฐี
ดินแดนติดอันดับรีสอร์ตฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก เป็นสถานที่โปรดปรานของมหาเศรษฐีและดาราฮอลลีวูด แม้แต่เจ้าฟ้าชายชาลส์ก็มีบ้านพัก ตากอากาศอยู่ที่นี่เช่นกัน แซงค์มอริทซ์เป็นเมืองมีภูมิทัศน์ที่งดงามปกคลุมไปด้วยภูเขาหิมะตลอดทั้งปี มีเส้นทางสกีที่ยาวและตื่นเต้นแสนดึงดูดใจ ใจ กลางเมืองประดับด้วยทะเลสาบแซงค์มอริทซ์อันใสสะอาด (ถึงแม้จะแข็งกลายเป็นน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้งก็ตาม) ซึ่งนอกจากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ แซงค์ มอริทซ์ยังมีบรรยากาศความเป็นเมืองซึ่งมีร้านค้า Brand Name ระดับโลกมากมายที่ยก collection ขึ้นเขามาให้ช๊อปกันถึงที่และ ยังขึ้นชื่อเรื่อง nightlife ที่แสนสนุกสนานเร้าใจอีกด้วย เอกลักษณ์ของแซงค์มอริทซ์ อีกอย่างหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือ ที่นี่คือหนึ่งในดิน แดนส่วนน้อยขอสวิสที่ยังคงใช้ภาษาโรมาเนสก์ในการสื่อสาร (ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่นี่จะพูดภาษาเยอรมันได้) ทำให้เราได้อีกอรรสรสหนึ่งของการ เที่ยวสวิสด้วยค่ะ
6. Take a Italien Taste
Lugano มีเสน่ห์เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของสวิส มีทะเลสาบทอดยาวเป็นองค์ประกอบ ผู้คนส่วนใหญ่นิยมเดินเลียบเลาะไปตามแนวโค้งทอด ยาวของทะเลสาบ หรือจะเลือกล่องเรือชิวๆ ก็ยังได้ ในขณะที่อีกกลุ่มอาจเลือกนั่งจิบกาแฟเอสเพรสโซพร้อมดื่มด่ำความมีชิวิตชีวาสไตล์เมดิเตอร์ เรเนียนกลางจัตุรัส Piazza Della Riforma เสร็จแล้วก็ออกสำรวจสถาปัตยกรรมลัดเลี้ยวไปตามซอกตึก ครั้นหลุดปากเผลอ ทักทายหนุ่มเป็นภาษาอิตาเลี่ยนก็ไม่ว่ากัน
5. The broken chair
เก้าอี้สามขาถูกสร้างขึ้นในปี 1997 ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Place des Nations ด้วย ตัวเก้าอี้ตั้งประชันหน้าประตูทางเข้าสำนักงานสหประชา ชาติ สร้างขึ้นโดย Daniel Berset ซึ่ง Paul Vermeulen อดีตประธานสมาคม Handicap international ที่ให้สร้างขึ้นหลังจากการประชุมนานาชาติที่เมือง Ottawa แคนาดา ความหมายของมันก็เพื่อเป็นการต่อต้าน สงครามและเก้าอี้สามขาก็เปรียบเสมือนผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามนั่นเอง ตอนแรกเก้าอี้ตั้งใจจะวางอยู่แค่ 3 เดือนแต่ด้วยเพราะความสำคัญจึงกลาย เป็นตั้งอยู่ที่จัตุรัส Place des Nations ตลอดไป
4. ล่องทะเลสาบ 4 แคว้น Lake Lucerne Crusing
เรือนำเที่ยว 20 ลำ รวมทั้งหมดจุคนได้กว่า 13,000 คน และจุดแวะชมกว่า 30 สถานีรอบทะเลสาบลูเซิร์นแห่งนี้ บ่งบอกถึงความอลังการและความ ยอดนิยมของที่นี่ได้เป็นอย่างดี ทะเลสาบลูเซิร์นหรือชื่อภาษาเยอรมันเรียกว่า Vierwaldstattersee ซึ่ง vier แปลว่า สี่ หมาย ถึงการที่ทะเลสาบมีอาณาเขตเชื่อมต่อกันของสี่แคว้นภาคกลางของสวิส (แคว้นลูเซิร์น, แคว้นชวิซ, แคว้นยูริ และแคว้นอุนเทอร์วาลเด็น) นั่นบ่งเป็นนัย ถึงความสำคัญของสายน้ำกับการดำรงชีวิตของผู้คนท้องถิ่นในภาคกลางนี้อีกด้วย รอบทะเลสาบลูเซิร์นนี้โอบล้อมไปด้วยสวิสแอลป์ ซึ่งน้ำในทะเลสาบก็ เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาในแถบนี้นั่นเอง น้ำสีฟ้าใสราวกับกระจกรายล้อมด้วยความเขียวขจีของป่าเขาในหน้าร้อนหรือขาวราวกับสำลี ในหน้าหนาว กับไออากาศแสนบริสุทธ์จากธรรมชาติ หมู่นกนางนวลโผบิน บรรยากาศสุดยอดอย่างนี้ ที่เราสามารถใช้เวลาผ่อนคลายได้ทั้งวันโดยไม่ รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย
3. Chocolate factory
สวิสไม่ได้ผลิตช็อคโกแลตเป็นอันดับหนึ่งของโลกและสวิสก็ไม่ได้ปลูกโกโก้ซะด้วย แต่เพราะคนสวิสบริโภคช็อคโกแลตมากติดอันดับต้นๆของโลกต่าง หาก อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่าสวิสไม่ได้ผลิตช็อคโกแลตเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ใครก็รู้ว่าถ้าเอ่ยถึง Swiss chocolate นั่นหมาย ถึงช็อคโกแลตชั้นเยี่ยม รสชาติดี สวิสได้ผลิตช็อคโกแลตออกสู่ตลาดโลกอย่างที่เรารู้จักกันดีเช่น ช็อคโกแลตสามเหลี่ยม Toblerone, Nestle, Lindt & Sprungli, Wernli และ Frey เป็นต้น โรงงาน Lindt and Sprungli - เข้าชมฟรีแต่เค้าจัดเป็น museum เล็กๆไม่ใช่ทัวร์โรงงาน ข้อดีคือเข้าฟรีและได้ชิมช็อคโกแลตด้วย
2. Tour Cheesy ที่มาของชีส
Gruyeres เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดไฟร์บอร์กที่สามารถส่งออกชีสกรูแยร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกได้ เมืองกรูแยร์มีประชากรไม่ ถึง 2000 คนซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำอาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมชีสตั้งแต่ผู้เลี้ยงวัวไปจนถึงคนทำชีส บรรยากาศนั้นดูเป็นแบบชาวบ้านแสนคลาสสิกจริงๆ ถึง แม้คนที่มาเที่ยวกรูแยร์ส่วนใหญ่นั้นจะตามกลิ่นชีส มา หวังว่าอยากมาสัมผัสวิธีการผลิตที่มาของรสชาติชีสนุ่มละมุนลิ้น แต่ไม่เพียงแค่พิพิธภัณฑ์และ โรงงานผลิตชีส กรูแยร์ยังเป็นเมืองยุคกลางขนาดย่อมเยาที่มีทิวทัศน์อันทรงเสน่ห์ และมีกลิ่นชีสโชยในอากาศตลอดเวลาที่เราเดินไปตามถนนหินกรวด กลางเมืองอีกด้วย How to go : นั่งรถไฟมาลงที่ Fribourg แล้วต่อรถประจำทาง ไปลงเมือง Bulle จากนั้น ขึ้นรถประจำ ทางสาย 263 หรือ 2A อีกหนึ่งต่อ หรือจากเมือง Bulle ไปได้อีกทางด้วยรถไฟท้องถิ่นด้วย
1. Local Eating: จิ้มจุ่มชีส Swiss Fondue
สวิสฟองดู คือต้นตระกูลของฟองดูทั้งปวงซึ่งคำว่าฟองดูนั้นเพี้ยนมาจากภาษาฝรั่งเศส (Fondre) ที่แปลว่าละลายนั่นเอง เมื่อเอ่ยถึงฟองดูคน ไทยอาจนึกไปถึงฟองดูแบบญี่ปุ่นที่เป็นการเอาเนื้อชิ้นๆไปจุ่มในกระทะมากกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเข้าใจอย่างไหนมันก็คือกริยาการ “จุ่ม” เหมือนๆ กัน ต่างกันที่ของต้นตำรับนั้นเค้าจุ่มในหม้อต้มชีสล้วนๆ ฟองดูสวิสเป็นอาหารที่เกิดจากการผสมสุดยอดของชีสเนื้อแข็งของสวิสอย่างชีสเอม เมนทาล (Emmental) และชีสกรูริแยร์ (Gruyere) เข้ากับเหล้าเชอรรี่ (Kirsch) หรือไวน์ขาว นำทั้งหมดมาผสมผสานกัน แล้วต้มด้วยไฟอ่อนๆ ในหม้อทองเหลือง พอเริ่มร้อน ส่วนผสมทุกอย่างก็จะละลายคละเคล้ากลายเป็นของเหลวสีเหลืองทอง วิธีการรับประทานก็คือให้ใช้ ส้อมจิ้มขนมปังหั่นลูกเต๋าลงไปจุ่มชีสแล้วเอาขึ้นมาทานได้เลย Guide: หลังกินฟองดูจนอืดได้ที่ ปิดท้ายด้วยการจิบเหล้าเคียร์ชที่มีดีกรีแอลกอฮลล์ 40% สักหนึ่งชอต... รับรองหลับสบายทั้งคืน How to go: ร้านอาหารทั่วไป หรือทำกินเองที่บ้านก็ได้ง่ายจัง ที่ซูริคก็มีร้านฟองดูดีๆ หลายร้าน

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น