10 อันดับ สิ่งก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้าง

update :27/11/2013 18:49
views : 2999
ที่มา :
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ สิ่งก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้าง"
10. ป้อมร้าง
ป้อมร้างทางทะเลของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเรือหลวงของอังกฤษได้สร้างป้อมทางทะเลขึ้นมาเพื่อเป็นด่านป้องกันแนวหน้าเวลาฝ่ายอักษะบุกมาทางทะเลหรืออากาศ ป้อมปราการ Maunsell ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ ดูเงียบสงบ และร้าง ห่างจากทะเลทางเหนือสองสามเมตร แต่อย่างไรก็ตามถึงจะร้างแต่ก็ถูกขนานนามว่า เจ้าชายผู้ปกครองท้องทะเล เลยนะ ป้อมปราการเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบในบรรดานักสำรวจทางทะเลเพราะอยู่ไม่ไกลนักจากชายฝั่งตะวันออกของอังกฤษ
9. โบสถ์ร้างในเมือง Gary
โบสถ์ร้างในเมือง Gary ประเทศอินเดียได้รับผลกระทบอย่างแรงในช่วงตกต่ำของยุคปฏฺิวัติอุตสาหกรรม ในขณะที่โรงงานใหญ่ ๆ ยังคงดำเนินการได้อยู่แต่ความหวังของผู้คนแถวนั้นกลับน้อยนิด บางทีเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจจะมาจากโบสถ์ร้างแห่งนี้ก็เป็นได้ แต่โบสถ์ที่เหลือเพียงความว่างเปล่าในตอนนี้ยังคงความสวยงามไว้ได้อยู่ ส่วนโค้ง หลังคาโบสถ์ งานสถาปัตยกรรมภายนอก หรืองานแกะสลักภายในที่เกี่ยวกับศาสนาอาจเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า ผู้คนที่นี่ได้หันหลังให้กับศาสนา
8. สวนน้ำร้างในรัสเซีย
สวนน้ำร้างในรัสเซียสวนน้ำในร่มอันใหญ่โตมโหราฬถูกสร้างขึ้นสำหรับเด็ก ๆ ในรัสเซีย ตัวตึกถูกออกแบบให้เป็นแบบหลายชั้นครบวงจรไปเลยทีเดียว แต่ก่อนที่มันจะถูกสร้างเสร็จเจ้าของมีปัญหาทางการเงินเสียก่อนก็เลยต้องหยุดไป ตัวอาคารถูกสร้างเพื่อจะรองรับหลาย ๆ สระน้ำ, สไลด์เดอร์น้ำ และเครื่องเล่นน้ำต่าง ๆ อีกมากมาย และที่สำคัญคือแค่อีกประมาณเดือนเดียวก็จะสร้างเสร็จแล้ว(แอบเสียดายแทนเด็ก) สรุปตอนนี้สวนน้ำก็มีแต่เหล็กกับปูน แล้วก็ลวดลายตามกำแพง.
7. รีสอร์ทร้างริมชายหาด
รีสอร์ทร้างริมชายหาด ใน Varoshaประเทศไซปรัสสิบปีก่อน Varosha คือสถานที่บนเกาะในไซปรัสที่ถือเป็นแหล่งรีสอร์ทอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวในแถบเมดิเตอเรเนียนตะวันออก ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 เกิดการแทรกแซงของตุรกีในไซปรัส โดยได้เข้าครอบคลุมพื้นที่เอาไว้เอง แล้วก็จำกัดสิทธิชาวไซปรัสเรื่องรีสอร์ท พวกถนน พวกหาดกลายเป็นว่างเปล่าหมด เหลือแต่ตรงที่รีสอร์ทของพวกตุรกีตามชายฝั่ง ในการวิจัยครั้งนี้คนเขียนบทความบอกว่า เขาเคยเห็นตึกโอ่อ่า ใหญ่โต หรูหราถูกทิ้งร้างแบบให้อึ้งมามากมายแล้วแต่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเห็น รีสอร์ทชายทะเลเป็นสิบ ๆ หลังในแถบนั้นทั้งหมดจะถูกทิ้งให้ร้างแบบนี้
6. เมืองร้าง Pripyat
เมืองร้าง Pripyat ในประเทศยูเครน หลังจากเกิดหายนะนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมือง Pripyat ถูกกฏหมายระบุให้เป็น atomic city (พวกเมืองที่แบบมีอันตรายจากนิวเคลียร์) จริง ๆ แล้วเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับแรงงานที่ทำงานใน Chernobyl (ก็เกี่ยวกับนิวเคลียร์อีกนี่แหละ) หลังจากChernobyl ไม่ประสบความสำเร็จเพราะระเบิดไปก่อนเมืองนี้ก็เลยถูกทิ้งร้างว่างเปล่า มีแต่ตำรวจคอยยืนคุมแค่นั้น สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่ก็คงเป็นแค่เพียงเสียงร้องจาก
5. โรงแรม Ryugyung
โรงแรม Ryugyung ในเมือง Pyongyang ในประเทศเกาหลีเหนือโรงแรมนี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในความล้มเหลวทางสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 20 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตัวตึกที่ถูกออกแบบให้สื่อถึงดวงไฟแห่งความรุ่งโรจน์ และอำนาจของชาติ ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เมื่อรัฐบาลของเกาหลีเหนือขาดงบประมาณในการสร้าง ตัวฐานเกิดรอยแตกร้าวในปี 1987 ทำให้การสร้างต้องหยุดชะงัก ตัวยอดปีระมิดถูกวางเฉยอย่างว่างเปล่าเป็นเวลานานถึง 16 ปี ไม่มีแม้แต่กระจกสักบาน หรือการตกแต่งภายในแม้แต่น้อยเพื่อให้ดูสวยงาม มันเป็นเพียงแค่ตึกตั้งโด่เป็นเครื่องเตือนใจถึง "สิ่งที่ควรจะสำเร็จ" แต่กลับล้มเหลว ยังดีที่ว่าโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างให้นานเกินรอ มันได้ถูกกลับมาดำเนินการสร้างต่อในปี 2008 และตอนนี้ตัวตึกก็มีหน้าต่างแล้ว และการตกแต่งภายนอกที่ดูเกือบจะสมบูรณ์ แต่เนื่องจากการปิดบังของทางรัฐบาลเกาหลีเหนือ มันก็ยากจะคาดเดาว่าความสวยงามที่ฉาบไว้ภายนอกเป็นแค่เครื่องหลอกตาหรือว่าจริง ๆ แล้วมีการตกแต่งเข้าไปถึงข้างในอย่างแท้จริง
4. สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองนิวยอร์ค
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองนิวยอร์คสถานีถูกปิดตัวลงในปีค.ศ. 1945 ซึ่งกิจการต่าง ๆ ก็ชะงักไป แต่สถานที่นั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรือเสียหายเลยแต่อย่างใด ยังคงสภาพเดิมไว้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงวันครบรอบร้อยปีของสถานีที่ถูกจัดเป็นงานนิทรรศการให้ได้ชม NYCSubway.org ร่วมกับช่างภาพ Fred Guenther ได้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไว้และรวบรวมภาพสวยงามไว้มากมายเพื่อเชิดชูถึงความสวยงามน่าจดจำของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งนี้ ในนครนิวยอร์ค..
3. โรงพยาบาลทหาร Beelitz
โรงพยาบาลทหาร Beelitz ในกรุงเบอร์ลินในปี ค.ศ. 1986 ทหารบาดเจ็บผู้หนึ่งได้ถูกส่งตัวมารักษาที่นี่หลังจากโดนลูกกระสุนในสงคราม Sommer ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ต้องทายกันไม่ถูกแน่ ๆ เลยใช่ไหมว่าใครคนนั้นก็คือ อดอป ฮิตเลอร์ นั่นเองการเดินไปตามระเบียงใหญ่ในภาพ หรือห้องโถงใหญ่ก็ตามอาจจะไม่ทำให้นึกถึงความน่ากลัวของเผด็จการทหารผู้นั้นนอกจากเสียจากภาพประวัติศาสตร์อันสาหัสของเยอรมันที่เกิดขึ้น
2. ซากปรักหักพังในเมือง Detroit
ซากปรักหักพังในเมือง Detroit โดย Marchand และ Meffreมีไม่กี่เมืองนะที่จะโดนเผาทำลายตึกแบบนี้พอดีว่าคุณ Marchand และ Meffre จะไปถ่ายรูปแนวสะท้อนประวัติศาสตร์ก็เลยออกสำรวจตามสถานที่ต่าง ๆในเมืองDetroit เพื่อจะทำเป็นซีรีย์ภาพถ่ายซากปรักหักพัง ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดการจลาจลวุ่นวาย พวกตึกมากมายเลยในเมืองนี้ได้ถูกทำลายลงไป จากเมืองที่เคยอึกทึกครึกโครมนี่ ก็หลงเหลือไว้ด้วยซากสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมเต็มที่ แต่สุดท้ายไม่ได้รับการซ่อมแซมอะไร ก็เลยถูกปล่อยร้างไปในที่สุด ทุกวันนี้ถ้าเกิดว่าใครไปเที่ยวเมืองนี้เนี่ยก็จะสัมผัสได้ถึงสองความรู้สึก คือด้านที่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาดูดี มีการลงทุนใหม่ดูร่าเริง กับอีกด้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยซากตึกสูงๆ ใหญ่ที่โดนทิ้งร้างอย่างน่าหดหู่
1. ฐานเรือดำน้ำ
ฐานเรือดำน้ำที่ถูกทิ้งร้างในประเทศยูเครนในอ่าวทางชายฝั่งตอนเหนือของทะเลดำกองทัพโซเวียตได้สร้างฐานทัพเรือดำน้ำเอาไว้อย่างดีเลยตอนช่วงสงครามโลก ส่วนตอนนี้พิพิธภัณฑ์ก็รับไปดูแลเรียบร้อยแล้ว ตอนช่วงสงคราม เรือดำน้ำของโซเวียตที่ถูกสร้างจากที่อื่นจะถูกส่งมาที่ฐานนี้ แล้วถูกปล่อยดำลงไปใต้ทะเลดำ เพื่อปฎิบัติการใต้น้ำ เจ้าตัวอุโมงค์ของฐานเนี่ยยาวมาก และก็ลึกเข้าไปในภูเขา โดยจะมีห้องแบ่งไว้สำหรับเรือดำน้ำและลูกเรือมากมายตลอดจนช่วงจบสงคราม

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น