10 อันดับ เมืองร้างบนโลกใบนี้

update :27/11/2013 17:42
views : 4135
ที่มา : www.toptenthailand.com
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ เมืองร้างบนโลกใบนี้"
10. Abandoned Resort Town of Yashima, Japan
เมือง Yashima อยู่ในเขตพื้นที่ราบสูงของของเกาะแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1980 ขณะที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ในจุดที่สูงสุด นักลงทุนต่างพากันมาสร้างรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่นี่ บนเกาะเล็กๆแห่งนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่พักถึง 6 แห่งร้านค้าต่างมากมาย แต่ในที่สุดก็มาถึงจุดพลิกผันเมื่อนักลงทุนล้มละลายเพราะไม่สามารถดึงลูกค้า ต่างชาติไว้ได้ หมู่บ้านจึงถูกปิดตัวลงและทิ้งทุกอย่างไว้ไม่ว่าจะเป็นของในร้านค้า เฟอร์นิเจอร์ต่างๆและเศษซากต่างๆไว้
9. Abandoned War-Torn City of Agdam, Azerbaijan
หนึ่งในเมืองของ Azerbaijan ที่มีความหนาแน่นของประชากรและความเจริญรุ่งเรือง โดยการยึดครองของชาวอาเมเนียน แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นที่จะต้องกลายเป็นเมืองร้างเพราะพิษสงคราม ปัจจุบันยังมีนักผจญภัยทั้งหลายคอยเข้าไปเก็บภาพสิ่งที่เหลือของชาวเมืองนี้ ก่อนที่จะไม่มีใครได้เห็นมันอีก
8. Abandoned Flooded City of Quabbin, Massachusetts
อ่างเก็บน้ำ Quabbin เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองMassachusetts บริเวณนี้ยังประกอบด้วยเมืองเล็กๆอีก 4 เมืองและยังมีถนน รางรถไฟ อาคารสาธารณะ อนุสาวรีย์ และหลุมศพ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมอย่างหนัก
7. Abandoned Town of Centralia, Pennsylvania
ส่วนเมืองนี้ผมแปลไม่ค่อยออก เหมือนกับว่าเมืองจะมีปัญหาต่างๆ เช่น มีกลุ่มควันแก๊สพุ่งขึ้นมาบนทางหลวง อุณหภูมิน้ำที่สูงผิดปกติเลยทำให้ชาวเมืองค่อยๆอพยพออกไป
6. Abandoned Gulag Concentration Camp
ค่ายกักกัน Gulag ตั้งอยู่ในประเทศรัสเซีย(คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยของนายพลสตา ลิน) ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สำหรับปฏิบัติงานและคุมขังนักโทษและมีซากของคนตาย เกลื่อนไปหมด นั่นแหละครับเหตุผลที่ทำให้มันร้างในปัจจุบัน(ใครจะไปอยู่ล่ะ)
5. Abandoned Area of Varosha, Cyprus
แต่เดิมพื้นที่แห่งนั้นมักจะมีปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างประเทศ เดิมใช้ชื่อเรียกว่า Famagusta และถูกสร้างเป็นรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในปี 1970 ตุรกีได้บุกรุกและอ้างสิทธิพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นของตัวเอง และได้สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือนต่างๆโดยรอบ แต่หลังจากนั้นพื้นที่ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอะไรเลย จนปล่อยให้ร้างและทรุดโทรมลง
4. Abandoned Desert Ghost Town of Kolmanskop, Africa
Kolmanskop เมืองร้างที่อยู่ในทวีปแอฟริกาที่เต็มไปด้วยซากสถาปัตยกรรมสไตล์ เยอรมัน ลักษณะเมืองเหมือนดังเช่นในเยอรมันทั่วๆไป มีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีไฟฟ้าโรงหนังและยังมีคาสิโนอีกด้วย ที่นี่เคยเป็นแหล่งค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกาด้วย แต่หลังจากตลาดเพชรแห่งนี้เกิดประสบปัญหาบางอย่าง ชาวเมืองก็ต่างพากันอพยพออกไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความเจริญที่ตกอยู่ภายใต้ผืนทรายเท่านั้น
3. Abandoned Island City of Hashima, Japan
เกาะ Hashima อยู่ห่างจากเมือง Nagasaki ประมาณ 15 กิโลเมตร ทุกวันนี้เป็นเกาะร้างไม่มีใครอยู่อาศัย (ในญี่ปุ่นมีเกาะประมาณ 505 แห่งที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย) ทั้งที่ครั้งหนึ่งระหว่างปี 1890 ถึงปี 1974 เกาะ Hashima เป็นเกาะที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดคือ 835 คนต่อหนึ่งเฮคเตอร์ Mitsubishi บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่น ซื้อเกาะ Hashima แห่งนี้เมื่อปี 1890 ด้วยโครงการที่จะขุดเอาถ่านหินจากใต้ทะเลขึ้นมาใช้ มีการสร้างตึกคอนกรีตขนาดใหญ่ และที่พักสำหรับคนงานบนเกาะและกำแพงสูงเพื่อป้องกันพายุไต้ฝุ่น แต่พอย่างเข้าทศวรรษ 1960 น้ำมันเข้ามามีบทบาทแทนถ่านหิน ทำให้เหมืองถ่านหินทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ และรวมถึงเหมืองถ่านหินบนเกาะ Hashima ด้วย ในที่สุดเมื่อปี 1974 Mitsubishi ประกาศปิดเหมืองบนเกาะนี้อย่างเป็นทางการ ผู้คนบนเกาะซึ่งล้วนเป็นพนักงานของ Mitsubishi และครอบครัวของพนักงานเหล่านี้ถูกอพยพจากเกาะ ทำให้เกาะ Hashima เปลี่ยนสภาพจากเกาะ ที่เคยมีผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นกลายเป็นเกาะร้างในพริบตา เกาะ Hashima ก็เลยถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ghost Islands จนถึงปัจจุบันนี้ Mitsubishi ยังคงไม่อนุญาตให้ใครก็ตามขึ้นไปบนเกาะแห่งนี้ Okazaki Ritzuko นักร้องและนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น (เสียชีวิตแล้ว) ก็เกิดที่เกาะแห่งนี้
2. Abandoned City & Commune of Oradour, France
ใน ช่วงจุดเดือดของสงครามโลกครั้งที่สอง จากคำบอกเล่าของนายทหารเยอรมันผู้หนึ่ง นี่เป็นผลพวงจากความโหดร้ายในการสังหารหมู่ เด็กๆและผู้หญิงถูกต้อนราวกับฝูงแกะเข้าไปในโบสถ์ และถูกเผาทั้งเป็น ส่วนผู้ชายก็ถูกทรมานด้วยการยิงที่ขา ให้ตายอย่างช้าๆในโรงนา ปัจจุบันซากของเมืองเก่ายังคงมีให้เห็นอยู่ในความทรงจำของวันที่โหดร้าย และชาวเมือง Oradous ได้ย้ายถิ่นฐานของตนไปยังเมืองใกล้ๆ คงเหลือไว้แต่เพียงซากความทรงจำที่แสนเจ็บปวด
1. Abandoned Medieval Town of Balestrino, Italy
ไม่ แน่ใจว่าสถานที่แห่งนี้ใครเป็นผู้เริ่มสร้าง แต่ในปี 1100 สำนักสงฆ์ Benedictine แห่ง San Pietro dei Monti ได้กล่าวอ้างถึงความเป็นเจ้าของ จริงๆแล้วมีหลายประเทศสร้างมันขึ้นมา คงเป็นเพราะภาวะสงครามในสมัยก่อน มีการแย่งอาณานิคมกัน ปัจจุบันจะพบเห็นปราสาทที่อยู่ส่วนบนสุดของเมืองและซากกำแพงเมืองที่ยาวเหยียดตลอดจนต้นมะกอกที่เรียงรายกันโดยรอบถือได้ว่าเป็นเมืองที่สวยงามแห่ง หนึ่ง ส่วนเหตุที่ต้องกลายเป็นเมืองร้างปราศจากผู้คนเพราะเหตุแผ่นดินไหวนั่นเอง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น