10 อันดับ นักแต่งเพลงแห่ง ศตวรรษที่ 20

update :27/11/2013 12:01
views : 1577
ที่มา :
เอาใจคนรักเสียงเพลงกันบ้างใน "10 อันดับนักแต่งเพลงแห่ง ศตวรรษที่ 20 "
10. Neil Young
นีล เพอร์ซิวอล ยัง (อังกฤษ: Neil Percival Young) เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1945 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวแคนาดา และยังเป็นนักดนตรีและผู้กำกับภาพยนตร์ ผลงานของยังมีเอกลักษณ์ ที่มีเนื้อเพลงลึกซึ้ง เสียงกีตาร์อันโดดเด่น เสียง ร้องที่เป็นเอกลักษณ์ในโทน falsetto tenor เขายังเล่นดนตรีได้หลากหลายประเภท เขายังทดลองการเล่นดนตรีที่แตกต่างหลากหลายประเภท อย่าง สวิง, แจ๊ส, ร็อกอะบิลลี, บลูส์ และดนตรีอีเลกโทรนิก ผลงานที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดของเขา มักจะเป็น แนวเพลงในลักษณะโฟล์ก อคูสติกร็อก ("Heart of Gold", "Harvest Moon" และ "Old Man") และฮาร์ดร็อก (อย่างเพลง "Cinnamon Girl", "Rockin' in the Free World" และ "Hey Hey, My My (Into the Black)") ส่วนผลงานล่าสุดเขายังใส่องค์ ประกอบแนวเพลงใหม่ ๆ อย่าง อินดัสเทรียล, อัลเทอร์เนทีฟคันทรี และกรันจ์ ไปด้วย และจากข้อมูลกลางปี 2008 เขามียอดขายอัลบั้มโดยประมาณอยู่ที่ 80 ล้านชุดทั่วโลก ยังกำกับ (หรือช่วยกำกับ) ภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยใช้ชื่อนามแฝงว่า เบอร์นาร์ด เชกกีย์ มีผลงานอย่าง Journey Through the Past (1973), Rust Never Sleeps (1979), Human Highway (1982), Greendale (2003),และ CSNY Déjà Vu (2008) ผลงานล่าสุดที่เขาทำเป็นสารคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้า มีชื่อชั่วคราว ว่า Linc/Volt เขายังสนับสนุนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและชาวไร่ ชาวนา เขาร่วมก่อตั้งคอนเสิร์ตฟาร์มเอด ในปี 1985 และในปี 1986 เขาช่วยก่อตั้งโรงเรียนบริดจ์ และยังจัดคอนเสิร์ตประจำปีเพื่อช่วยเหลือโรงเรียน ร่วมกับภรรยาของเขา เพกกี ถึง แม้ว่ายังจะ ร้องเพลงเกี่ยวกับตำนานอเมริกันหรือเรื่องเล่าอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ยังถือสัญชาติแคนาดา และไม่ต้องการเปลี่ยนสัญชาติ
9. Robert Plant
โรเบิร์ต แอนโธนี แพลนต์ (อังกฤษ: Robert Anthony Plant) เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1948 เป็นนักร้องเพลงร็อกและนักแต่งเพลง ชาวอังกฤษ มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นสมาชิกอดีตวงร็อก เลด เซพเพลิน ในฐานะนักร้องนำ เขายังประสบ ความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวอีกด้วย อัลบั้มล่าสุดของเขา Raising Sand โปรดิวซ์โดย ที-โบน เบอร์เน็ตต์ ร่วมกับนักร้องแนวบลูกราสส์เสียงโซพราโน อลิสัน เคราส์ ก็ได้รับรางวัลแกรมมี่ ในปี 2009 ในสาขาบันทึกเสียงแห่งปี และอัลบั้มแห่งปี
8. Chuck Berry
ชาร์ลส เอ็ดวาร์ด แอนเดอร์สัน "ชัค" เบอร์รี (อังกฤษ: Charles Edward Anderson "Chuck" Berry) เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1926 ที่เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูริ เป็นนักกีตาร์ นักร้อง และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ชัค เบอร์รี ถือเป็นบุคคลแถวหน้า ของวงการดนตรีร็อกแอนด์โรล จากเว็บไซต์ร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม พูดถึงเขาว่า "ถ้าไม่มีใครที่สามารถพูดว่าเป็นคนคิดค้นร็อกแอนด์โรลได้ ชัค เบอร์รี ดูจะเป็นคนที่ใกล้เคียงที่สุดกว่าใครที่เป็นคนนำหลาย ๆ สิ่งรวมเข้าด้วยกัน" จอห์น เลนนอน พูดว่า "ถ้าคุณพยายามตั้งชื่อร็อกแอนด์โรลอีกชื่อหนึ่ง คุณอาจจะเรียกมันว่า ชัค เบอร์รี" เบอร์รีเป็นหนึ่งในนักดนตรียุคแรก ๆ ที่ติดในร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม ที่เปิดตัวเมื่อปี 1986 เขาได้รับ Kennedy Center Honors ในปี 2000 และนิตยสารโรลลิง สโตนจัดเขาอยู่อันดับ ที่ 5 ของอันดับ 100 ศิลปินที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาล เขายังติดอันดับ 6 ในนิตยสารโรลลิงสโตนอีกหัวข้อ ที่จัดอันดับ 100 นักกีตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
7. Carol King
คาโรล คิง (Carole King) เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1942 เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ชาวอเมริกัน เธอประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวในต้นยุค 70 มีเพลงดังอย่าง "It's Too Late" / "I Feel the Earth Move," และเธอประสบความสำเร็จ ในการแต่งเพลงต่าง ๆ ให้ศิลปินอาทิ "Go Away Little Girl" (ร้องโดย Steve Lawrence และ Donny Osmond),"The Loco-Motion" (ร้องโดย Little Eva, Grand Funk Railroad, ทีน่า เทอร์เน่อร์, ไคลี มิโนค‎) เป็นต้น เธอได้รับรางวัลแกรมมี่มาแล้ว 4 ครั้ง และยังได้รับรางวัล Songwriter's Hall of Fame และ the Rock and Roll Hall of Fame สำหรับการแต่งเพลง คู่กับคู่หูอย่าง Gerry Goffin อัลบั้มที่มีชื่อเสียงที่สุดของเธอคืออัลบั้ม Tapestry ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกานาน 15 สัปดาห์ และขายได้ มากกว่า 15 ล้านชุดทั่วโลก
6. Sting
กอร์ดอน แมททิว โทมัส ซัมเนอร์ (อังกฤษ: Gordon Matthew Thomas Sumner, CBE) เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1951 หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ สติง (อังกฤษ: Sting) เป็นนักดนตรี นักแสดงชาวอังกฤษ จากวอลล์เซนด์ ในนอร์ธไทน์ไซด์ ก่อนที่จะ ก้าวสู่ฐานะศิลปินเดี่ยวเขาเป็นนักเขียนเพลงและนักร้องและมือเบสให้กับวงร็อกที่ชื่อ เดอะโพลิซ ในฐานะศิลปินเดี่ยวและสมาชิกวงเดอะโพลิซ สติงได้รับรางวัลแกรมมี่ 16 ครั้งจากผลงานของเขา ได้รับรางวัลแกรมมี่ครั้งแรกในสาขาแสดงดนตรี ร็อกบรรเลงยอดเยี่ยมในปี 191 และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเพลงยอดเยี่ยม 3 ครั้ง
5. Bruce Springsteen
บรูซ เฟรเดริก โจเซ็พ สปริงส์ทีน (อังกฤษ: Bruce Frederick Joseph Springsteen) เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1949 เป็นนักร้องชาวอเมริกัน นักแต่งเพลง นักกีตาร์ เจ้าของสมญานาม “The Boss” หรือนายใหญ่แห่งวงการอเมริกันร็อก ผลงานที่ ผ่านมาของ บรูซ สปริงส์ทีน ที่คุ้นหูคนไทยอาทิเช่น เพลง “Secret Garden” จากซาวนด์แทรค Jerry McGuire, “Born In The U.S.A.” และ “Streets Of Philadelphia” จากซาวนด์แทรค Philadelphia เขาเคยได้รับรางวัลจากผลงานของเขาอย่างเช่น 19 รางวัลแกรมมี่ 2 รางวัลลูกโลกทองคำและ 1 รางวัลออสการ์ อัลบั้มของเขาขายได้มากกว่า 65 ล้านชุดในสหรัฐอเมริกาและ 120 ล้านชุดทั่วโลก
4. Paul Simon
พอล ไซมอน (Paul Frederic Simon) (13 ตุลาคม พ.ศ. 2484 - ) นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน หนึ่งในสมาชิกวงดูโอ ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล ซึ่งมีผลงานร่วมกับอาร์ต การ์ฟังเกล ช่วงปี พ.ศ. 2507 - พ.ศ. 2513 และออกผลงานเดี่ยว พอล ไซ มอน เกิดในครอบครัวชาวโรมาเนียเชื้อสายยิว เป็นเพื่อนกับอาร์ต การ์ฟังเกล มาตั้งแต่เด็ก เคยมีผลงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ในชื่อวงดูโอ "ทอม แอนด์ เจอรี" (การ์ฟังเกลใช้ชื่อแฝงว่า "ทอม กราฟ" ไซมอนใช้ชื่อแฝงว่า "เจอรี แลนดิส") และ หันไปทำงานเดี่ยว ออกผลงานร่วมกับศิลปินหลายคน รวมทั้ง แคโรล คิง ในปี พ.ศ. 2507 พอล ไซมอน และอาร์ต การ์ฟังเกล ผลิตผลงานร่วมกันในสังกัตโคลัมเบีย เรคคอร์ดส ในชื่อ "ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล" กับอัลบั้ม Wednesday Morning, 3 A.M. ในช่วงแรกไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก แต่กลุ่มผู้ฟังเริ่มชื่นชอบเพลง "The Sounds of Silence" จนกระทั่งเพลงนี้ติดอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล มีผลงานอัลบัมร่วมกัน 5 ชุด มีซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จเช่น "The Sounds of Silence", "Mrs. Robinson", "Bridge over Troubled Water", "Scarborough Fair" และ "The Boxer" ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานส่วนตัว และกลับมาแสดงดนตรีสดร่วมกันเป็นครั้งคราว โดยครั้งที่ประสบสำเร็จสูงสุดคือ การแสดงสดที่ เซ็นทรัลพาร์ก เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2524 ซึ่งมีผู้ชมมากกว่า 500,000 คน หลังจากแยกวงในปี พ.ศ. 2514 พอล ไซมอนผลิตผลงานเดี่ยวออกมาอย่างสม่ำเสมอ ผลงานที่ประสบความสำเร็จคืออัลบัม Paul Simon (1972), There Goes Rhymin' Simon (1973), Still Crazy After All These Years (1975) โดยเฉพาะอัลบัม Graceland (1986) และ The Rhythm of the Saints (1990) ในแนวเวิร์ลมิวสิก ซึ่งทำให้เกิดกระแสความนิยมดนตรีประเภทนี้
3. David Bowie
เดวิด โบวี (อังกฤษ: David Bowie) หรือชื่อเกิด เดวิด โรเบิร์ต โจนส์ (อังกฤษ: David Robert Jones) เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1947 เป็นนักร้อง นักแสดง นักดนตรี โปรดิวเซอร์เพลงและผู้เรียบเรียงเพลง ชาวอังกฤษ มีผลงานด้านเพลงร็อกมาร่วม 5 ทศวรรษ ด้วยดนตรีและภาพลักษณ์ใหม่ ๆ โบวีเป็นนักสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ โดยเฉพาะผลงานในยุค 1970 ที่เขาได้รับกล่าวขานว่าเป็นอิทธิพลให้กับนักดนตรีหลายคน[1] โบวีมีเนื้อเสียงเด่นแบบแบริโทน ถึงแม้ว่าจะออกผลงานอัลบั้มและซิ งเกิ้ลมามากมายในช่วงแรก ๆ เดวิด โบวีก็มาสะดุดหูสะดุดตาสู่สาธารณะครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงในปี 1969 เมื่อซิงเกิ้ล "Space Oddity" ที่ได้รับแรงบันดาลใจโครงการอะพอลโล ขึ้นชาร์ทซิงเกิ้ลในสหราชอาณาจักรติดท็อป 5 หลังจากนั้นในช่วงเวลา 3 ปีที่เขาทดลองงานใหม่ ๆ เขาออกผลงานอีกครั้งในปี 1972 ในช่วงของเพลงแกลมร็อก กับอัลบั้มแห่งสีสัน Ziggy Stardust มีซิงเกิ้ลฮิต "Starman" และอัลบั้ม The Rise and Fall of Ziggy Stardust and the Spiders from Mars ในปี 1975 โบวี ประสบความสำเร็จครั้งแรกทางฝั่งอเมริกา กับซิงเกิ้ลอันดับ 1 "Fame" จากอัลบั้มฮิต Young Americans ที่เขาอธิบายว่าเป็นแนว "พลาสติกโซล" มีดนตรีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เมินกลุ่มผู้ชื่นชอบในสหราชอาณาจักร[4] เขาทั้งสับสนในความคาด หวังจากค่ายเพลงและกลุ่มคนฟังในอังกฤษ ในการทำผลงานเพลงในแบบน้อยชิ้น ในชุด Low ที่ผลงานที่ร่วมกับไบรอัน อีโน (ต่อมาร่วมงานกัน 3 ชุด) ผลงานทดลองของเขาที่เป็นที่ถกเถียงกันที่เรียกกันว่า "Berlin Trilogy" อันประกอบด้วยอัลบั้ม Low, "Heroes" และ Lodger ทั้ง 3 อัลบั้มติดท็อป 5 ในสหราชอาณาจักร หลังจากไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรด้านยอดขายในปลายยุค 1970 โบวีมีซิงเกิ้ลอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักรในปี 1980 กับซิงเกิ้ล "Ashes to Ashes" ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม Scary Monsters (and Super Creeps) เขาร่วมกับควีน ในซิงเกิ้ลอันดับ 1 "Under Pressure" และออกอัลบั้มในปี 1983 ชุด Let's Dance ที่มีซิงเกิ้ลฮิต "Let's Dance", "China Girl", และ "Modern Love" ในปี 2002 บีบีซีได้ออกแบบสำรวจในหัวข้อ 100 คนอังกฤษที่ยอดเยี่ยมที่สุด โบวีติดอยู่อันดับ 29 ตลอดในอาชีพเขา มีผลงานอัลบั้มขายได้ประมาณ 136 ล้านชุด และติดอยู่ในศิลปินอัลบั้มขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป็อปอังกฤษ ในปี 2004 นิตยสารโรลลิงสโตน จัดอันดับให้เขาที่อันดับ 39 ในหัวข้อ 100 ศิลปินร็อกที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
2. Lennon และ McCartney
จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน (อังกฤษ: John Winston Ono Lennon) (9 ตุลาคม พ.ศ. 2483-8 ธันวาคม พ.ศ. 2523) เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษ รู้จักกันดีในนามจอห์น เลนนอน แห่งวงเดอะบีทเทิลส์ โดยตั้งวงกับ พอล แม็คคาร์ ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตารร์ เนื้อเพลงของเลนนอนจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมในช่วงนั้น และในช่วงหนึ่งเลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุข เลนอน เกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2505 โดยมีบุตรชายคนแรกชื่อ จอห์น ชาร์ลส จูเลียน เลนนอน (John Charles Julian Lennon) และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอ โน่(Yoko Ono) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2512 โดยมีลูกชายชื่อ ฌอน เลนนอนหรือ ฌอน ทาโร โอโน่ เลนนอน (Sean Taro Ono Lennon) เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก,สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ส่วน McCartney เขา เกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ บิดาเป็นนักทรัมเป็ตและเปียโนในวงแจ๊สซึ่งสนับสนุนการเล่นดนตรีมาแต่เล็ก โดยเล่นทูบา เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกต่อมาเปลี่ยนเป็นทรัมเป็ต ต่อมาในยุคความนิยมดนตรีสกิฟเฟิล (Skiffle) พอลจึงหันมาเล่นกีตาร์ จนในยุคที่ร็อกแอนด์โรลโด่งดัง เพื่อนของเขา จอห์น เลนนอนจึงชวนมาตั้งวงที่ชื่อ "แควร์รี่ เมน" (Quarry Men) ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ เดอะบีทเทิลส์ จนโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเขาและจอห์นก็ร่วมแต่งเพลงฮิตมากมาย หลายเพลง เช่น Lady Madonna, Here Today, Wanderlust , Yesterday จนในปี 1970 วงเดอะบีทเทิลส์ก็แตกวงไป พอแยกมาทำอัลบั้มร่วมกับภรรยา ลินดา แม็กคาร์ตนีย์ ในชื่อ "วิงส์" (Wings) พอลได้รับการจดบันทึกในกินเนสบุ๊กว่า เป็นนัก ดนตรีและนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ 60 ครั้ง ขายได้กว่า 100 ล้านซิงเกิล และเพลง Yesterday ที่เขาร่วมแต่งกับจอห์นก็เป็นเพลงที่ถูกนำมาคัฟเวอร์มากที่สุดในโลก ถูกแพร่ ภาพและเสียงในอเมริกากว่าเจ็ดล้านครั้ง [1] เขาได้รับตำแหน่ง "เซอร์" จากสมเด็จพระราชินีอังกฤษเมื่อปี 11 มีนาคม ค.ศ. 199
1. Bob Dylan
บ็อบ ดีแลน (อังกฤษ: Bob Dylan) หรือชื่อจริง โรเบิร์ต อัลเลน ซิมเมอร์แมน (อังกฤษ: Robert Allen Zimmerman) เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เป็นนักประพันธ์ กวี จิตรกร ที่มีผลงานในวงการเพลง ป็อปตลอด 5 ทศวรรษ มีผลงานดังส่วนใหญ่ในทศวรรษ 1960 มีเพลงอย่างเช่น "Blowin' in the Wind" และ "The Times They Are a-Changin'" ที่เป็นเหมือนเพลงชาติของการเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน ผลงานสตูดิโออัลบั้มล่าสุดของเขาคือชุด Modern Times ออกขายเมื่อ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2006 ติดชาร์ทอัลบั้มในอเมริกาที่อันดับ 1 และในปีเดียวกันนิตยสารโรลลิงสโตนยให้เป็นอัลบั้มแห่งปี เนื้อเพลงของดีแลนยุกแรก จะเกี่ยวกับการเมือง สังคม ปรัชญา และอิทธิพลจากกวี ที่ต่อต้านเพลง ป็อปที่มีอยู่และดึงดูดวัฒนธรรมที่แปลกต่างจากที่มีอยู่ในสังคมที่มีอยู่กว้างขวาง ขณะที่ใส่ดนตรีของตัวเองเข้าไป เขาพบว่าธรรมเนียมของเพลงอเมริกา จากเพลงโฟล์ก, บลูส์ และเพลงคันทรี ไปสู่ดนตรีกอสเปล, ร็อกแอนด์โรล และร็อกอะบิลลี สู่เพ ลงโฟล์กแบบอังกฤษ สก็อต และไอริช, หรือแม้แต่แจ๊ส สู่เพลงสวิง ดีแลนเล่นกีตาร์ ,เปียโน และฮาร์โมนิกา โดยมีนักดนตรีช่วยเสริม เขาทัวร์ตั้งแต่ปลายยุค 1980 โดยใช้ชื่อทัวร์ว่า "Never Ending Tour" ถึงแม้จะประสบความสำเร็จด้านการแสดง ดนตรีและเป็นศิลปินเพลง ผลงานการเขียนเพลงของเขาก็ยังยอดเยี่ยมอีกด้วย[3] ตลอดอาชีพเขา ดีแลนได้รับรางวัลมากมายทั้งผลงานการเขียนเพลง การเล่นดนตรี และผลงานเพลง ซึ่งผลงานเพลงเขาได้รับรางวัลแกรมมี่ รางวัลลูกโลกทองคำ และ รางวัลออสการ์ เขายังมีชื่ออยู่ในร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม, แนชวิลซองไรเตอร์สฮอลออฟเฟม และ ซองไรเตอร์สฮอลออฟเฟม และในปี 2008 เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ รางวัลพิเศษ "สำหรับสร้างผลกระทบต่อวงการเพลงป็อปและวัฒนธรรม อเมริกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยเนื้อเพลงที่มีพละกำลังด้านกวีอย่างพิเศษ"

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น