10 อันดับสถานที่แปลก ๆ ที่ไม่คิดว่ามีในโลก (ภาค2)

update :27/11/2013 11:20
views : 1924
ที่มา : www.toptenthailand.com
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับสถานที่แปลก ๆ ที่ไม่คิดว่ามีในโลก (ภาค2)"
10. ถ้ำมรกต
ถ้ำมรกต และเกาะมุก เป็นทะเลฝั่งอันดามันที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทะเลตรัง จะไม่พลาดกับการเดินทางเข้าชมถ้ำมรกต ซึ่งถือว่าเป็น Unseen in Thailand จากปากทางเข้าถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ สูงพ้นระดับน้ำพอเรือลอดได้ หรือต้องว่ายน้ำเข้าไปถ้าหากน้ำมาก ระยะทาง 80 เมตร บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็นสี เขียวมรกต ดูแปลกตาและสวยงามตามธรรมชาติอย่างยิ่ง เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเห็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูง ชัน เกาะมุก ลักษณะของเกาะทางด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหน้าผาหินสูงตระหง่านหันหน้า ออกสู่ทะเล ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวเกาะไว้อย่างดีสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้
9. ทะเลแหวก
ทะเลแหวก จ.กระบี่ นับเป็นที่เที่ยวยอดฮิตอีกที่หนึ่ง ในช่วงปีนี้เลยนะครับ เพราะตั้งแต่มีการโฆษณา สถานที่ท่องเที่ยว unseen ผู้คนก็เลยตั้งหน้าตั้งตากันมาชมทะเลแหวกนี้กันใหญ่ อันที่จริงแล้ว ทะเลแหวกนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หรือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่มากสักเท่าไหร่ เพราะ ทะเลแหวกนี้ จะเกิดขึ้นบริเวณ เกาะด้ามหอก ด้ามขวาน เกาะทับ เกาะหม้อ ซึ่งจะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ๆกัน และมีสันดอนทรายเชื่อมเข้าหา หรือภาษาชาวบ้านเดิมนั้น เค้าเรียกกันว่า หาด สามเส้า แต่ในเมื่อผม มีโอกาสได้ไปแวะทักทายทะเลกระบี่แล้ว ก็อดที่จะไปชมทะเลแหวกไม่ได้ ผมนั่งเรือหางยาวเล็กบริเวณหน้าอ่าว พระนาง โดยก่อนที่จะมาทะเลแหวกนี้ ก็ได้ไปเที่ยวดำน้ำบริเวณ ทะเลกระบี่ จนจุใจก่อนจะมาพักกายพักปอดกันที่บริเวณหาดสามเส้า เพื่อรอน้ำลด แล้วชมทะเลแหวก แต่กว่าจะมาชมได้นี่สิครับ บอกคนเรือว่าไปทะเลแหวก เค้าไม่รู้จัก กว่าจะสื่อสารกันได้พูดกันอยู่นาน เพราะผมทราบมาว่า ทะเลแหวกนี่จะอยู่บริเวณเกาะไก่ ซึ่งจะมีแท่งหินคล้ายหัวไก่อยู่หน้าเกาะ แต่ชาวบ้าน เค้าไม่รู้จักสิครับ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเค้าก็เรียกเกาะด้ามหอกด้ามขวาน เลยงงไปกันใหญ่ แสดงให้เห็นว่าเราทำการโปรโมทให้คนไปเที่ยวได้สำเร็จ แต่เรายังเข้าถึงเจ้าบ้านไม่เพียงพอ เลยทำให้ นักท่องเที่ยวสื่อสารกับชาวบ้านลำบาก ทะเลแหวกนี้จะเกิดน้ำขึ้นน้ำลง จนปรากฏเป็นสันดอนทราย เชื่อมสามเกาะเข้าไว้ด้วยกัน ปรากฏการณ์นี้ จะเกิดขึ้น ทุกๆก่อนหรือหลัง วันขึ้น15 ของทุกเดือนท่านใดจะเดินทางไปชมต้องทราบตรงจุดนี้ด้วย นะครับไม่เช่นนั้น ท่านอาจพลาดโอกาสที่จะชมทะเลแหวกได้ ผมมาถึงที่นี่ประมาณ เที่ยงตรง แดดจัดดีมาก เพราะผมถือว่ามาเที่ยวทะเลต้องได้สัมผัสไอแดดจัดๆ และลมแรงๆ ซึ่งนับว่า เยี่ยมมากครับ ที่นี่ทั้งแดด ทั้งลมตรงตามที่ใฝ่ฝันเลยครับ พักผ่อนกันสักหน่อย ก็เป็นเวลาบ่ายพอดี ถึงตอนนี้น้ำก็ลงมากแล้ว จะเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเดินเล่นอยู่ตามบริเวณสันดอนเป็นจำนวนมาก อดใจไม่ได้แล้วผมต้องไปเล่นกับเค้าบ้างครับ ไปหละครับ
8. หุบเขาโลกพระจันทร์ (Vale de Lua) ที่ประเทศบราซิล
หุบเขาโลก พระจันทร์ หรือ "the valley of the moon" เป็นที่ ราบสูงโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1.8 พันล้านปี โดยพื้นที่ว่างระหว่างก้อนหินจะมีน้ำจากแม่น้ำ San Miguel แทรกอยู่ภายใน ดินแดนประหลาดแถบนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Chapada dos Veadeiros ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ที่ผ่านมา
7. แม่น้ำสีแดง ( Rio Tinto) ที่ประเทศสเปน
บริเวณ พื้นที่ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ R?o Tinto มี การทำเหมืองทองแดง เงิน ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ (ราว 5 พันปีก่อน) ส่งผลให้น้ำในแม่ น้ำดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีแดงก็เนื่องมาจากก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ประกอบ ด้วยธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้นนั่นเอง เหมืองใน แถบนี้ถูกปิดมานานนับ 10 ปี แต่เนื่องจากทองแดงมีราคาสูงขึ้น เจ้าของเหมืองจึงมีแผนเปิดเหมืองทองแดงอีกครั้งในปีหน้า
6. ทะเล (สาป) เดือด Boiling Lake ประเทศโดมินิกา ( Commonwealth of Dominica )
“Boiling Lake ” เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลสาป Frying Pan Lake ของ ประเทศนิวซีแลนด์) มีความกว้างราว 60 เมตร ลึก 59 เมตร อุณหภูมิริมทะเลสาปอยู่ที่ประมาณ 82 – 91.5 องศา เซลเซียส ระดับน้ำภายในทะเลสาปแห่งนี้มีลักษณะ ขึ้น-ลงตลอดเวลา โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) น้ำในทะเลสาปแห่งนี้ได้แห้งเหือดหายไป และเพิ่งกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่าน มา
5. ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี
คัปปาโดเกีย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 (พ.ศ. 2528) ดินแดนดังกล่าวมี ภูมิประเทศที่แปลกตาซึ่งเกิดจากจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม บางส่วนมีประชาชนอาศัยอยู่ภายใน
4. ภูเขาไฟ Redoubt ที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา
Redoubt เป็น ภูเขาไฟมีพลัง (active volcano) อายุนับพันๆ ปี ที่ยังคงคุกรุ่นและเกิดการปะทุหรือระเบิดขึ้นบ่อยครั้ง
3. ทุ่งหินรูปรังผึ้ง Bungle Bungles ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเ
ทุ่งหินรูปรังผึ้ง Bungle Bungles ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย
2. ถ้ำคริสตัล
ถ้ำคริสตัล เป็น 1 ใน 240 ถ้ำ (ที่ถูกค้นพบ) ภายในอุทยานแห่งชาติ Sequoia ในมลรัฐ แคลิฟอร์เนีย ถ้ำดังกล่าวเป็นถ้ำ "หินอ่อน" ธรรมชาติ ที่ภายในมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 9 องศา เซลเซียส ซึ่งการจะเข้าไปชมภายในถ้ำต้องอาศัย ไกด์ทัวร์เป็นผู้นำทางเท่านั้น
1. แท่งหินประหลาด ประเทศไทย
แท่งหิน ประหลาดที่มีอายุกว่า 20 ปี ตำนานการเกิดของมันนั้นน่าอดสูเกินกว่าจะกล่าว และจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ว่า แท่งหินพิลึกที่เรียงกันเป็นทางยาวนี้ได้สร้างประโยชน์อันใดให้แก่ประเทศไทย ปล.อันดับที่1 จริงๆแล้วขำๆนะครับ อย่าซีเรียส

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น