10 อันดับ Greenest City ของโลกปี 2011

update :27/11/2013 09:51
views : 1274
ที่มา :
ในหลายเมืองได้จัดเป็นวาระระดับชาติและเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันทำให้เมืองของตนมีคุณสมบัติและเงื่อนไขตามเกณฑ์ของการจัดอันดับที่จะทำให้ได้รับเลือกให้เป็นเมืองสะอาดในลำดับต้นๆ การจัดอันดับเมืองสุดยอดสะอาดตามแนว 10 World's Greenest City อาจจะมีหลายองค์กร อย่างเช่น radiff.com ที่เพิ่งจัดอันดับไปเมื่อกลางปีนี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้รวมเอานิยามของ green มาใช้ในทุกลักษณะ แต่ได้ให้ความสำคัญกับความพยายามในการที่จะปรับปรุงให้เมืองนั้นๆ และผลการดำเนินการที่เกิดจริงด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะมีเมืองไหนติดอันดับบ้าง เชิญชมได้เลยครับ
10. Portland, Oregon ประเทศ USA
อันดับ 10 เมืองชื่อ Portland, Oregon, ประเทศ USA หลายคนประหลาดใจเหมือนกันที่ยังมีเมืองในอเมริกาติดอันดับนี้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าอเมริกา เป็นประเทศที่สร้างมลภาวะใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่เมืองนี้เป็นเมืองแรกของประเทศนี้ที่ทำแผนงานชัดเจนในการลดมลภาวะทางอากาศ และริเริ่มสร้างอาหารสีเขียว ขณะเดียวกัน ได้มีความพยายามในการลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการสร้างเลนสำหรับรถจักรยาน ผลจากการรณรงค์ในครั้งแรกได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำนวน กว่า 2.2 ล้านคนและผู้ประกอบการกว่า 2,000 รายสามารถลด การใช้ไฟฟ้าได้ถึง10.2% ซึ่งเทียบได้กับปริมาณรถยนต์บนท้อง ถนนที่จะลดลงไปถึง 48,000 คันต่อปี และขยายผลสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปีต่อๆ มา
9. ลอนดอน ประเทศ อังกฤษ
อันดับ 9 นครลอนดอน ประเทศ England จุดเด่นของนครลอนดอนคือ แผนการตอบโต้ภาวะเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก ที่ทำให้เห็นชัดว่าแนวโน้มในอนาคตของนครแห่งนี้คือ เมืองสีเขียวที่มีอากาศพิษลดลง ไม่น้อยกว่า 60% และใช้พลังงานที่ผลิตเองจากท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 25% ในอีก 20 ปีข้างหน้า นอกจากนั้นผู้บริหารนครแห่งนี้ยังมีระบบแรงจูงใจแก่ประชาชนที่พยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เพื่อให้การจัดงานโอลิมปิกฤดูร้อนในครั้งถัดไปที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ เป็นการจัดงานในนครสีเขียว
8. Curitiba ประเทศ Brazil
อันดับ 8 เมืองชื่อ Curitiba, ประเทศ Brazil ผลการสำรวจพบว่าประชาชนถึง 99% ในเมืองบอกว่าตนเองมีความสุขกับเป็นประชากรของเมืองนี้ก็แปลว่าเมืองนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ส่วนหนึ่งเพราะว่าระบบการขนส่งสาธารณะมีประสิทธิภาพสูง พื้นที่สีเขียวของเมืองก็มีกว่า 580 ตารางฟุตต่อ inhabitant และต้องถือว่าเมืองนี้เป็นเมืองมหัศจรรย์ที่สุดเมืองหนึ่งสำหรับเมืองที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้
7. Bogota ประเทศ Colombia
อันดับ 7 เมืองชื่อ Bogota, Colombia เป็นเมืองทีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในอดีตในด้านอาชญากรรมที่สามารถเปลี่ยนสภาพเป็นเมื่อกรีนซิตี้ได้ด้วยการดำเนินงานของผู้ว่าการเมืองที่เปลี่ยนถนนหนทางในเมืองเป็น ไซด์วอล์ค นอกจากนั้นยังสามารถวางระบบการขนส่งรถประจำทางที่มีประสิทธิภาพ และมีพื้นที่สีเขียวในเมืองกว่า 1200 จุด แถมเมืองนี้ยังมีวันที่เรียกว่า car-free ประจำปี เพื่อให้คนเลิกการใช้รถยนต์ได้สำเร็จด้วย
6. Sydney ประเทศ Australia
อันดับ 6 เมืองชื่อ Sydney, ประเทศ Australia ซิดนีย์เป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องในการริเริ่มกิจกรรม Earth Hour คือการปิดไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือการประหยัดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมงอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการลดภาวะโลกร้อน กิจกรรมนี้ริเริ่มโดย กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2550 ณ เมืองซิดนีย์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน ส่วนราชการ และภาคธุรกิจเอกชนพร้อมใจกันปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผลจากการรณรงค์ในครั้งแรกได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำนวน กว่า 2.2 ล้านคนและผู้ประกอบการกว่า 2,000 รายสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง10.2% ซึ่งเทียบได้กับปริมาณรถยนต์บนท้อง ถนนที่จะลดลงไปถึง 48,000 คันต่อปี และขยายผลสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปีต่อๆ มา
5. Bahia de Caraquez ประเทศ Ecuador
อันดับ 5 เมืองชื่อ Bahia de Caraquez, ประเทศ Ecuador เมืองนี้เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จากทั่วโลก แม้ว่าตัวเมืองจะพบกับพิบัติภัยทางธรรมชาติที่รุนแรงหลายต่อหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1990 แต่รัฐบาลและองค์กร NGO ในเมืองนี้ได้มุ่งมั่นที่จะทำให้เมืองเป็นเมืองที่มีความเป็นกรีนอย่างยั่งยืน จึงจัดทำโปรแกรมสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าวมากมาย จนสามารถควบคุมมลภาวะและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างดี โดยเน้นไปที่การสร้างภาคเกษตรแบบออร์แกนิคเป็นหลัก
4. Vancouver ประเทศ Canada
อันดับ 4 เมืองชื่อ Vancouver, ประเทศ Canada เป็นเมืองที่มีความแตกต่างจากเมืองใหญ่ในทวีปอเมริกา โดยพลังงานที่ใช้ในเมืองนี้ 90% มาจากการหมุนเวียนเอากลับมาใช้ใหม่ เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ น้ำ และเมืองนี้ยังมีแผนพัฒนาระยะยาว 100 ปี เพื่อให้เกิดการพัฒนาสู่กรีนซิตี้อย่างยั่งยืน หลังจากที่ปัจจุบันเมืองนี้มีสวนสาธารณะที่เป็นปอดของเมืองถึง 200 แห่ง
3. Copenhagen ประเทศ Denmark
อันดับ 3 เมืองชื่อ Copenhagen, ประเทศ Denmark ประชาชนของเมืองนี้มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจที่จะไปสู่กรีน ทำให้เมืองนี้กลายเป็นสวรรค์ของการรักษาสิ่งแวดล้อมและยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ของเมืองนี้จะใช้จักรยานในการเดินทางมากกว่ารถยนต์ และการดูแลสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้เมืองนี้มีอากาศที่อบอุ่นน่าอยู่ เพราะมีเป้าหมายในการลดอากาศเสียถึง 20% ภายในปี 2015 และยังหวังจะเป็นเมืองแรกของโลกที่ไม่มีส่วนใดเลยที่มีอากาศเสีย และใช้เงินลงทุนอย่างมากในด้านเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด
2. Malmo ประเทศ Sweden
อันดับ 2 เมืองชื่อ Malmo, ประเทศ Sweden เมืองนี้เป็นตัวอย่างของเมืองที่ประชาชนในเมืองและบริเวณเมืองใกล้เคียงเป็นฝ่ายออกมานำให้มีการยกระดับสู่กรีน ซิตี้เอง จนทำให้เกือบทั้งหมดของสวีเดนกลายเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ทั้งการออกแบบอาคาร พื้นที่ด้วยนวัตกรรมของกรีน และใช้โมเดลกรีนทั้งเมือง
1. Reykjavik ในประเทศ Iceland
อันดับ 1 เมืองชื่อ Reykjavik ในประเทศ Iceland กรณีของไอซ์แลนด์ถือว่าเป็นกรณีพิเศษก็ได้ เพราะประเทศนี้ก็ได้รับการยกย่องให้เป็น Greenest Country ของโลกด้วย จึงทำให้เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ได้รับอานิสงส์จากการนี้ด้วย กรณีของเมืองหลวงของไอซ์แลนด์มาจากความตั้งใจของประเทศที่จะทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดของยุโรป (Europe’s cleanest city) ก่อน จึงปรับเป้าหมายไปสู่ระดับโลกต่อไป ปัจจุบันเมืองหลวงแห่งนี้ใช้พลังงานสะอาด และระบบขนส่งสะอาดทั้งหมด

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น