10 อันดับ คนที่โหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

update :26/11/2013 23:43
views : 1381
ที่มา :
คนที่โหดมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกใครได้อ่านประวัติแล้วคงจะเห็นถึงความโหดเหี้ยมของพวกเค้าจริงๆ
10. Atilla the Hun

แอตทิล่า เดอะ ฮัน ทรงเป้นข่านแห่งฮันช่วงปี 434-453 ในฐานะที่พระองค์ทรงเป้นประมุขแห่งจักรวรรดิฮันที่มีอาณาเขตลากยาวมาตั้งแต่เยอรมันนีถึงแม่น้ำอูราล และตั้งแต่แมน้ำดาร์นูบถึงทะเลบอลติค ซึ่งในยุโรปตะวันตกกล่าวถึงเขาไว้ในฐานะของความโหดร้าย การรุกรานของกองทัพขนาดมหึมาของแอตทิล่า เดอะ ฮั่น ผ่านทาง ออสเตรีย เยอรมัน ข้ามแม่น้ำไรน์ จนไปถึง กอลด์(ฝรั่งเศสในปัจจุบัน)ถือว่าเป็นการโจมตีแบบชาวไร้อารยธรรม ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แอตทิล่า เดอะ ฮั่น นอนจมกองเลือดของตัวเองในคืนแต่งงาน (มีเรื่องเล่าว่าแอตทิล่า เดอะ ฮั่น เคยชอบหัวหน้านักบวชหญิงของอารมแห่งหนึ่ง เขาเฝ้าขอความรักจากนางด้วยทุกอย่างที่จะหามาได้ แต่นางก็ปฎิเสฐเขาเรื่อย มาจนกระทั้งเขา สั่งให้นำพวกนักบวชรวมทั่งเธอด้วย ไปประหารและเผาอารามของพวกเธอ)
9. Maximilien Robespierre

ผู้นำการปฎิวัติฝรั่งเศส โรเบิร์ตปิแอร์ เป็หนึ่งในพวกที่สนับสนุนให้รัฐบาลเฉพาะการฝรั่งเศสประหารพระเจ้าหลุยส์ที่16รวมทั้งพระนางมารีอองตัวเนตและเชือ้พระวงศ์อื่นๆอย่างไม่มีการตัดสิน(คือจริงๆก็มีแต่มีพอเป็นพิธีเท่านั้นเพราะหลักฐานปลอมทั้งนั้น) และเป็นผู้อยุ่เบื้องหลังยุคการปกครองด้วยความกลัว เขาเป็นผู้ออกคำสั่งประหารคนไป18500-40000คน และผู้ที่ถูกประหารนี้ก็เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า กบฎ หรืออื่นๆ สุดท้าย เขาก็โดนข้อกล่าวหาซึ่งตรงกับกฎข้อหนึ่งที่เขาบัญญัติเอาไว้ว่าด้วยเรืองความยุติธรรมจึงถูกประหารด้วยกิโยตินโดยไม่มีการตัดสินคดีในปี1794
8. Ayatollah Khomeini

ท่านเป็นผู้นำทางศาสนาของอีหร่านจากปี1979-1989ผู้ยุยงให้เกิดการทำปฎิวัติโค่นล้มพระเจ้าซาร์แห่งอีหราน ท่านเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่นักโทษในเรือนจำในปี1988 ซึ่งในกลุ่มนั้นก็ได้มีสมาชิกกลุ่ม มูจาฮิดินต่อต้านสาธารรัฐอิสลาม และเท่าที่จะมีการบันทึกไว้ท่านเกี่ยวข้องกับการตายของนักกิจกรรมทางการเมืองถึง 30000คน ท่านเกลียดประชาธฺปไตยมาก ถึงขนาดได้กล่าวไว้ว่า ผู้ใดที่คิดจะนำการคอรัปชั่นเข้ามาในนามของประชาธิปไตย คนผู้นั้นเลวร้ายยิ่งกว่าชาวยิวส์และจะต้องถูกแขวนคอ สุดท้ายโคไมนี่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 86 ปิดฉากผู้นำการกู้ชาติ
7. Idi Amin Dada

ผู้นำทางการทหารของอูกันดาที่ประกาศตัวเองเป้นประธานาธิบดีชั่วชีพ(President for life) โดยอำนาจทางการทหารเข้ามาในปี1971 เขาเป็นผู็ที่มีส่วนเกี่ยวจ้องในการประหารและขับไล่ผู้ที่ไม่ใช้ชาวอูกันดาออกนอกประเทศ รวมถึงมีส่วนเกี่ยวพันกับการสังหารคนจำนวน80000ถึง500000คน นอกจากนี้แล้วเขายังออกคำสั่งขับไล่ชาวเอเชียที่ส่วนมากถือพาสปอร์ตอังกฤษให้ออกไปจากอูกันดา แม้ว่าในภายหลังเขาจะถูกโค่นอำนาจและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ แต่ในภายหลังรัฐบาลอูกันดายอมรับที่จะให้ฝั่งศพของเขาในอูกันดาแม้ว่าเขาจะถูกฝั่งในซาอุดิอาราเบียแล้วก็ตาม
6. Leopold II

พระองค์ทรงเป้นกษัตริย์ของเบลเยี่ยมที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากเบลเยี่ยม ทำให้พระองค์ทรงเปิดโครงการ รัฐอิสระคองโก ในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป้นดินแดนที่มีขนาดมากกว่าประเทศเบลเยี่ยมของพระองค์ 76เท่าและทรงปกคครองในฐานะเจ้าของที่ดินอย่างมีอำนาจจเต็มที่ทำให้พระองค์สามารถทรมานคน(ทาส)ของพระองค์ให้ทำงานหนักอย่างที่จะหนักได้ โดยที่มีกองกำลังของพระองค์เองคอยควบคุมอยู่ ผู้ที่คิดจะต่อต้านมักจะถูกทรมานหรือไม่ก็ถูกสังหารอย่างโหดมแต่ทุกอย่างนี้เพื่อทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลกเท่านั้นเอง
5. Polpot
จอมเผด็จการพอล พต แห่งประเทศกำพูชาที่เป้นนายกรัฐมนตรีช่วงปี1976-1979 ในช่วงที่พอล พตเป้นรัฐบาลนั้นสนับสนุนการทำงานแบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งทุกคนะต้องทำงานเยี่ยงทาส ซึ่งนำมาสู่ความตกต่ำในด้่านสาธารณะสุข และการขาดแคลนอาหาร รวมถึงการประหารเพื่อลดจำนวนประชากร ซึ่งในยุคของพอล พต นั้นได้ประหารชาวเวียดนาม ไปถึง 2ล้านคน (คิดเป้นจำนวนประชากร1ใน3ของประเทศขณะนั้น) และกลุ่มของพอล พตนั้น ได้ทำการสังหารขึ้นที่บริเวณที่เรียกว่า ลานสังหาร และเพื่อที่จะประหยัดกระสุนการประหารนั้นจะใช้อุปกรณ์ ดังนั้น ขวาน ค้อน พลั่ว มีดโกน หรือ ไม้ไผ่ที่เหลาอย่างแหลม
4. Vlad III

พระองค์ทรงเป้นเจ้าชายแห่งวาเลนเซียร์ถึงสามครั้งระหว่างปี1448-1476 พระองค์เป็นที่รู้จักดีด้านตำนานความหฤโหดด้านการทรมานคน ซึ่ง เบรม สโตร์กเกอร์ได้ไอเดียนำไปแต่งเป็นนิยายเรื่อง Dracula แม้ว่าลึกๆแล้วพระองค์ก็มีความยุติธรรมอยู่บ้าง แต่การทรมานของพระองค์นั้นก็สุดรับได้ เช่น การใช้ม้าแยกร่าง(เหมือนหนังจีน) ตอกตะปูลงบนหัว ตัดแขนและขา บีบคอ จับเผาสด ควักลูกตา ตัดจมูกตัดหู ทำให้อวัยวะเพศพิการ ถลกหนัง และ การต้มในน้ำเดือดทั้งๆที่ยังมีชีวิต มีหลักฐานชี้ว่ายุคของพระองค์ทรงมีการตัดหัวเสียบประจานถึง 1แสนคนด้วยกัน
3. Ivan the Terrible

พระองค์ทรงเป็นผู้ปกครองพระองค์แรกที่ใช้คำนำหน้าว่าซาร์แห่งรัสเซีย ในปี1570พระองค์สั่งให้ก่อกำแพงเมืองให้สูงเพื่อกันประชาชนหลบหนี และนำประชาชนอย่างต่ำ500-1000คนมาทรมานต่อหน้าพระองค์และพระโอรส พระองค์ทรงประหารชีวิตของราชินีตัวเองหลายๆคน รวมทั้งทรงสังหารลูกสะใภ้ของพระองค์เนื้องจากแต่งกายไม่เรียบร้อย รวมถึงพระองค์ทรงโมโหพระโอรสองค์โปรดพระองค์อย่างมากจนเอาไม้เท้าฟาดหัวองค์ชายคนนั้นตายคาที่
2. Adolf Hitler

ในเมื่อพูดถึงผู้ที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เราจะลืมพี่หนวดจิ้ม ฮิตเลอร์ได้อย่างไร ฮิตเลอร์เป็นสมุหนายกแห่งเยอรมันในปี1933ก่อนที่จะประกาศตัวเองเป้น ท่านผู้นำในปี1934จนกระทั้งเขาฆ่าตัวตายในปี1945ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดสงครามโลก เขาเป้นผู้ที่เป็นต้นเหตุการสังหารผู้คนกว่า10ล้านคนซึ่ง6ล้านในนั้นเป้นชาวยิว ทุกอย่างสิ้นสุดลงในวันที่30 กรกฎาคม ปี 1945 เมื่อกองทัพโซเวียตได้บุกเข้าไปในกรุงเบอร์ลิน บีบให้อฺตเลอร์ฆ่าตัวตาย
1. Joseph Stalin

สตาร์ลินเป้นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสแห่งสหภาพโซเวียตจากปี1922-1953 ภายใต้การนำของสตาร์ลิน ยูเครนได้รับความขาดแขลนอาหารครั้งใหญ่ซึ่งเชื้อว่าเป็นผลมาจากการทำลายพืชผลของรัฐบาลสตาร์ลินซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต2.5ล้าน-10ล้านคน รวมถึงการกวาดล้างผู้ที่มีท่าทีคุกคามต่อความเป้นรัฐบาลสตาร์ลินในยุคนั้นซึ้งรวมๆแล้วมีผู้เสียชีวิตประมาณ 10ล้าน-60ล้านคน

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น