10 อันดับ บริษัทยักษ์ใหญ่

update :26/11/2013 20:48
views : 808
ที่มา :
ทีมงาน Toptenthailand.com ขอเสนอสาระๆบ้างครับใน "10 อันดับบริษัทยักษ์ใหญ่ "หัวใจสีเขียว""
10. Hewlett-Packard นักอนุรักษ์แห่ง Sillicon Valley
ที่ตั้ง Palo Alto ปีก่อตั้ง 1939 รายรับ 91.7 พันล้านเหรียญ จำนวนพนักงาน 156,000 คน ผู้นำในด้านการอนุรักษ์แห่ง Sillicon Valley ธุรกิจไฮเทคต่างขานรับกระแสอนุรักษ์สีเขียวกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะด้วยความตระหนักถึงคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อหวังผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจ แต่ทุกวันนี้ยิ่งความทันสมัยก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากเท่าไร ความห่วงใยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็ดูจะมีผลต่อสิ่งประดิษฐสมัยใหม่และคอมพิวเตอร์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่ง Hewlett Packard ถือเป็นตัวอย่างที่เด่นชัด พวกเขาเป็นเจ้าของโรงงานรีไซเคิ้ลขนาดใหญ่ ซึ่งมีเครื่องย่อยและบดแยกขยะขนาดใหญ่ ไว้คอยรับมือกับชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์กว่า 4 ล้านปอนด์ที่ถูกป้อนเข้าสู่โรงงานในแต่ละเดือน กระบวนการเริ่มต้นของการนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ใช่แค่เพียงเหล็กหรือพลาสติก แต่ยังรวมไปถึงสารเคมีมีพิษอย่าง ปรอท ทาง HP จะรับคืนอุปกรณ์จากทุกยี่ห้อ โดยที่สินค้าทุกชิ้นของบริษัทสามารถนำมา "รีไซเคิ้ล" ได้ 100% พยายามยังมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานของบริษัทลงอีก 20 % ภายในปี 2010 และยังมีการตรวจสอบความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับบริษัทผู้ร่วมธุรกิจกับทาง HP ทุกราย นอกจากนี้ทาง HP ยังจัดทำวรสารเพื่อรายงานสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางประชากรโลก ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรายงานที่มีมาตราฐานในการให้ข้อมูลเชิงสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ ...!!!!
9. Swiss Re คุ้มครองความเสี่ยงสภาวะอากาศ
ที่ตั้ง สวิตเซอร์แลนด์ ปีที่ก่อตั้ง 1863 รายรับ 24 พันล้าน จำนวนพนักงาน 10,500 คน พัฒนารูปแบบกรมธรรม์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงในเรื่องของสภาวะอากาศ Swiss re ไม่ได้โด่งดังจากความกล้าได้กล้าเสีย แม้ว่าออกตัวก่อนบริษัทประกันภัยอื่นๆไปหลายก้าวในเรื่องของการรับประกันความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ซึ่งเริ่มตั้งปี 1994 ด้วยการจุดขายในการเงินทดแทนอัตราสูง ในกรณีประสบภัยจากพายุ และภัยพิบัติทางอากาศอื่นๆ Swiss re เป็นผู้บุกเบิกในด้านในกรมธรรม์ประภัยที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ โดยผู้ซื้อกรมธรรม์สามารถเลือกเสี่ยงกับภัยจากคลื่นความร้อน หรือภาวะอากาศหนาว โดยระบุช่วงเวลา และอุณภูมิได้ตามชอบใจ ฉะนั้นเกษตกรในอินเดียสามารถเดินเข้าไปซื้อกรมธรรม์จากตัวแทนของบริษัทในท้องถิ่น เพื่อประกันภัยจากสภาวะฝนไม่ตกต้องตามฤดู หรือภัยจากภาวะน้ำท่วม
8. GOLDMAN SACHS สร้างวัฒนธรรมองค์กรรักสิ่งแวดล้อม
ที่ตั้ง New York ปีก่อตั้ง 1869 รายรับ 69.4 พันล้าน จำนวนพนักงาน 24,000 คน ขยายนโยบายสภาวะอากาศโลกเปลี่ยน และเลือกลงทุนในโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อครั้งที่ Goldman Sach ประกาศนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในปี 2005 เหล่านักวิจารณ์พากันชื่นชมผู้บริหารระดับสูง Hank Paulson ว่างามสง่า น่านับถือในจิตสำนึกเพื่อสังคม แต่เมื่อ Paulson พ้นจากตำแหน่ง ปณิธานในการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งนี้ไม่ได้จบสิ้นตามผู้บริหารไปด้วย กลับยิ่งให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับธุรกิจเชิงอนุรักษ์เพิ่มขึ้นไปอีก การลงทุนกว่า 1.5 พันล้านเหรียญ ในธุรกิจด้าน Cellulosic ethanol ,พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า ทั้งบริษัทด้านพลังงานอย่าง Texas Pacific และ Kohlberg Kravis Roberts กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Goldman Sachs และพวกเขาเตรียมที่จะเข้าไปซื้อกิจการของบริษัทผู้ผลิตพลังงานใน Texas อย่าง TXU ลูกค้าด้านงานวิจัยต่างพอใจที่รายงานด้านการลงทุนของ Goldman Sachs ในยุโรป ได้บรรจุปัจจัยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และปัญหาของรัฐบาลไว้ในรายงาน
7. S.C.JOHNSON สินค้าครัวเรือนหัวใจสีเขียว
ที่ตั้ง เมือง Racine รัฐ Wisconsin ปีก่อตั้ง 1886 รายรับ 7 พันล้านเหรียญ จำนวนพนักงาน 12,000 คน สามเจนเนอเนชั่นของการอุทิศตัวให้กับการอนุรักษ์ ในปี 1935 เป็นเวลาอันยาวนานกว่าที่กระแสตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์จะผุดขึ้นในจิตสำนึกนักธุรกิจอเมริกัน H.F Johnson Jr เดินทางกว่า 15,000 ไมล์เพื่อค้นหาแหล่งวัตถุดิบจากธรรมชาติ ในการผลิต Johnson’s wax สินค้าตัวแรกของบริษัท ซึ่งใช้วัตถุดิบจากต้น carnauba palm โดย หลานของเขา Fish Johnson ซึ่งเป็น CEO ของ S.C. JOHNSON ได้สืบทอดกิจการต่อคุณพ่อและคุณปู่ ซึ่งสร้างอาณาจักรแห่งสินค้าครัวเรือนอาทิ น้ำยาเช็ดกระจก windex น้ำยาทำความสะอาด Pledge หรือยากำจัดยุง และแมลง Raid ซึ่งล้วนแต่ผ่านผ่านกระบวนการผลิตและคุณสมบัติของผลิตภัณท์ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เขาย้ำว่า บริษัทยอมกำจัดส่วนผสมของสารระเหย ( volatile)ในผลิตภัณฑ์ Windex กว่า 1.8 ล้านปอนด์ และสารประกอบพอลิไวนิลลิดีนคลอไรด? (PVDC) จำนวน 4 ล้านปอนด์ออกจากส่วนผลผสมของผลิตภัณฑ์พลาสติกห่ออาหาร Sarah Wrap เพื่อให้ได้มาตรฐานคุณภาพ Greenlist ซึ่งทาง S.C.Johnson ได้ตั้งขึ้น เพื่อให้การรับรองแก่ผู้บริโภคว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวปลอดจากสารพิษอย่างสิ้นเชิง และยังลดการพึ่งพาการใช้พลังงานจากถ่านหิน ด้วยการสร้างโรงงานผลิตซึ่งใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพ และก๊าซมีเทนซี่งได้จากการบำบัดขยะ
6. PG & E ต้นแบบควบคุมสารพิษ
ที่ตั้ง San Francisco สหรัฐอเมริกา ปีก่อตั้ง 1852 รายรับ 12.5 พันล้านเหรียญ จำนวนพนักงาน 20,000 คน กลยุทธ์ในการลงทุนที่มุ่งในเรื่องของการประหยัดพลังงาน และการนำมาใช้ใหม่ PG&E มีบทบาทสำคัญในการผ่านกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการปล่อยสารพิษอันส่งผลต่อปฏิกิริยาเรือนกระจกของรัฐแคลลิฟอร์เนีย ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ณ เวลานี้ Peter Darbee ซีอีโอของ PG&E กำลังผลักดันเรื่องนี้ให้ออกเป็นบัญญัติใช้ไปทั่วประเทศ ประโยชน์จากการผ่านกฎหมายในเรื่องนี้ส่งผลให้ยอดขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทกว่า 56% มาจากสินค้าซึ่งผลิตโดยปลอดมลภาวะ และช่วยกระตุ้นผู้บริโภคให้ตะหนักถึงคุณค่าของการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยทางบริษัทให้ส่วนลดแก่ผู้ซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานถึง $ 75 และยังได้ทดลองการใช้พลังงานในทางเลือกอื่นๆ นอกจากนี้ PG&E ยังดำเนินการขออนุญาตในการพัฒนาการแปลงพลังจากคลื่นทะเลในฝั่งแปซิฟิกให้เป็นพลังงานไฟฟ้า พวกเขายังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และยังมีโครงการทดลองที่ San Joaquin ในการทดลองนำปฏิกูลจากวัวมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า ซีอีโอของ PG&E ยังลุ้นกับระบบพลังงานลูกผสมในรถยนต์ หรือ plug in hybrids ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ปกติและพลังงานไฟฟ้า โดยชาร์ทพลังงานจากไฟบ้าน และจะใช้กระแสไฟฟ้าในยามที่เครื่องยนตร์ต้องการเผาผลาญพลังงานเต็มที่ เจ้ารถปลอดมลภาวะนี้จะช่วยให้การเผาผลาญน้ำมันลดลง และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี่พื้นฐานของอุสหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า “ อุสาหกรรมพลังงานกำลังเดินมาสู่ช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติ “ Darbee กล่าวทิ้งท้าย
5. ALCAN ผู้ผลิตอลูมิเนียมไฝ่สีเขียว
ที่ตั้ง แคนนาดา ปีที่ก่อตั้ง 1902 รายรับ 23.6 พันล้านเหรียญ จำนวนพนักงาน 68,000 คนเลือกลงทุนในอุสหากรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อคราวที่ ALCAN เข้าไปยึดกิจการของ Pechiney บริษัทคู่แข่งจากประเทศฝรั่งเศสในช่วงปลายปี 2003 บริษัทผู้ผลิตอลูมิเนี่ยมยักษ์ใหญ่จาก Montreal แห่งนี้ได้รับเอาเทคโนโลยี่ของหลอมเหลวชั้นสูง ซึ่งทาง Pechiney มาไว้ในครอบครอง และผลักดันให้มีการพัฒนาการตรวจจับการแพร่กระจายของสารพิษ บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตได้ถึง 25% นับจากปี 1990 ในขณะที่กำลังในการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 40% และล่าสุดพวกเขาตั้งเป้าที่ดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยี่ประสิทธภาพสูง ซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงานได้อีก 20% และยังลดการแพร่กระจายของสารพิษอีกด้วย โรงงานนำล่องใน Quebec ได้เริ่มทดสอบเทคโนโลยี่ดังกล่าว “ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับอุสหกรรมอย่างเรา ที่จะแก้ปัญหาด้วยแนวทางแบบนี้ “ Corey Copeland ประธานใหญ่แห่ง Alcan กล่าว พร้อมกับย้ำ “มันทำให้เหล่าวิศวกรได้มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด “
4. Tesco ปลุกจิตสำนึกรักธรรมชาติ
ที่ตั้ง อังกฤษ ปีที่ก่อตั้ง 1919 รายรับ 71 พันล้านเหรียญสหรัฐ จำนวนพนักงาน 380,000 ประหยัดการใช้พลังงานและพยายามปลูกฝั่งจิตสำนักด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับลูกค้า ร้านค้าซึ่งใช้พลังงานจากกระแสลม ระบบการรีไซเคิ้ลที่นำสมัย การใช้รถขนสินค้าพลังงานไบโอดีเซล ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ Tesco ได้ลงมือทำ และเมื่อปีที่แล้วทางบริษัทประกาศที่จะลดการใช้พลังภายในอาคารของทุกสาขา ในอังกฤษลงอีก 50% ภายในปี 2010 แต่ ณ เวลานี้ Tesco กำลังจะบรรลุเป้าหมายนั้นล่วงหน้าก่อนแผนที่วางไว้ 2 ปี การหันมาใช้รถไฟที่ได้รับการพัฒนาโดยเทคโนโลยี่ล่าสุด ซึ่งปลอดจากมลภาวะทางเสียง และมลพิษทางอากาศ ทดแทนการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก ช่วยลดการแพร่การจายของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นพันๆตัน และทาง Tesco จะเริ่มประเมิณค่าคาร์บอนของสินค้าแต่ละชนิดในสาขานำล่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านการเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ยิ่งกว่านั้น Tesco ตัดสินใจให้โบนัสกับเหล่าพนักงานระดับ senior management โดยพิจารณาบางส่วนจากการมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน และการลดปริมาณของเสีย ทาง Tesco ยังกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นคุณประโยชน์ของสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ด้วยการให้แต้มสะสม เพื่อนำมาแลกสินค้ากับลูกค้าทุกคนที่หิ้วถุงหรือตะกร้าจ่ายตลาดติดตัวมาเอง
3. SUNCOR ที่1ผู้ผลิตน้ำมันใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ที่ตั้ง แคนาดา ปีที่ก่อตั้ง 1917 รายรับ 13.6 พันล้าน จำนวนพนักงาน 5,500 คน ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกโครงการของบริษัท การขุดหาน้ำมันดูจะเป็นงานที่ไม่น่าจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเสียเท่าไร แต่นโยบายและการดำเนินงานที่มุ่งเน้นเรื่องการอนุรักษ์และความใส่ใจที่มีต่อสังคมของ Suncor ทำให้หน่วยลงทุนของบริษัทเข้าไปอยู่ในหมวดกลุ่มธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมของตลาดหุ้น Dow Jones ของสหรัฐ และหมวด FTSE4GOOD ของตลาดหุ้นในอังกฤษ และในการทำสำรวจของ Jantzi บริษัทที่ปรึกษาจากประเทศแคนนาดา ซึ่งทำการสำรวจ 23 บริษัทผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลก แล้วยกให้ Suncor เป็นที่ 1 ในเรื่องของการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถควบคุมการปล่อยสารพิษอันจะเป็นผลต่อปฏิกิริยาเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดการปล่อยสารพิษอันเกิดจากการกลั่นน้ำมัน ต่อจำนวนที่ทำการกลั่นได้สูงถึง 25 % นับตั้งแต่ปี 1990 นอกจากการลดสารคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังสามารถการใช้พลังงาน ลดสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ ทาง Suncor ยังเป็นส่วนหนึ่งของผู้ริเริ่มพัฒนาเทคนิคในการตรวจจับคาร์บอน ในขณะที่ Suncor มีแผนจะเพิ่มปริมาณการผลิตอีกหนึ่งเท่าตัวภายในปี 2012 พวกเขาได้พัฒนาระบบการจัดการน้ำไปล่วงหน้า ในการที่จะผันเอาน้ำที่ปราศจากมลพิษจากแม่น้ำ Athabasca ในเมือง Alberta มาใช้ในการผลิต
2. Continental Airlines
ที่ตั้ง เมือง Houston ปีที่ก่อตั้ง 1934 รายรับ 13.1 พันล้าน จำนวนพนักงาน 44,000 คน ร่วมมือกับ Boeing ในการพัฒนาเครื่องยนต์อากาศยานที่สามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ท่ามกลางปัญหามลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้น British Airway นำโปรแกรมคำนวนการแพร่กระจายของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่เว็บไซต์ของตน เพื่อให้ผู้โดยสารได้เห็นถึงมลภาวะอันเกิดจากการบินในแต่ละเที่ยวบิน และบริจาคเงินเพื่อเป็นการชดเชยการก่อให้เกิดมลภาวะดังกล่าว ทางสายการบิน Lufthansa ก็เพิ่งติดตั้งห้องทดลองเคลื่อนที่ขนาด 1.5 ตัน ไปกับเครื่อง Airbus A340 เพื่อตรวจจับก๊าซและสารประกอบ แต่สายการบิน Continentalของอเมริกาไปไกลมากกว่านั้น!!! นอกจากจะทุ่มเงินไปกว่า 16 พันล้าน ในตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมาไปกับพัฒนาเครื่องบินของตน ให้มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น ทางสายการบินได้ติดตั้งปีกย่อยประหยัดพลังงานบนเครื่อง Boeing 737 และ 757 เกือบทุกลำของบริษัท ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษจากการบินได้ถึง 5 % ส่วนที่ฐานภาคพื้นของทางสายการบินใน Houston ก็สามารถลดปริมาณการปล่อยสารไนโตรเจนออกไซด์ จากเครื่องยนต์และอุปกรณ์ที่ใช้ในส่วนภาคพื้นได้กว่า 75% หากเปรียบกับตัวเลขเมื่อปี 2000 โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนทั้งหมด 13 คน ทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตเครื่องยนต์ และออกแบบอาคารผู้โดยสารสีเขียว ตรวจเช็คการแพร่กระจายของสารคาร์บอน และทำการรีไซเคิ้ลสารเคมี เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่เป็นประจำทุกวัน แม้แต่ขยะจากสำนักงานใหญ่ของทางสายการบิน ยังมีการแยกประเภทเพื่อเอื้อต่อการนำกลับมาใช้ใหม่!!!
1. Honda รถยนต์ประหยัดพลังงาน
ที่ตั้ง ประเทศญี่ปุ่น ปีที่ก่อตั้ง 1945 รายรับ 84.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ จำนวนพนักงาน 145,000 คน ถือเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานที่สุดในอเมริกา!!! ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เจ้าอื่นต่างเจ็บตัวกับภาวะราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Honda กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน เพราะได้มุ่งเน้นในด้านเทคโนโลยี่พลังงานทางเลือกอาทิ gas-electric hybrid (ระบบเชื้อเพลิงผสมกระแสไฟฟ้า ) Clean Diesel และ Fuel Cell ( เซลล์เชื้อเพลิง) Honda ยังได้เข้าไปแก้ปัญหาที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นพากันส่ายหน้า แล้วทิ้งให้เป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน โดยการนำ ไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์ในเชิงพลังงาน ทั้งนี้ ฮอนด้ามุ่งที่จะขยายตลาดเครื่องเติมเชื้อเพลิงส่วนบุคคล ซึ่งสามารถผลิตทั้งความร้อน และกระแสไฟบ้าน ไปจนถึงไฮโดรเจนและพลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง "เป้าหมายในระยะยาวของทางฮอนด้า คือการก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตที่สะอาด และประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก ทางฮอนด้าตั้งปฏิฐานไว้ว่า ภายในปี 2005-2010 ทางบริษัทจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงาน และจากรถยนต์ภายใต้ยี่ห้อ Honda ลงไปอีก 5 % จากที่เคยลดได้ 5 % ในช่วงปี 2000-2005"ผู้บริหารฮอนด้ากล่าวถึงเป้าหมา

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น