10 อันดับ การกระทำชั่วร้ายของประเทศสันติ!!

update :26/11/2013 19:09
views : 4374
ที่มา : www.toptenthailand.com
ทีมงาน topenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ การกระทำชั่วร้ายของประเทศสันติ!!" โดยในแต่ละประเทศก็จะมีการกระทำที่ดีและไม่ดีอยู่ด้วยกันทุกประเทศอยู่แล้ว แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าการกระทำที่ไม่ดีนั้น แบบไหนที่ถูกบันทึกเอาไว้ถึงความ
10. ภูฏาน
เริ่มต้นกันด้วยอันดับที่ 10 ภูฏานเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธที่แยกตัวระหว่างจีนและอินเดีย มีเป็นประเทศที่ประกาศว่า จะไม่สนใจ GDP (GDP - Gross Domestic Product หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH แทน (GDH - Gross Domestic Happiness หรือ ความสุขรวมภายในประเทศ) ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชาวภูฏานจำนวนมากไม่เห็นด้วยเพราะพวกเขาไม่มีสิทธิมนุษยชนมากนัก ประเทศของพวกเขามีกฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือโทรทัศน์เนื่องจากเชื่อว่ามันมีอิทธิพลที่จะเป็นตัวบ่อนทำลายประเทศของพวกเขา แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับนโยบายเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยของพวกเขา ในปี 1990 ผู้นำภูฏานตัดสินใจว่าขับไล่คนเชื้อสายเนปาลมากมายนอกประเทศ สาเหตุคือคนเหล่านี้ไม่ใช่พลเมืองของภูฏาน อีกทั้งยังต้องการรักษาเอกลักษณ์ทางด้านชาติพันธุ์เอาไว้ หลายแสนคนถูกบังคับให้ออกจากบ้านของพวกเขาที่อาศัยอยู่กว่าหลายร้อยปี ส่วนรัฐบาลเนปาลเองก็ไม่รับชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น ปัจจุบันชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นใช้ชีวิตที่สิ้นหวังในค่ายลี้ภัยที่ยากจนในประเทศเนปาลและอินเดีย
9. สวิตเซอร์แลนด์
อันดับที่ 9 สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศขนาดเล็กที่ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก โดยมีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย และประเทศลิกเตนสไตน์ นอกจากจะมีชื่อเสียงว่าเป็นดินแดนของช็อกโกแลตภูเขาสวยงามและแตรยักษ์แล้วยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง และความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติหลายแห่งถึงแม้ว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะวางตัวเป็นกลางใน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สวิตเซอร์แลนด์ยังคงวางตัวเป็นการไม่ฝักใฝ่ใด อย่างไรก็ตามพวกคนอาจไม่รู้ด้านมืดของพวกเขาเพราะสวิตเซอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในทางด้านเศรษฐกิจ คือเป็นธนาคารของหลายประเทศ โดยเฉพาะการเป็นสถานที่เพื่อใช้แลกเปลี่ยนเงินผิดกฎหมายของพวกนาซีเยอรมัน ซึ่งเงินเหล่านี้มากจากทรัพย์สินที่พวกนาซียึดจากชาวยิว หลังสงครามเหล่าญาติเหล่านั้นพยายามที่จะเรียกร้องเงินพวกเขา หากแต่ถูกปฏิเสธจากธนาคาร เพราะประเทศสนใจความมีชื่อเสียงมากกว่าเห็นใจผู้ตกเป็นเหยื่อนาซี ปัจจุบันสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นธนาคารของเจ้าพ่อ, กลุ่มก่อการร้ายและทรราชจากทั่วโลกที่นำมาฝากเงินเพราะความปลอดภัย
8. สวีเดน
อันดับที่ 8 คือ สวีเดน เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิกตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ในยุโรปเหนือ ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นการกลาง อย่างไรก็ตามอดีตสวีเดนเคยมีความทะเยอทะยานในการปกครองโลก เริ่มต้นในศตวรรษที่ 17 สวีเดนมีความคิดอยากขยายอาณาเขตของตนตื่นเต้นในการที่จะสร้างอาณาจักรแห่งยุโรปอันกว้างใหญ่ สวีเดนได้ทำสงครามหมายที่จะพิชิตยุโรป พวกเขาสามารถเอาชนะกองทัพของรัสเซียและโปแลนด์ ราวกับ “น้ำท่วม” ในยุโรปตะวันออก เหมือนการบุกรุกของมองโกลไม่มีผิด ส่งผลทำให้ดินแดนสวีเดนขยายใหญ่มากกว่าเป็น 2 เท่าของปัจจุบัน หากแต่แล้วพวกเขากลับพลาดท่าเมื่อพ่ายแพ้ต่อรัสเซียแลพันธมิตรของพวกเขา ทำความฝันของจักรวรรดิสวีเดนต้องสูญสลายไป ทำให้สวีเดนกลายเป็นประเทศสันติและเป็นกลางจนถึงปัจจุบัน
7. ไอร์แลนด์
อันดับที่ 7 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้ประกาศจุดยืนเป็นกลางแม้ว่าไอร์แลนด์จะถึงจักรวรรดิไรซ์ที่สามหรือฮิตเลอร์ แต่กระนั้นก็มีคนไอริชที่มีความกล้าหาญได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ระบบฟาสซิสต์ของนาซีภายใต้ธงของฝ่ายพันธมิตรและนั้นเองทำให้ไอร์แลนด์ใช้นโยบายเลือกปฎิบัติต่อชาวไอริชอย่างเป็นทางการนั้นคือ “starvation order” แปลว่า “สั่งอดอาหาร” เป็นคำสั่งฉุกเฉินของรัฐบาลไอร์แลนด์เพื่อลงโทษคนเหล่านั้น โดยป้องกันไม่ให้จ้างงานหรือการใช้บริการสังคมและเงินบำนาญสำหรับผู้เข้าร่วมสงครามไปจนถึงครอบครัว ซึ่งมีผู้รับผลกระทบกว่า 4,000คน ถึงขั้นอดอาหาร ในขณะที่ทหารไอริชบางนายถึงขั้นถูกจับขังคุก (ในภาพคืออดีตนายทหาร John Stout: ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวเต็มๆ)
6. เบลเยี่ยม
อันดับที่ 6 เบลเยี่ยม เป็นประเทศในยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส และทะเลเหนือ แม้ว่าจะเป็นประเทศที่อายุน้อยที่สุดในยุโรปแต่พวกเขาก็เคยมีประวัติศาสตร์ดำมืดเหมือนกัน โดยครั้งหนึ่งพวกเขาเคยยึดคองโกและเปลี่ยนเป็นรัฐอิสระคองโก (ปัจจุบันสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) เป็นอาณานิคม ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 2 พระมหากษัตริย์แห่งเบลเยียม ปกครองคองโกอย่างโหดร้าย ทรงใช้กำลังทหารรับจ้าง เพื่อประโยชน์ส่วนพระองค์ พระองค์นำเอาความมั่งคั่งของทรัพยากรธรรมชาติออกจากคองโก เริ่มจากการรวบรวมงาช้าง และหลังจากราคายางขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1890 ก็ทรงบีบบังคับให้ประชากรเก็บน้ำยางจากต้นยาง การปกครองอย่างโหดร้ายของพระองค์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตหลายล้านคน คองโกได้กลายมาเป็นหนึ่งในกรณีอื้อฉาวระหว่างประเทศที่เสื่อมเสียที่สุดในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
5. บอสเนีย
ในที่สุดก็มาถึงครึ่งทาง อันดับที่ 5 ได้แก่ประเทศ บอสเนีย เป็นประเทศเล็กๆ ที่แยกมาจากได้รับเอกราชในสงครามยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 90 ที่น่าสงสารคือพวกเขามีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐโครเอเชีย สาธารณรัฐเซอร์เบียซึ่งสองประเทศดังกล่าวมีปัญหากัน และบอสเนียอยู่ตรงกลางพอดี ทำให้พวกเขาถูกรังแกจากสงครามบอสเนีย จนประชาชนในประเทศอดอาหารและอดตายจำนวนมาก คณะผู้แทนนานาชาติได้ไปเยี่ยมประเทศบอสเนียเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ระหว่างการเดินทางไปยังหนึ่งในวงล้อมซาราเจโน บอสเนียมีความพนยายามที่จะให้โลกเห็นใจพวกเขาและสนับสนุนพวกเขา ด้วยการส่งผู้ที่หิวโหยเรียงรายเพื่อหวังจะได้ขนมปังเป็นอาหาร ระหว่างที่กล้องกำลังถ่ายอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีการโจมตีด้วยระเบิด ผลของระเบิดมีผู้เสียชีวิต 17 คน บาดเจ็บ 10 คน ซึ่งภายหลังเปิดเผยว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีจำรวนมากของบอสเนียต่อพลเรือนที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนเซอร์เบียอย่างเปิดเผย ทีมงาน toptenthailand มองแล้วคิดว่า ผลจากการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความรุนแรงนำไปสู่การสังหารหมู่เพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามมา อันดับที่ 5 จึงขอมอบให้ ประเทศ บอสเนียไปเลยแล้วกันครับท่านผู้ชม
4. โปแลนด์
โปแลนด์ เป็นประเทศในตอนกลางของยุโรป เขตแดนด้าน ตะวันตกจรดเยอรมนี ระหว่างปี 1918 และ 1939 โปแลนด์ผ่านหัวเลี้ยงหัวต่อของประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะการบุกรุกของนาซีเยอรมันและคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต โปแลนด์ทำได้เพียงพยายามปกป้องตามแบบฉบับของพวกเขาเท่านั้น ในปี 1938 ฮิตเลอร์ต้องการเซโกสโลวาเกีย ซึ่งเหล่าประเทศมหาอำนาจที่การประชุมที่มิวนิคเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1938 จึงได้ตัดสินใจประนีประนอมพร้อมกับให้ดินแดนที่เรียกว่าเป็นแคว้น ซูเดเทนแลนด์ ( Sudetenland ) ให้แก่นาซี แต่ฮิตเลอร์จะเอาทั้งหมด พร้อมประกาศอย่างชัดเจนบนเส้นทางของสงครามเพื่อเรียกร้องพื้นที่สำหรับคนเยอรมัน โปแลนด์แทนที่จะช่วยเหลือและป้องกันเชโกสโลวาเกียกลับยื่นมือมาช่วยฮิตเลอร์ และเมื่อฮิตเลอร์ได้เซโกสโลวาเกียก็มีความต้องการโปแลนด์อีก หนึ่งปีต่อมากองทัพนาซีก็ได้บุกแบบสายฟ้าแลบข้ามพรมแดนโปแลนด์ และ โปแลนด์ก็ได้กลายเป็นเวทีแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ในที่สุด ทีมงาน toptenthailand คิดว่า การยื่นมือช่วยเหลือฮิตเลอร์ในสมัยก่อนจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นเรื่องร้ายแรงเหมือนกันนะเนี่ย อันดับที่ 4 จึงเหมาะสมกับประเทศโปแลนด์แล้วล่ะครับ
3. เกาหลีใต้
เราคงได้ยินแต่เรื่องราวต่างๆในค่ายเกาหลีเหนือและเรื่องการสังหารหมู่พลเรือนผู้บริสุทธิ์ของเกาหลีเหนือมาบ้าง อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้ก็มีประวัติศาสตร์ดำมืดไม่แพ้กัน ระหว่างปี 1948 บนเกาะเชจู ได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “สังหารหมู่เชจู” ขึ้น เมื่อเกาหลีใต้ปราบปรามการจลาจลที่เกิดขึ้นบนเกาะอย่างเลือดเย็น หลังจากที่กองกำลังเกาหลีใต้ยิงผู้ประท้วงที่ปราศจากอาวุธอันตราย เรื่องก็ลุกลามใหญ่โตจนมีกลุ่มผู้ประท้วงเพิ่มขึ้นนับหมื่นคน (ประมาณ 30, 000 คน) ต่างถูกฆ่าตายไปทั่วเกาะ ส่วนชาวบ้านบางส่วนที่รอดชีวิตถูกตั้งข้อหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และถูกกักขังในค่ายกักกัน ต่อมาหลังจากเกิดสงครามเกาหลีในปี 1950 เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ได้ตัดสินใจฆ่าคน 100,000-1,200,000 คนทั่วประเทศเพียงแค่สงสัยว่ามีความคิดโอนเอียงเป็นคอมมัวนิสต์ ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่าสังหารหมู่โบโด “Bodo League massacre” และนี่คือประวัติดำมืดของเกาหลีใต้ที่ไม่มีใครอยากพูดถึงมากนัก ทีมงาน toptenthailand ว่าเรื่องราวของเกาหลีนี่ยังเป็นเรื่องที่กล่าวขวัญกันอยู่บ่อยๆ และคาดว่าคงจะติดอันดับสูงๆ ต่อไปในอนาคตดังเช่นอันดับที่ 3 นี่่แน่นอน
2. ฮอลแลนด์
มาถึงอันดับรองสุดท้าย อันดับที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ช่วงในอดีตที่เครื่องเทศเป็นของมีค่ามามายในยุคแห่งการค้าขายและล่าอาณานิคม ศตวรรษที่ 17 ฮอลแลนด์มีความพยายามในการจะควบคุมตลาดลูกจันทน์เทศ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุมการค้าของลูกจันทน์เทศ เจ้าหน้าที่ชาวดัตช์จึงได้ทำลายต้นลูกจันทน์เทศทั้งหมดในหมู่เกาะใกล้เคียง และสร้างสวนลูกจันทน์เทศและดอกลูกจันทน์เทศมากมายบนเกาะเล็กๆ ที่เรียกว่า “island of Run” เอาไว้เป็นพื้นที่ของตัวเอง ในขั้นตอนดังกล่าวพวกเขาได้ทำการสังหารหมู่ชาวเกาะพื้นเมืองเป็นจำนวนมาก ซ้ำยังบังคับให้ชาวเกาะที่รอดชีวิตมาเป็นทาสเพื่อทำงานในการผลิตลูกจันทน์เทศเพื่อใช้ซื้อขาย โดยเฉพาะเกาะบันดาซึ่งเป็นแหล่งผลิตจันทน์เทศมากที่สุดสมัยนั้น และปัจจุบันลูกจันทน์เทศยังคงเป็นของมีราคาในแถบยุโรป การหวังที่จะควบคุมการขายลูกจันทน์เทศจนต้องสังหารผู้คนบริสุทธิ์มากมายนั้น เป็นสิ่งที่เกิดจะยอมรับได้จริงๆ ทีมงาน totpenthailand จึงขอจัดเรื่องนี้ให้อยู่ในอันดับที่ 2 เลยแล้วกัน
1. แคนาดา
มาถึงอันดับที่ 1 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายกันแล้ว เมื่อแร่ใยหินถูกค้นพบครั้งแรก หลายฝ่ายพยายามที่จะนำใช้ประโยชน์หลายๆ อย่าง โดยแร่ใยหินมีประโยชน์มากมากเหมาะสำหรับนำมาสร้างอาคาร เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนไฟ ทนทานต่อสารเคมี อย่างไรก็ตามต่อมาพวกเขาก็พบอุปสรรค์เล็กๆ น้อยเมื่อพบว่าแร่ใยหินเป็นตัวต้นเหตุการณ์เกิดโรคมะเร็ง การหายใจเอาใยหินเข้าไปเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดโรคปอดได้ ซึ่งมักพบบ่อยในคนงานเหมืองใยหิน เมื่อแคนาดาได้ทราบเรื่องดังกล่าว จึงห้ามใช้ใยหินในประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าหัวเราะคือแคนาดากลับเป็นประเทศที่สนับสนุนแนะนำต่างประเทศให้ใช้แร่ใยหิน อีกทั้งพวกเขายังส่งออกแร่ใยหินไปยังประเทศที่สาม โดยที่แร่ใยหินถูกห่อหุ้มเพียงพลาสติกสีขาว ทั้งๆ ที่ทั่งโลกพยายามวางกฎระเบียบระหว่างประเทศที่จะไม่ส่งออกใยหินที่ไม่ปลอดภัย ในขณะที่ประเทศอื่นๆ พยายามเขียนคำเตือนเพิ่มเกี่ยวกับใยหินในบรรจุภัณฑ์ แต่แคนาดากลับไม่สนแรงกดดันเหล่านี้ ซึ่งแคนาดาถือว่าเป็นประเทศที่ทำเหมืองใยหิน 9%ของโลก การกระทำแบบนี้ทางทีมงาน toptenthailand ขอจัดอันดับเป็นสิ่งชั่วร้ายที่กระทำโดยไม่สนใจถึงความปลอดภัยของประเทศอื่น สนใจแต่เรื่องของประเทศตัวเอง เป็นอันดับที่ 1 กันไปเลย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น