10 อันดับข่าวบันเทิงประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2555

update :26/11/2013 18:24
views : 1409
ที่มา : เครดิต : siamdara
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับข่าวบันเทิงประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2555"
10. ตั๊ก มยุรา รับน้อยใจ ลาออกชิงร้อยชิงล้าน บอกไม่อยากยืนเป็นโลโก้
ตั๊ก มยุรา รับน้อยใจ ลาออกชิงร้อยชิงล้าน แจงไม่มีบทบาท ไม่อยากยืนเป็นโลโก้ เผยคุณปัญญา ตกใจแต่ไร้ปัญหา ปัดจบไม่สวย อ้างคิดมา 1 ปีแล้ว ยันไม่เกี่ยว จุ๋ย เซ็นสัญญาเวิร์คพอยท์ ทำเอาแฟน ๆ รายการ ชิงร้อยชิงล้าน ช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่อมีข่าวพิธีกรหญิงคู่บุญของรายการ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา ที่อยู่คู่รายการมากว่า 20 ปี ประกาศลาออกจากการเป็นพิธีกรคู่ของ ปัญญา นิรันดร์กุล เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด เจอเจ้าตัวที่งานเปิดตัวพ็อกเกตบุ๊ก "มหัศจรรย์ชีวิต มยุรา เศวตศิลา" จึงขอถามเกี่ยวกับการยุติบทบาทพิธีกรดังกล่าว เรื่องลาออกจากชิงร้อยชิงล้าน วันพฤหัสบดี ประมาณตีหนึ่ง พอดีเราก็อัดรายการเสร็จพอดี ก็บอกว่าจะลาออกหลังเวทีเลย ยังไม่ถึงห้องแต่งตัว ก็ลาออกเลย จริง ๆ พี่คิดเรื่องนี้มาปีกว่า ตั้งแต่ที่น้อง ๆ ได้ยินข่าวตอนนั้น จากวันนั้นก็พยายามจะอยู่ต่อนะ แต่ว่ามันไม่มีอะไรจริง ๆ เรื่องจุ๋ยเซ็นสัญญากับเวิร์คพอยท์ ไม่เกี่ยวเลย ไม่อยากให้คิดเรื่องน้องจุ๋ย ไม่อยากให้คิดเรื่องช่อง 3 บางคนบอกว่าเป็นเพราะช่อง 3 ก็ขอบอกว่าไม่ใช่เลย เป็นเพราะตัวเองล้วน ๆ เหตุผลที่ลาออก พอถึงวันหนึ่ง พี่มายืนแล้วพี่ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ! เราอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเปล่า รู้สึกว่า เราไม่ค่อยได้ทำอะไร ถ้าน้อง ๆ ดูดี ๆ จะรู้สึกว่าพี่ไม่ได้ทำอะไร กับการที่ต้องไปยืนเป็นโลโก้เพียงอย่างเดียว มันไม่ใช่ พี่ยังมีไฟ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ ไม่เกี่ยวกับเรื่องของการนอน พี่เป็นคนแข็งแรงมาก พี่เป็นคนไฮเปอร์ พี่อยากทำงาน แต่นี่พอเรายืนเฉย ๆ เราก็รู้สึกว่า เราเสียดายเงิน แล้วก็เดี๋ยวนี้ น้อง ๆ ตาใส ๆ น่ารัก เก่ง ๆ เยอะ ก็เลยคิดว่า ลองเปลี่ยนให้คนอื่นมาทำบ้างดีไหม กับ คุณปัญญา เขาก็รักเรานะ เขาก็ไม่มาบอกเราว่า เธอหยุดเถอะ ไม่จ้างแล้ว เขาทำไม่ได้หรอก พี่ก็เลยพิจารณาตัวเองว่า พี่รู้สึกว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรในรายการเท่าไหร่ นี่คือประเด็นใหญ่ คุณปัญญามีรั้งไหม คุณปัญญาก็ตกใจ เขาพูดไม่ออก ยังไม่ได้พูดอะไรกันเลย เพราะแกงง คือพี่บอกเลยว่า พี่ได้อะไรจากการทำงานในเวิร์คพอยท์เยอะมาก 20 กว่าปี น้อง ๆ บางคนยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ เราอยู่กันตั้งแต่เราเริ่มลงเสาเอกด้วยซ้ำ แต่ว่าทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลง พี่ก็อยากจะให้น้องคนอื่นได้มาทำบ้าง เป็นใครก็ได้ จะเป็นน้องจุ๋ยหรือใครก็ได้ แต่ว่าพี่ไม่รู้ด้วยว่าน้องจุ๋ยเซ็นสัญญา เพราะว่าเวลาเวิร์คพอยท์มีอะไร พี่ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็นหรอก พี่ไม่ได้เป็นหุ้น เราทำงานเสร็จ เราก็กลับบ้าน เราไม่รู้ด้วยว่า ใครทำอะไรอยู่ในนั้น แต่พอเราคิดว่า เราจะออก เราก็ตัดสินใจ แล้วพี่เป็นคนที่ถ้าตัดสินใจแล้วว่าพี่จะไป พี่ก็จะไปเลย แต่ภายใต้การคิดมาหนึ่งปี น้อยใจไหม ก็มีส่วน คนอื่นมาหน้าตาจุ๋มจิ๋ม มันน่าจะสนุกกว่านี้ แต่พี่ไม่มีบทบาทจริง ๆ ก่อนหน้าที่จะลาออก พี่กับเสี่ยตา ก็ไม่ได้คุยกันก่อน พี่บอกกะทันหันเลย เพราะว่าคุณปัญญางานเขาเยอะ ไม่มีเวลาฟังพี่หรอก พี่ว่าพอมาถึงวัยนี้แล้วนี่ อะไรที่ทำแล้วเรามีความสุข พี่ว่าเราทำดีกว่า เพราะเราคิดว่า เราออกแล้วน่าจะดีกว่า ส่วนโอกาสการร่วมงานกันอีกในอนาคตไหม พี่ว่าไม่เป็นไรหรอก พี่ว่าพี่อยู่อย่างนี้สบายแล้ว พี่ไม่กลับ แต่พี่ว่า คือสมมติเราจ้างใครคนหนึ่ง แล้วเขาเดินออกไป แล้วเขาไม่ทำ เขาก็คงไม่กลับมาเรียกพี่ แต่อยากจะบอกนะว่า พี่ทำรายการให้คนอื่นได้นะ ทำได้ ถ้าองค์กรไหนที่คิดว่า พี่ตั๊กยังมีแรงที่จะทำ พี่ไม่ได้ป่วย พี่ไม่ได้สุขภาพไม่ดี พี่มีไฟที่จะทำงาน ใครที่ต้องการจะจ้างคนที่มาตรงเวลา กินอะไรก็ไม่วุ่นวาย เลิกแล้วก็กลับ ไม่มาเร่ง ก็ไม่เป็นไร รายการอื่นในเวิร์คพอยท์ ก็คงไม่มี เลิกคิดเลย เรื่องนี้คิดว่าไม่หรอก เพราะว่าพี่รู้จักพี่ตา คือ หมือนเราเดินออกมาแล้ว เขาไม่จ้างหรอก แต่ถ้าเป็นที่อื่น ก็มีสิทธิ์ แต่ว่าไม่ใช่พี่มีรายการอื่นแล้ว ถึงเลิกจากเขาก็ไม่ใช่ จบกันสวยไหม สำหรับพี่ พี่ว่าดีที่สุดแล้ว แต่คงไม่มีการคุยกันนอกรอบแล้ว ยุติแล้ว พี่คิดว่าก็น่าจะเป็นการดี กับการที่พี่ลาออกจากชิงร้อยชิงล้าน เผื่อจะมีการปรับเปลี่ยนรายการที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่บอกเลยว่า ทุกอย่างที่พี่ลาออกมาแล้ว พี่คิดอย่างรอบคอบแล้ว พี่เดินออกมาอย่างมีความสุข พี่สามารถจะร่วมงานกับคนอื่นได้ ลองปรับเปลี่ยนอะไรใหม่ ๆ ในชีวิต เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น
9. นาวิน ต้าร์ จวก หัดดูหลักฐานก่อน หลังมีข่าวโดดสอนนิสิต
กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีการเขียนข่าวอักษรย่อพาดพิงถึงพระเอกหนุ่มแม่พิมพ์ของชาติคนหนึ่ง ซึ่งระยะนี้นิสิตเริ่มบ่นกันว่า สอนไม่ค่อยรู้เรื่อง แถมยังโดดสอนอยู่บ่อย ๆ ทำให้หลายคนคาดเดากันว่าคนที่ถูกพาดพิงถึง อาจจะเป็นหนุ่ม ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ ทั้งนี้ นาวิน ต้าร์ ออกมาชี้แจงว่า ตนไม่ได้คิดมากกับข่าวลือที่ออกมา แต่อยากให้มีหลักฐานมาพิสูจน์ให้แน่ชัด ก่อนจะมากล่าวหากันแบบลอย ๆ แบบนี นอกจากนี้ สื่อบางเล่ม ก็มักเขียนข่าวในทำนองว่าคนที่ถูกพาดพิงคือตน แต่ควรต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์ด้วยว่าความจริงเป็นอย่างไร สำหรับตัวเขาเองสามารถตรวจสอบเวลาสอนได้อยู่แล้ว เพราะเกี่ยวข้องกับการประเมินผล จึงไม่กลัวว่าข่าวที่ออกมาจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานด้านวิชาการที่ทำอยู่ เพียงแต่คิดว่าการที่สื่อเขียนกล่าวหากันลอย ๆ โดยเห็นเป็นเรื่องสนุกปากนั้นมันก็เกินไป นาวิน ต้าร์กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้สื่อใช้ความสร้างสรรค์ในการนำเสนอข่าวให้มากกว่านี้ เรื่องบางเรื่องมันไร้สาระ หากมีข้อมูลชัดเจนว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริงก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นเพียงข้อมูลลอย ๆ แม้แต่ชื่อก็ยังใช้อักษรย่อ ส่วนตัวก็ไม่อยากพูดหรือเอาความอะไรให้มันยืดยาว สำหรับเรื่องนี้ คิดว่าอย่าไปใส่ใจกับมันเลยจะดีกว่า เสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ
8. คลอดแล้ว! น้องดีใจ ลูกคนที่ 2 ของ โน้ต โน้ต-ตูน
แม้ว่าจะเพิ่งเลี้ยงวันเกิดครบ 3 ขวบ ของลูกสาวคนแรก น้องพอใจ ไปหมาด ๆ แต่ล่าสุด เภสัชกรหญิงคนสวย โน้ต ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล อดีตนักร้องดูโอ้ชื่อดังของเมืองไทย โน้ต-ตูน ก็ได้ฤกษ์คลอดลูกคนที่สอง เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยวิธีการคลอดแบบธรรมชาติ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยโน้ตและสามี ธันว์-วศิน ได้ตั้งชื่อลูกคนที่ 2 ว่า น้อง "ดีใจ" พร้อมกับโพสต์ภาพของลูกคนนี้ลงในอินสตาแกรมของเธอด้วย กระปุกดอทคอม ขอแสดงความยินดีกับครอบครัว ประสพสายพรกุล และขอให้คุณแม่และคุณลูกสุขภาพแข็งแรงกันทั้งคู่เลยนะคะ
7. ควงไฮโซ''ปาล์ม''เปิดตัว''เมย์ ''ชัวร์แล้วรอฝ่ายชายเอ่ย
''เมย์-พิชญ์นาฏ'' โต้เตรียมแต่งไฮโซ ''ปาล์ม'' ฐณส หงสนันทน์ แจงแค่พูดเล่น ความสัมพันธ์จะเรียกแฟนได้หรือไม่นั้น รอฝ่ายชายพูดก่อน ไม่สนคบผู้ชายเด็กกว่า ขอแค่รู้สึกดีก็พอ ส่วนกรณีเป็นคนช่วยเชียร์ ''อั้ม-พัชราภา'' คบหาไฮโซ ''แอมป์-พิธาน'' นั้น ตนเป็นเพื่อนก็อยากให้เพื่อนคบคนดี ไม่สนแฟนคลับหาว่ามาเกี่ยวอะไรด้วย ย้ำเป็นคนรักเพื่อนไม่เผาเพื่อนอยู่แล้ว หลังจากที่ออกมายอมรับว่าคบหาดูใจกันมาได้สักระยะแล้ว สำหรับคู่ของดาราสาว ''เมย์'' พิชญ์นาฏ สาขากร และแฟนหนุ่มไฮโซ ''ปาล์ม'' ฐณส หงสนันทน์ ล่าสุดเมื่อวันก่อน สาวเมย์ ได้ควงคู่ไฮโซ ''ปาล์ม-ฐณส'' มาร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งของเพื่อนสนิทอย่าง ''แป้ง'' อรจิรา แหลมวิไล ที่โรงแรม พลาซ่า แอททินี พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข่าวลือว่าทั้งคู่จะเข้าประตูวิวาห์ในปีหน้า ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัว เผยว่า ไม่เป็นความจริง ''ไม่มีหรอกค่ะ ไม่มี เมย์พูดเล่นๆ ค่ะ ว่าปีหน้าให้ลุ้นเฉยๆ พี่เมย์เฟื่องอารมย์ กับพี่อั้ม-พัชราภาค่ะ การคบกันก็ปกติค่ะ ก็ไม่เปิด ไม่ได้ปิด ถามว่าเรียกแฟนได้มั้ยนั้น ไม่รู้ แล้วแต่คนจะเรียกอะไร แต่ว่าเมย์ขอไม่พูดดีกว่า ก็คบอยู่รอฝ่ายชายออกมาพูดก่อนจะก็ดีกว่านะค่ะ ซึ่งการคบกันไม่เกี่ยวค่ะว่าจะเด็กหรือแก่ก็ได้ ขอให้เข้ามาทำให้เรารู้สึกดี'' ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวเม้าท์ว่าเป็นกองเชียร์ให้ ''อั้ม-พัชราภา'' คบหากับไฮโซ ''แอมป์-พิธาน'' เรื่องนี้มีความคิดเห็นอย่างไร สาวเมย์เผยว่า ตนเป็นเพื่อน ตนก็เชียร์ อยากให้เพื่อนได้คบคนดีๆ ''ไม่มีว่าอะไรเลย จริงๆ แล้ว เราเป็นเพื่อนเราก็เชียร์ เราก็รู้สึกอยากให้เขาลงตัวมากกว่า แต่มันไม่ได้มีแพลนอะไรค่ะ คือเราเชียร์ค่ะ เราก็อยากให้เขาได้คนดีๆ อยากให้เขามีวันดีๆ เร็วๆ ทุกคนแฮปปี้นะ ก็ต้องเชียร์ต่อไป'' ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเมย์ให้สัมภาษณ์ไปวันนั้นแฟนคลับอั้มก็ออกมาบอกว่าเมย์เกี่ยวอะไรด้วย เรื่องนี้สาวเมย์ชี้แจงว่า ตนพูด เพราะมีโอกาสเจอนักข่าวบ่อยกว่าเพื่อนของอั้มคนอื่น ซึ่งอั้มก็เข้าใจ ส่วนคนอื่นจะคิดอย่างไรนั้นก็สุดแล้วแต่ ซึ่งตนเองเป็นคนรักเพื่อนไม่นินทาเพื่อนอยู่แล้ว ''ก็ไม่รู้สิ เพื่อนๆ พี่อั้มคนอื่นไม่ค่อยเจอนักข่าวบ่อย ตรงนี้ก็ช่วยอย่าถามเมย์บ่อยเลย พอถามปุ๊บ เมย์พูดอะไรไปเยอะ กลายเป็นคนปล่อยข่าว ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ เมย์จะไม่พูดอะไร และจะไม่ได้อะไรจากเมย์เลยละกัน ส่วนพี่อั้มก็โอเค ทุกคนโอเค แฮปปี้ค่ะ หลายคนอยากจะรู้อะไรก็จะมาถามเรา พอเราบอกไป บางคนก็จะบอกว่าทำไมต้องบอกด้วย ก็งั้นต่อไปนี้ไม่บอกแล้ว คือไม่ได้นอยด์หรอก แต่บางทีก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กๆ ว่า จะเอาอย่างไง คือบางคนอยากได้ก็มาถาม แต่บางคนไม่แฮปปี้ก็ไม่อะไรแล้วค่ะ คนส่วนใหญ่ที่เข้าใจก็เข้าใจค่ะ คนไม่เข้าใจก็ช่างเขา คือเมย์เป็นคนรักเพื่อน ไม่เผาเพื่อนตัวเองอยู่แล้ว ไม่เคยเอาเรื่องไม่ดีมาพูด สิ่งที่เกิดเป็นสิ่งที่เราอยากเชียร์ อยากแซว แค่นั้น เรื่องที่มันไม่ดีเราคงไม่ทำ'' เมย์ กล่าว
6. ''ญาญ่า''มี50ล้านรองแค่''อั้ม''ดารารวยสุด
''ญาญ่า-อุรัสยา'' ตีตื้นอันดับ 2 รองจาก ''อั้ม-พัชราภา'' ขึ้นแท่นดาราหญิงที่รวยที่สุดของเมืองไทย รับนอยด์ถูกแฟนคลับ ''คิมเบอร์ลี'' จวกเละ มั่นใจเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ทำให้เสียเพื่อน ตั้งแต่เข้าวงการมาก็มีทั้งละครและโฆษณาออกมาถี่ยิบสำหรับนางเอกสาวสุตฮอต ''ญาญ่า''อุรัสยา เสปอร์บันด์ โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวลือว่า เธอถูกจัดอันดับให้เป็นดาราหญิงที่รวยที่สุดของเมืองไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากนางเอกสาวสุดเซ็กซี่ ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ โดยมีเงินสะพัดในมือถึง 50 ล้านบาทเลยทีเดียว ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 55 ผู้สื่อข่าวได้เจอกับดาราสาวขณะมาร่วมงาน ''ญาญ่า'' ชวนเปลี่ยนเป็นทรูมูฟ เอช 3G ซึ่งจัดขึ้น ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าพารากอน จึงไม่พลาดที่จะซักถามถึงกระแสข่าวดังกล่าวทันที ซึ่งงานนี้นางเอกลูกครึ่งออกอาการถ่อมตัวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะตนเพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปี ''คงไม่ถึงขนาดนั้นแน่นอนทำงานยังไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ถึง 50 ล้านแน่นอน คือชั่วโมงบินที่ยังน้อยคงยังไม่ถึงแน่นอน เดี๋ยวกรมสรรพากรเค้าจะมาเพ่งเล็งหนูหรือเปล่าค่ะ (หัวเราะ)'' จากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้ซักถามถึงกรณีที่ถูกแฟนคลับ ''คิมเบอร์ลี'' แอน โวลเทมัส เทียมศิริ โพสต์ว่าเสียๆ หายๆ ผ่านทางอินสตราแกรม เกี่ยวกับเรื่องนี้นางเอกรุ่นเล็กกล่าวว่าตนรู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ถูกว่า แต่ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับสาว''คิมเบอร์ลี'' ร้าวฉานแน่นอน ''เห็นแล้วค่ะ หนูก็เสียใจนิดนึงค่ะ ตอนแรกก็นอยด์ เพราะว่าเค้าพูดแรงมาก แต่ในโลกนี้เราจะทำให้ทุกคนรักเราไม่ได้ เค้าค่อนข้างใช้คำแรงนิดนึงพยายามทำให้เรารู้สึกไม่ดี แล้วโยงคนนั้นคนนี้เข้ามาด้วย แต่ ญาญ่า ว่าถ้าเป็นแฟนคลับเค้าจริงๆ คงไม่ทำแบบนี้ ญาญ่ากับเค้าก็สนิทกันเรื่องแบบนี้ไม่ทำให้เราเลิกเป็นเพื่อนกันหรอกค่ะ'' อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่า ตอนนี้ได้ทราบไหมว่า คนโพสต์เป็นใครกับเรื่องนี้เธอเผยว่า ทราบตัวแล้ว และได้ทำการบล็อกเป็นที่เรียบร้อย ''ทราบแล้วค่ะ หนูก็เลยบล็อกได้ค่ะ (หัวเราะ) หนูก็บล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว''
5. ''เอ๊ะ''ไม่รู้เรื่องธุรกิจ''เจมส์''เผยเตรียมงานแต่งคืบ''ดอม''ยอมทุกอย่าง
นางแบบสาว ''เอ๊ะ-ศศิกานต์'' แจงไม่รู้เรื่องอดีตแฟนหนุ่ม ''เจมส์-เรืองศักดิ์'' หลอกแฟนคลับทำธุรกิจขายตรง บอกไม่ได้คุยนานแล้ว ไม่มีการปรึกษา เผยงานแต่งอยู่ในขั้นเตรียมการ ว่าที่เจ้าบ่าว ''ดอม'' ยอมทุกอย่าง เพราะเคยเป็นคู่รักที่คบกันมายาวนานหลายต่อหลายปี ก่อนที่จะสวมคอนเวิร์สเลิกรากันไป สำหรับนางแบบสาวก้านยาว ''เอ๊'' ศศิกานต์ อภิชาติวรศิลป์ เลยไม่วายยังมีกระแสถามถึงคนรักเก่าอย่างหนุ่ม ''เจมส์'' เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ที่ล่าสุด เพิ่งมีเรื่องราวว่าหลอกแฟนคลับให้มาร่วมทำธุรกิจขายตรง และเพิ่งแถลงข่าวไปเมื่อวันก่อน ตามที่ทางสยามดาราได้นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ซื่อข่าวได้เจอะอดีตคนรู้ใจของหนุ่มเจมส์อย่างสาวเอ๊ะในงานเดินแฟชั่นโชว์ คลาสสิกอิส เดอะ เบสท์ ยัคโค่ มาริการ์ด ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน ผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดที่จะสอบถามเรื่องราวดังกล่าวจากสาวเอ๊ะ โดยเธอก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องข่าวฮอตดังกล่าวว่า ''ไม่เกี่ยวกับพี่ไหม ? ไม่ได้ปรึกษาไม่ทราบเรื่องราว ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำกันเยอะเหมือนกัน ดาราแฟชั่นก็ทำ อันนี้ไม่รู้ก็แตกต่างกันไป อันนี้ไม่ขอออกความคิดเห็นไม่รู้ ไม่รู้ที่มาที่ไปค่ะ ถามว่าพี่เขามาปรึกษาไหม ? เอ๊ะว่าน่าจะปรึกษาแฟน เขาคงปรึกษาคนใกล้ชิด น้องเนย หรือครอบครัว ส่วนของเอ๊ะก็ยุ่ง ไม่ได้ปรึกษาอะไร เอ๊ะว่าเขาจัดการตัวเองได้ เขาโตพอจะแก้ปัญหาจัดการกับชีวิตตัวเองได้ ก็อาจจะมีวอตแอพคุยกัน จริงๆ เราก็ไม่เกี่ยว ก็เป็นเพื่อนกันอยู่ แต่เวลาที่เรามีคน ที่สนิทที่สุด คนคนนั้นเป็นคนที่เราจะปรึกษาอะไรได้ แต่พอสถานะมันเปลี่ยนมันก็ต้องเปลี่ยนอย่างที่บอก ให้เขาปรึกษาครอบครัวเขาดีกว่า ก็เคยไปนั่งฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรา เอ๊ะทำไม่เป็นก็เลยไม่เอาดีกว่า'' จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อถึงความคืบหน้าของงานแต่งงานสาวเอ๊ะที่กำลังจะสละโสดกับแฟนหนุ่มลูกครึ่งนามว่า ดอม โดมินิกซ์ นั้นเป็นอย่างไรบ้างสาวเอ๊ะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า ''ก็ยังเท่าเดิมค่ะ ก็พร้อมแค่โรงแรมกับโบสถ์ การ์ดยังไม่พิมพ์ ของชำร่วยเรียบร้อยแล้ว เหลือเล็กๆ น้อยๆ ชุดน้องชายเป็นดีไซน์เนอร์จัดให้อยู่แล้ว ปักอยู่ก็คงเรียบง่ายค่ะ ถ้าเป็นน้องๆ เด็กๆ ก็อยากได้งานแต่งงานที่ฟู่ฟ่า แต่เราที่โตแล้ว สิ่งสำคัญของงานแต่งานไม่ได้อยู่ที่ชุดไม่ได้อยู่ที่งาน อยู่ที่คนสองคนที่จะเข้าใจกันและรักกัน'' ต่อด้วยคำถามที่ว่าตอนนี้มีการเตรียมพร้อมแค่ไหน ด้านว่าที่เจ้าสาวกล่าวต่อว่า ''มันยังไม่จวนตัวเลยยังไม่อะไร คิดว่าน่าจะทัน หลายคนก็บอกยังไม่ทำอีกเหรอ เข้าคอร์สเจ้าสาวไหมก็บอกเลยว่าไม่เข้า เพราะไม่ใช่แนวรักสวยรักงาม ก็เท่าที่เห็นค่ะ ด้านดอมไม่ตื่นเต้นเลย ไม่มีวี่แวว เป็นเรื่องแพลนมากกว่าว่ามาแล้วพักที่ ไหนยังไง คุณพ่อเขา 85 แล้วต้องแพลนเรื่องของการเดินทางคุณแม่กับพี่สาวมาต้นเดือนธันวาคม คุณพ่อมาใกล้ๆ วันงาน เพื่อนๆ เหลือไม่เยอะในโบสถ์เพื่อนเจ้าสาวต้องสาวโสด ซึ่งลูกสองหมดแล้ว เพื่อนๆ ก็ต้องให้น้องๆ หน่อย'' จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเรื่องงานนั้นมีความเห็นไม่ตรงกันไหม! ด้านเอ๊ะ ยิ้มแฉ่งก่อนให้คำตอบว่า ''ไม่มีค่ะ! เพราะเขาไม่ออกความเห็น คือไม่ใช่ประเทศเขา เขาจะไปดิวก็ไม่ได้ พูดไทยไม่ได้ มีคนช่วยเยอะมาก ความคืบหน้าตอนนี้น่าจะ 30เปอร์เซ็นต์ น่าจะไม่ถึงไหน'' เอ๊ะกล่าว
4. ''แพน''ยันไร้ปัญหากองถ่าย
''แพนเค้ก'' ยืนยันไม่มีปัญหากองถ่ายละคร ''วันนี้ที่รอคอย'' ด้านผู้บริหารวิกหมอชิต ''หน่อง-พลากร'' ย้ำไม่มีการเปลี่ยนนางเอก ได้ฤกษ์ทำพิธีบวงสรวงเปิดกล้องไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับละครเรื่อง ''วันนี้ที่รอคอย'' ละครฟอร์มดีเรื่องล่าสุดของช่อง 7 สี โดยเมื่อเช้าวันที่ 9 ต.ค. 55 ที่ผ่านมา ''หน่อง'' พลากร สมสุวรรณ ผู้บริหารใหญ่ของวิกหมอชิต พร้อมด้วย ทีมงานและนักแสดง อาทิ ''แพนเค้ก'' เขมนิจ จามิกรณ์, ''อ๋อม'' อรรคพันธ์ นะมาตร์ ได้ร่วมทำพิธีดังกล่าว แต่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่ามีปัญหาเรื่องนางเอกที่งานอีเวนต์ชุกจนไม่มีเวลาถ่ายละคร งานนี้จึงต้องถามเจ้าตัวอย่าง ''แพนเค้ก-เขมนิจ'' ซึ่งก็ตอบว่า ''จริงๆ ก็เหมือนที่เคยตอบไปแล้วอ่ะค่ะ ในเรื่องของการทำงานมีอะไรเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ทุกอย่างโอเคค่ะ วันนี้บวงสรวงเรียบร้อย ก็เดินหน้าถ่ายเต็มที่ค่ะ'' ด้าน ''หน่อง-พลากร'' กล่าวเสริมว่า ''ไม่เกี่ยวกันครับ คือวันนั้น ช่อง 7 มีงานแจกรางวัลนักกีฬาพาราลิมปิก ซึ่งเราก็จัดมาฉุกละหุกและเราก็เชิญดาราไป ช่องเป็นคนให้แพนมา นักกีฬาอยากพบพระเอกนางเอกของเรา เราก็เลยให้แพนเค้กมา ก็ไม่มีอะไร ก็ไม่มีการเปลี่ยนตัว หมายความตามนั้น ใครบอกจะเปลี่ยน ไม่มีครับ ตามที่เราวางแผนไว้ เนื่องจากละครเรื่องนี้เป็นละครใหญ่ เราวางแผนการถ่ายทำต้องทำ ไปต่างประเทศก็ต้องทำ ทำกันล่วงหน้า ทางนี้ทางช่องเองก็ให้แพนเค้กไป เล่นละครเวทีอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งละครเวทีเรื่องนั้นก็จะมีการเปิดตัวกัน มันต้องการการซ้อม ก่อนจะถ่ายทำเราก็มาดูคิวให้เรียบร้อยก่อนแค่นั้นเองนะครับ นี่เป็นละครฟอร์มใหญ่ จะเร่งถ่ายทำไหม คงไม่เร่ง ทุกอย่างถ่ายทำให้เรียบร้อย''
3. คึกคักสมัครมิสทีนจัดเต็ม13ต.ค.นี้ถึงคิวภาคกลาง-กทม.
เวทีการประกวด ''มิสทีน ไทยแลนด์ 2012 บาย แม็กซิม คอนแทคเลนส์'' ภายใต้คอนเซปต์ ''Miss Teen Beauty Blossom สาวงามที่น่ารัก สดใส เปรียบดั่งดอกไม้ที่เริ่มเบ่งบาน'' หลังจากที่เดินสายเปิดเวทีรับสมัครสาววัยทีน อายุ ระหว่า 15-18 ปี มาทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ถึงคิวการเปิดรับสมัครสาววัยทีนภาคกลาง-กรุงเทพฯ เป็นภาคสุดท้าย ในวันที่ 13 ต.ค. 55 แต่ก่อนที่จะถึงวันรับสมัครจริง ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 55 ผู้จัดการประกวดอย่าง บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และบริษัท แม็กซิม อินเตอร์คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ก็ได้เปิดให้สาววัยทีนได้มายื่นใบสมัครในรอบพิเศษเพื่อ กระตุ้นให้สาวใสวัยทีนที่มีความมั่นใจให้นำความสวยและความสามารถออกมาแสดงออกอย่างเต็มที่ โดยจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว โดยมีสาวใสสุดน่ารักมายื่นใบสมัครกันกว่า 25 คนเลยทีเดียว น.ส.มาญ่า อาครัม สาวตาคมลูกครึ่งไทย (แม่)-อิสราเอล (พ่อ) วัย 17 ปี กำลังศึกษาชั้น ม.5 วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพฯ เผยว่า ''เวทีนี้ถือเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับสาววัยรุ่น นำความน่ารักสดใส และความสามารถออกมาแสดง และคาดว่า จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นเวทีแรกของการประกวดนางงาม ที่ผ่านมาก็เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปประกวดนาฏศิลป์ ที่ศาลาเฉลิมกรุง ได้ตำแหน่งชนะเลิศมาในปีนี้ และก็เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไป เผยแพร่ที่ประเทศโอมาน ความฝันที่ตั้งใจคืออยากเป็นส่วนหนึ่งที่เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ส่วนความฝันในวงการบันเทิงชอบเรื่องของการถ่ายโฆษณา สำหรับการประกวดเวทีนี้ก็คาดหวังบ้างเหมือนกันที่จะเข้ารอบลึกๆ ซึ่งผลจะเป็น อย่างไรก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ'' ด้าน น.ส.อุรชา คุณารัตนอังคกูร หรือน้องพลอย สาวใสวัย 17 ปี ศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปี 2 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยถึงเหตุผลในการสมัครวันนี้ว่า ''เวทีนี้เปิดโอกาสให้กับสาววัยทีนได้เข้าสู่วงการบันเทิงได้ ซึ่งความฝันในวง การบันเทิงก็อยากเป็นผู้กำกับเวที และงานด้านอื่นๆ ก็อยากจะทำหากมีโอกาส การประกวดครั้งนี้คาดหวังมากเหมือนกันที่จะคว้ามงกุฎเพื่อสานฝันสู่วงการบันเทิงค่ะ'' ขณะที่ น.ส.พรกมล เพชรดาษดา หรือน้องบรีม วัย 17 ปี อยู่ชั้น ม.5 รุ่งฤดี อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล เผยว่า ''เวทีนี้เป็นเวทีแรกในการประกวด ก็เป็นกันเองมากเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ คิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้สาววัยใสได้ โชว์ความสามารถเพื่อปูทางเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ซึ่งงานในวงการบันเทิงที่อยากทำคือเดินแบบ เล่นละคร ประมาณนี้ค่ะ ความสามารถพิเศษก็เต้นได้ ร้องเพลงได้ การประกวดครั้งนี้ก็พกความมั่นใจมาเต็มที่ค่ะ'' สำหรับการรับสมัครและคัดเลือก ''มิสทีน ไทยแลนด์ 2012 บาย แม็กซิม คอนแทคเลนส์'' จะทำการรับสมัครและคัดเลือกภาคต่อไปที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ศูนย์ การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว จากนั้นสาววัยทีนที่ผ่านการคัดเลือกทุกภาคจะเข้าสู่รอบคัดเลือก 50 คนสุดท้าย จากผู้ผ่านการคัดเลือกจากทุกภาคทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และ จะเข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวร่วมทำกิจกรรมที่ปีนี้มุ่งเน้นกิจกรรมให้สาววัยทีน เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้เยาวชนไทย ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง พร้อมตระหนักถึงความสำคัญและเห็นถึงคุณค่าของภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ โดยจะมี กิจกรรมเก็บตัวที่เน้นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่, กิจกรรมสาธารณะอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมทั้งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนของภาคใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุน เป็นอย่างดี จากโรงแรมในเครือกะตะ กรุ๊ป ตั้งแต่ 18-22 ตุลาคมนี้ ที่โรงแรมบียอน รีสอร์ท กระบี่ ก่อนเข้าสู่การประกวดรอบสื่อมวลชน ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม และรอบตัดสิน วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2555 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และถ่ายทอดสดการประกวดทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ตั้งแต่เวลา 22.30 น. เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่ง ''มิสทีน ไทยแลนด์ 2012 บาย แม็กซิม คอนแทคเลนส์'' จะได้รางวัลรวม 1,000,000 บาท แบ่งเป็น เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมรายได้จากการเป็นนางแบบนิตยสารชั้นนำลิขสิทธิ์แท้จากต่างประเทศในระยะ เวลา 4 ปี เป็นเงิน 700,000 บาท และจะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นนักแสดงต่อไป พร้อมครองมงกุฎเพชร, สายสะพาย, เข็มกลัดทองคำ พร้อมรับรางวัลอื่นจากผู้สนับสนุนอีกมากมาย ติดตามรายละเอียดการสมัครและรอบคัดเลือก โทร.0- 2508-3366-7 หรือ 08-7324-5096 www.missteenthailand.com เปิดรับสมัครแล้ว จนถึงวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555
2. ''แคท''เครียดพ่อป่วยมะเร็งสมองทำงานหนักหาค่ารักษาลุ้นหายขาด
''แคท-แคทรียา'' เครียดเพิ่งรู้พ่อป่วยเป็นมะเร็งสมองนอนอยู่ รพ. เมื่อเดือน ส.ค. 55 ต้องเร่งทำคีโมรักษาตัว เจ้าตัวเผยยอมทำงานเหนื่อยเพิ่มเพื่อหาเงินมารักษาพ่อให้หาย ถือเป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถอีกคนหนึ่ง สำหรับนักร้องสาวหุ่นดี ''แคท'' แคทรียา อิงลิช ที่ล่าสุดได้มาเค้นโชว์ อวดลวดลายสุดเซ็กซี่ในงาน ''แคลเทรด พลัส'' ณ ลาน Walk&Play ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแกรนด์พลาซ่า พระราม 9 เมื่อวันก่อน ทันทีที่เสร็จงานผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามความรู้สึกถึงโชว์สุดเร่าร้อนเมื่อสักครู่ทันที ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ''ก็ด้วยงานเนาะ ก็เลยอาจจะดูเซ็กซี่นิดนึง ซึ่งเราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับตรงนี้อยู่แล้วค่ะ เพราะแคทมองว่ามันคืองานที่เราต้องทำงาน ก็เหมือนเราขึ้นเวทีร้องเพลง เต้นโชว์เท่านั้นเองค่ะ ก่อนขึ้นเวทีก็ตื่นเต้นนะ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี (มีงาน เซ็กซี่ติดต่อมาเยอะไหม?) ก็พอสมควรนะคะ ก็มีติดต่อถ่ายแบบบ้าง ซึ่งแคทก็อยากถ่ายแฟชั่นแนวเซ็กซี่อยู่แล้วด้วยค่ะ เพราะเราจะได้เก็บไว้ดู แต่ก็ต้องขอเลือกดูคอนเซปต์ให้มันถูกใจเราก่อนด้วย'' จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่าเห็นสีหน้าแอบเป็นกังวล ซึ่งนักร้องสาวก็ได้กล่าวยอมรับว่าตนเองเครียด แต่ไม่ได้เครียดเรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของคุณพ่อที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งสมองอยู่นั่นเอง ''เครียดค่ะ คือตอนนี้คุณพ่อป่วยอยู่ นอนอยู่ รพ.ก็เลยอาจจะต้องรีบนิดนึงเนาะ เพราะเดี๋ยวแคทต้องไปดูคุณพ่อต่อ เพราะวันนี้ท่านทำคีโม คือคุณพ่อแคทเป็นโรคมะเร็งสมองค่ะเพิ่งจะตรวจเจอเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาแล้วก็เข้ารับการ รรักษาหลังวันเกิดแคทไม่นานเองค่ะ พอเราทราบเราก็อึ้งๆ ไปนิดนึง เพราะค่อนข้างเครียดเหมือนกัน'' อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงอาการของคุณพ่อนักร้องสาว ''แคท'' แคทรียา อิงลิช ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างนั้น นักร้องสาวก็ได้กล่าวว่าอยู่ในความดูแลของคุณหมอเรียบร้อยแล้ว ''ตอนนี้คุณพ่ออยู่ รพ.ค่ะ อยู่ในความดูแลของคุณหมอเรียบร้อยแล้ว เมื่อเช้าก็ต้องทำคีโมรักษาตัว นี่เดี๋ยวแคทก็ต้องรีบไปดูแลคุณพ่อ ไปอยู่ให้กำลังใจท่านด้วยน่ะค่ะ ยอมรับว่าเครียดนะ แอบห่วงอยู่ แต่ก็อยากให้ท่านหายเร็วๆ ค่ะ ส่วน เรื่องค่ารักษาพยาบาลเราก็ต้องรักษากันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างที่หลายคนรู้ๆ กันอยู่ว่าทำคีโมครั้งนึงค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แค่ก็เพื่อคุณพ่อแหละค่ะ เราก็ยอมทำงานเพิ่มขึ้น เหนื่อยเพิ่มขึ้น ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อให้คุณพ่อหายเร็วๆ (ยิ้ม)'' แคทกล่าว
1. ''อั้ม''ให้ของขวัญ''แอมป์''แย้มมีชิ้นเดียวในโลก
''อั้ม-พัชราภา'' ซื้อของขวัญสุดพิเศษชิ้นเดียวในโลกให้ ''แอมป์-พิธาน'' แต่ยังอุบว่าคืออะไร ไม่โกรธ ''เมย์-พิชญ์นาฏ'' เปรยว่าตนจะแต่งงานก่อนเพื่อน ชี้แค่เชียร์ ''เมย์ เฟื่องอารมย์'' แล้วไม่วิวาห์สักทีเลยมาลุ้นตนแทน แม้จะยังไม่ยอมใช้คำว่า ''แฟน'' สักที แต่นางเอกสาว ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ กับไฮโซหนุ่ม ''แอมป์'' พิธาน องค์โฆษิต ก็ยังดูสวีตหวานจนใครๆ ต้องอิจฉา ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้สาวอั้มเพิ่งจะเป็นแม่งานจัดฉลองวันเกิดให้หนุ่มแอมป์แถมยังมี ของขวัญสุดพิเศษที่ทำขึ้นชิ้นเดียวในโลกให้หนุ่มแอมป์โดยเฉพาะ แต่งานนี้เจ้าตัวขออุบไม่ยอมบอกว่าของสิ่งนั้นคืออะไร ''ก็ยังเป็นเพื่อนค่ะ ก็ต้องบอกก่อนว่าวันเกิดเขาเพื่อนๆ ทุกคนก็มีส่วนร่วมในการซื้อของขวัญซื้อเค้กค่ะ ก็มีของขวัญพิเศษค่ะเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่ทำขึ้นซึ่งก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในของสิ่งนี้ค่ะ ไว้วันหลังค่อยบอก ก็ อยากจะบอกค่ะ แต่ไว้เอกสารอะไรเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยบอกอีกที เป็นของที่เราตั้งใจทำให้เขา (ยิ้ม)'' อั้ม เผย นักข่าวยังถามถึงเรื่องที่เพื่อนร่วมก๊วน ''เมย์'' พิชญ์นาฏ สาขากร โพสต์รูปอั้มกับแอมป์ลงในอินสตาแกรม แถมยังบอกว่าอนาคตอั้มจะแต่งก่อน ''เมย์ เฟื่องอารมย์'' สาวอั้มก็พูดถึงเรื่องนี้อย่างอารมณ์ดีว่า ''แต่อั้มไม่มีรูปคู่ในอินสตาแกรมของอั้มค่ะ ส่วน เมย์-พิชญ์ เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละค่ะเพราะเราก็ลุ้น เมย์ เฟื่อง มาเหนื่อยแล้ว คงอยากลุ้นคู่อื่นมั้งคะ อั้มก็คุยแค่คนเดียวค่ะขอแค่เรียกว่าคุยๆ อยู่แล้วกัน ยังไม่แต่งค่ะถ้ามีอะไรจะบอกค่ะ ไม่โกรธค่ะ แค่ตกใจว่าหน้ายังโทรมอยู่เลย เราไม่ควรโกรธเขาค่ะเพราะของขวัญชิ้นนี้ที่เสร็จก็เพราะเพื่อนๆ ทุกคนร่วมกันค่ะ เป็นของชิ้นเดียวที่เกี่ยวกับเขาแค่คนเดียว และต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช่แค่อั้มแต่มีพี่ๆ น้องๆ ทั้งในและนอกวงการที่จะ ทำของขวัญชิ้นนี้ออกมาให้พิเศษที่สุดค่ะ''

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น