10 อันดับ วิธีดีท็อกซ์ผม

update :26/11/2013 15:34
views : 1043
ที่มา :
ไม่ใช่แค่ร่างกายหรอกนะที่ต้องดีท็อกซ์ล้างสารพิษเสียบ้าง เส้นผมก็เช่นกัน เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเส้นผมไม่เป็นประกายหรือมีสารตกค้างจากากรจัดแต่งทรงผม ใช่เลย งั้นเรามาเริ่มปีใหม่ด้วยการดีท็อกซ์เส้นผมให้มีสุขภาพสมบูรณ์กันเลยแล้วกัน ใน "10 วิธีดีท็อกซ์ผม "
10. ชาตำแย
เอ้า!-เชียส์ ดื่มที่ว่าคือดื่มชาเขียว เจโลบอกว่าเธอดื่มชาเขียวมาเป็นปีแล้ว ส่วน Nettel tea (ชาตำแย) ที่กำลังฮิตนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการบอกว่า พืชชนิดนี้พบในแชมพูแบบดีท็อกซ์อยู่แล้ว พอนำมาดื่มก็เลยทำความสะอาดร่างกาย ผิวและผม ด้วยการขจัดสารพิษส่วนเกินออกมา แถมยังช่วยปกป้องอันตรายจากอนุมูลอิสระ ดังนั้น หันมาดื่มชาชนิดนี้กันเถอะ เพื่อให้เส้นผมที่แห้งกร้านกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง
9. ตัดผม
เพื่อให้เส้นผมอยู่ในสภาพที่ดีก็ต้องหมั่นเล็มผมเป็นประจำเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผมแตกปลายและรักษาความสมบูรณ์ของเส้นผมไว้ อย่าลืมว่ายิ่งผมยาวเท่าไหร่ ผมก็มีโอกาสถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น
8. เลิกใช้สเปรย์
นี่อาจจะเป็นข้อที่ยากสุดสำหรับ 10 วิธีดีท็อกซ์ของเรา แต่เราขอให้คุณอยู่ห่าง ๆ กระป๋องสเปรย์แค่เดือนเดียว แล้วใช้สองมือจัดทรงปั้น ๆ ลูบ ๆ ให้ได้ทรงหรือมีวอลลุ่มอย่างที่ต้องการ แล้วก็ใช้กิ๊บดำตัวเล็ก ๆ ติดให้เข้าที่
7. กินผัก
ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้หม่ำผักเยอะ ๆ เช่น บร็อคโคลี่ ผักโขมและกะหล่ำปลีที่อุดมด้วยวิตามินเอ ซี อี และแคลเซียม ซึ่งช่วยระบบการย่อยและการกำจัดสารพิษรวมทั้งยังมีบทบาทสำคัญสำหรับเส้นผมที่แข็งแรงและสุขภาพดี
6. แปรงธรรมชาติดีที่สุด
ถ้าคุณชอบแปรงผมก็ขอแนะนำให้ลงทุนซื้อแปรงขนธรรมชาติดี ๆ สักอัน เพราะมันทำอันตรายต่อเส้นผมน้อยกว่าแปรงแบบอื่น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นโคนผม ช่วยให้น้ำมันบนหนังศีรษะกระจายทั่วอีกด้วย สำหรับชาวhair เราชอบ Shu uemura art of hair natural round brush
5. ผ่อนคลาย
การนวดศีรษะทำให้ผู้หญิงเราผ่อนคลายได้ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ใครจะมีเงินไปนวดบ่อยๆ ล่ะ เราก็เลยไปขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนวดให้มาบอกวิธีหน่อย ซึ่งก็ไม่ยากใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางสำหรับจุดที่ต้องการกดหนัก ๆ ส่วนบริเวณขมับนวดวนเป็นวงกลมเบาๆ รวมทั้งท้ายทอยและต้นคอด้วย พยายามนวดให้หนังศีรษะขยับไม่ใช่ขยับแต่ปลายนิ้วเพื่อให้นวดได้ลึกขึ้น
4. ใช้ความร้อนพอประมาณ
ไม่ใช่หลังออกกำลังกายเท่านั้นที่ร่างกายต้องคูล ดาวน์ ถ้าทำถูกวิธี การจัดทรงด้วย ความร้อนสามารถทำให้เส้นผมที่อ้วนเรียบได้และผมตรงหยิกได้ แต่พวกเราส่วนมาก มักใช้อุณหภูมิในการทำผมสูงเกิน 200 องศาเซลเซียส ซึ่งนั่นทำลายเส้นผม จำไว้ว่ายิ่งผมคุณเส้นเล็กเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้ความร้อนในการจัดทรงผมต่ำขึ้นเท่านั้น
3. เซย์โนกับสารซัลเฟต
เราแน่ใจว่าคุณต้องรู้สึกคุ้น ๆ กับคำนี้พอประมาณ อะไรทำนองซัลเฟต ซัลฟูริก แอซิด แล้วตกลงมันคืออะไรล่ะ? พูดง่าย ๆ ก็คือ ซัลเฟตทำให้แชมพูมีฟองเพิ่มขึ้น และในเมื่อเรามักจะเชื่อมโยงฟองที่มากล้นกับความสะอาด พอใช้แชมพูที่ไม่ค่อยมีฟองก็รู้สึกแม่ง ๆ เหมือนมันไม่สะอาด ซึ่งนั่นไม่จริงเลย แชมพูที่ไม่มีซัลเฟตจะทำให้หนังศีรษะและเส้นผมระคายเคืองน้อยลง แถมสรรพคุณเรื่องความสะอาดก็ไม่เป็นรองใครด้วย
2. มาสก์ผมกันหน่อย
ถ้าอยากให้ผมสุขภาพสมบูรณ์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้สารอาหารแก่เส้นผม และหนังศีรษะ การมาสก์ผมคือทรีตเม้นท์ที่เห็นผลที่สด ควรหมักผมสัปดาห์จะหนึ่งครั้ง ตอนที่ผมยังขึ้นอยู่ด้วยการนวดเนื้อครีมให้ซึมซาบทั่วศีรษะแล้วใส่หมวกคลุมอาบน้ำทับไว้ สำหรับมาสก์หลอดข้าง ๆ ที่เห็นนี้สามารถทิ้งไว้ได้นานถึง 12 ชั่วโมง ขึ้นกับว่าเส้นผมคุณเยินขนาดไหน จากนั้นก็ล้างออก สระผม ตามด้วยครีมนวด เป็นอันเสร็จ ง่าย ๆ แค่นี้เอง!
1. เพิ่มพลังด้วยวิตามิน
เส้นผมต้องการวิตามินอย่าง เอ อี และบี 5 รวมทั้งเคราติน และเชียบัตเตอร์ในการขจัดสารตกค้าง เพื่อความเงางามด้วยการล็อค และความเป็นประกายของเส้นผมไว้ทำให้ผมดูสุขภาพดีในบัดดลถือเป็นการรีเฟรชและเพิ่มพลังให้เส้นผม ขอแนะนำผู้ช่วยขวดจิ๋วที่มาในรูปของสเปรย์ซึ่งจะช่วยขจัดสารตกค้างที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไป Richard ward’s vitamin rush shine spray

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น