10 อันดับ เกี่ยวกับไอ้แมงมุมที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ The Amazing Spider-Man

update :26/11/2013 09:54
views : 1748
ที่มา :
เกาะกระแสหนังดัง The Amazing Spider-Man ที่กำลังจะเข้าโรงในไทยวันที่ 29 มิ.ย. 2555 วันนี้ทีมงาน toptenthailand เลยขอจัด 10 อันดับเกี่ยวกับฮีโร่ไอ้แมงมุมที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้ จะมีเรื่องไหนบ้าง ลองเข้ามาชมกันครับ
10. คำที่ถูกต้องของ Spider-Man
หลาย ๆ คน ถ้าไม่สังเกตุดูดี ๆ จะคิดว่าไอ้แมงมุมเวลาเขียนภาษาอังกฤษจะคิดว่าเป็น Spiderman แต่ความจริงที่ถูกต้องจะต้องเป็น Spider -Man โดย สแตน ลี (Stan Lee) ผู้ให้กำเนิด Spider-Man ให้เหตุผลว่าถ้าเป็น Spiderman เขียนติดกันแล้วรู้สึกว่าดู เผิน ๆ มันจะไปคล้ายกับโลโก้ Superman ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ( ในอดีต ) สแตนลีเลยยืนกรานว่าต้องให้มีขีดตรงกลางระหว่าง คำว่า "Spider กับ Man" และเขาจะอารมณ์เสียมากบ่อยๆถ้าเห็นใครไม่ใส่ขีดเส้นกลางนี้ ดังนั้นถ้าหากเป็นแฟนพันธ์แท้ของ Spider- Man อย่าลืมเขียนขีดตรงกลางกันนะครับ ไม่งั้น ลุงสแตน ลี แกจะน้อยใจเอา
9. เครื่องแบบของ Spider-Man ดีไซน์ใหม่!!!
ชุดของ Spider-Man ชุดใหม่มีการออกแบบขึ้นมาใหม่ด้วยความทันสมัยต่างจากภาคก่อนๆมากขึ้น และมีดีไซน์ลายแมงมุมที่หน้าอกและกลางหลัง ตัวเล็กลงแต่ขายาวขึ้น อีกทั้งยังไม่เน้นลวดลายของใยแมงมุมบนร่างกายเหมือนแต่ก่อน (ลายใยแมงมุมจางหายไป ) เพื่อให้ดูเข้มแข็งมากขึ้น มีความ ดาร์กมากขึ้น ( อันนี้ทีมงาน toptenthailand คาดเดาเองนะครับ เห็นตัวภาพยนต์มาแนวดราม่า ก็เลยคิดว่าคนดีไซน์คงตั้งใจให้ชุดมี ความดาร์กขึ้นเพื่อเหมาะสมกับตัวเนื้อเรื่อง ) หากเทียบกับชุดในเวอร์ชั่นเก่า 3 ภาคก่อนหน้านี้จะดูต่างกันในเรื่องของโทนสีอย่างชัดเจนอีกต่างหาก แต่นายแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ผู้รับบทสไปเดอร์แมนได้ให้ความเห็นไว้ว่ามันเป็นชุดที่ใส่แล้วคัน ฟิตมาก การเคลื่อนไหวในฉากบู๊ก็ลำบากพอสมควรเลยทีเดียว หากเพื่อนๆอยากรู้ว่าจะเป็นจริงแบบที่อ่านหรือไม่ ต้องลองไปจ้องดูดีๆในภาพยนต์กันแล้วล่ะครับ
8. Spider-Man ภาคนี้มีความดราม่าพอสมควร!!!
ต่อกันที่อันดับ 8 toptenthailand เนื่องจากสไปเดอร์แมน เวอร์ชั่นภาพยนต์ 3 ภาคก่อนหน้านี้ยังไม่มีความเป็นดราม่าซักเท่าไรนัก อาจจะเป็นเพราะผู้สร้างหรือผู้กำกับอยากให้สไปเดอร์แมนเป็นภาพยนต์ทีเด็กและวัยรุ่นดูได้เป็นหลัก จึงไม่อยากใส่ความเป็นดราม่าเข้าไปมากนัก แต่ใน สไปเดอร์แมนภาครีบูทนี้กลับกัน ทางผู้สร้างมีการนำปมชีวิตของสไปเดอร์แมนใส่เข้ามาอย่างจัดเต็ม ทั้งปัญหาพ่อแม่ของปีเตอร์ว่ากำลังทำการทดลองอะไร ปัญหาการโดนกลั่นแกล้งในมหาวิทยาลัย การไม่เป็นที่ชื่นชอบของสาวที่ตัวเองหมายปอง และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การละเลยจับตัวผู้กระทำความผิดจนเป็น สาเหตุที่ทำให้ลุงเบน ต้องจบชีวิตลง ซึ่งความเป็นดราม่านี้ก็ตรงกับความตั้งใจของ สแตนลีที่เคยกล่าวไว้ในเวอร์ชั่นคอมมิคว่า "ผมแค่อยากทำซูเปอร์ฮีโร่ คนแรกที่สมจริง ในสมัยนั้นซูเปอร์ฮีโร่เป็นคนที่แทบจะไม่มีปัญหาชีวิตเลย ปัญหาเดียวของพวกเขาคือจะจัดการกับเหล่าวายร้ายยังไง ผมไม่อยากเขียน เรื่องแบบนั้น ผมอยากเขียนถึงตัวละครที่มีปัญหาเรื่องเงินเหมือนกับผม ผมอยากให้เขามีป้าที่ป่วย มีลุงที่ต้องเสียชีวิตเพราะเขา ไม่ป็อปปูล่าที่โรงเรียน โดนกลั่นแกล้งเสมอ และอยากเป็นคนสำคัญของหญิงสาวที่ตัวเองหมายปอง " ทีมงาน toptenthailand คิดว่าชีวิตของสไปเดอร์แมนจะ ดราม่าเหมือนดังที่สแตนลีผู้ให้กำเนิดหวังไว้หรือไม่ คงต้องไปติดตามกันในภาพยนต์กันดีกว่าครับ
7. Spider-Man ต้องใช้อุปกรณ์ยิงใย!!!
อันดับ 7 กันต่อเลยจาก toptenthailand ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในภาครีบูทนี้มีพรสวรรค์และเป็นอัจฉริยะในการประยุกต์ใช้ความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านเคมี ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์จะมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ซึ่งนอกเหนือจากพลังพิเศษแล้ว เขายังได้สร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ควบคู่กับ พลังของเขาอีกด้วย โดยอุปกรณ์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสไปเดอร์แมนก็คือ เครื่องยิงใยแมงมุม (web-shooter) ที่เขาพัฒนาขึ้น อุปกรณ์นี้สามารถปล่อยสารประกอบที่มีความเหนียวอย่างมากคล้ายใยแมงมุม ซึ่งจะสลายตัวไปหลังจากที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว 2 ชั่วโมง ดังนั้นเพื่อนๆ toptenthailand ที่เคยจดจำภาพลักษณ์ของ Spider-Man ที่ยิงใยได้เองคงจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่กันหน่อยแล้ว เพราะ Spider-Man ตัวจริงในคอมมิคจะต้องยิงใยโดยใช้อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นนั่นเอง
6. ศัตรูตัวฉกาจของ Spider-Man ภาคนี้เคยปรากฏตัวมาแล้วในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ถีง 2 ภาค!!!
อาจจะเป็นเพราะสไปเดอร์แมนได้ทำเป็นภาพยนต์ไปแล้วถึง 3 ภาค โดยทั้ง 3 ภาคนั้นต่างมีตัวร้ายเด่นๆ มาปรากฏไปแล้วหลายตัว แต่หากใครเป็น แฟนคอมมิค จะเห็นตัวละครตัวหนึ่งโผล่มาแล้วในภาค 1 และ 3 แต่ยังไม่เคยมาเป็นตัวร้ายเลย พอรู้กันแล้วใช่ไหมครับ!!! ใช่เลยตัวละครที่โผล่ มานั่นคืออาจารย์ของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในมหาวิทยาลัยที่มีแขนเพียงข้างเดียว เคิร์ต คอนเนอร์ส หรือ ลิซาร์ด นั่นเอง!! แต่ตอนที่ปรากฏตัวนั้นยังไม่ เป็นตัวร้าย ลิซาร์ด เป็นแค่อาจารย์ธรรมดาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เรียกได้ว่าทางผู้จัดทำคงไม่อยากให้ตัวร้ายโผล่มาซ้ำๆกัน ก็เลยจัด ลิซาร์ด ที่ผลุบๆโผล่ๆ มาก่อนหน้านี้ ให้ปรากฏตัวในภาครีบูทนี้ซะเลย และถ้าอยากรู้ว่า ลิซาร์ดจะร้ายกาจแค่ไหนคงต้องไปติดตามชมในโรงกันแล้วล่ะครับ
5. เกวน สเตซี่ แฟนคนแรกของ Spider-Man ตัวจริงมาแล้ว!!
แฟนๆคอมมิคบางคนอาจจะดีใจจนแทบจะกระโดด เมื่อรู้ว่านางเอกภาคนี้ไม่ใช่ แมรี่ เจน วัตสัน แต่เป็นสาวผมบลอนด์ในตำนาน เกวน สเตซี่ ทำให้ถูกอก ถูกใจสาวกคอมมิคยิ่งนัก เพราะเรื่องราวของเธอกับพระเอกปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ในคอมมิคนั้นทั้งเข้มข้น เต็มไปด้วยเรื่องดราม่าพลิกผัน และเป็นรักแรกที่ปี เตอร์รักมากที่สุดก่อนจะได้เจอกับ แมรี่ เจน วัตสัน ทำให้หลายคนคาดหวังไว้ว่า ภาคนี้ต้องมีเรื่องราวที่สุดยอดเกี่ยวกับปีเตอร์กับเกวนในภาพยนต์เรื่องนี้แน่ๆ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ เอ็มม่า สโตน จาก Easy A มารับบทเป็นเกวน ซึ่งในเรื่องนี้เธอดูสวยเฉิดฉายสุดๆในลุคผมบลอนด์ ดูเหมาะสมกับบท เกวน สเตซี่ ในคอมมิคมากๆ
4. อุปนิสัยของ Spider-Man มีความใกล้เคียงกับคอมมิคมากขึ้น!!!
และก็มาถึงอันดับ 4 กันแล้วกับทีมงาน toptenthailand เรื่อง The Amezing Spider-Man ฉบับรีบูทใหม่นี้ มี ลักษณะคล้ายคลึงกับในคอมมิคมากขึ้นโดยเฉพาะ ปีเตอร์จะไม่มีบุคลิคคล้ายเด็กเนิร์ดติ๋มๆซักเท่าไร มีความอยากแสดงออกถึงตัวตนให้คนอื่นได้รับรู้เด่น ชัดมากๆ ต่างจาก 3 ภาคเวอร์ชั่นเก่าก่อนหน้านี้ ถ้าเป็นเด็กเนิร์ดจริงๆเมื่อตอนได้รับพลังมาครั้งแรกก็ต้องคิดในแง่ถูกผิดเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว แต่ปี เตอร์กลับเอาไปสร้างรายได้ให้ตัวเองโดยไปเล่นมวยปล้ำ เอาไปอัดเพื่อนที่ชอบแกล้งตน เหมือนสนองความรุนแรงของตน แถมยังมีนิสัยภายใต้หน้ากาก เป็นคนกวนและมีอารมณ์ขันสุดๆ ซึ่งในกรณีนี้ก็พอจะทราบถึงนิสัยแล้วว่าปีเตอร์ไม่ใช่พวกเนิร์ดอะไรมากมาย ซึ่ง แอนดรูว การ์ฟิลด์ คนนี้ก็ดูสมบทบาท แบบนี้ดีที่สุดแล้วในสายตาทีมงาน toptenthailand เพราะสมัยนี้จะมาหาเด็กหนุ่มใส่แว่นผมเรียบทำตัวเหนียมอายตลอดเวลามันไม่ค่อยจะ มีซักเท่าไรแล้ว ยังไงก็ต้องทำยุคตามสมัยกันบ้าง อีกทั้งยังมีคำพูดที่ยียวนกวนประสาท กัดจิกเหล่าร้ายทั้งหลายในขณะต่อสู้ให้รู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลา ( ไม่ รู้ว่าเป็นเพราะ ปีเตอร์เหมือนเด็กเก็บกดหรือเปล่า เลยต้องมาระบายออกทางคำพูดขณะใส่ชุดสไปเดอร์แมนแทน ) ซึ่งตรงจุดนี้ เพื่อนๆที่เคยดูภาพยนต์ เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ทั้ง 3 ภาคและไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นคอมมิค อาจจะงงกันบ้าง เล็กน้อยว่า ก่อนหน้านี้เห็นเงียบๆ ติ๋มๆ แต่ทำไมภาครีบูทใหม่นี้ ถึงพูดมาก ซะจนน่ารำคาญแทนตัวร้ายกันเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้แหละที่แฟนคลับสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นคอมมิคทั้งหลายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปากจัดแบบนี้แหละ สไปเดอร์แมนตัวจริง!!!
3. ผู้กำกับ มาร์ค เว็บบ์ ชิมลางกำกับ Spider-Man ครั้งแรก!!!
มาร์ค เว็บบ์ ผู้กำกับจะมากำกับหนังภาคนี้ ไม่ใช่ผู้กำกับระดับพันล้านโด่งดังจากภาพยนต์เรื่องไหน งานกำกับของเขามีเรื่องเดียวคือ ภาพยนต์รักแหวกแนว เรื่อง (500) Days Of Summers ที่แม้จะมีคนชื่นชอบเรื่องนี้มากอยู่บ้าง แต่ก็อดสงสัยในใจไม่ได้ทุกครั้งว่า "จะรอดเหรอเนี่ย" ซึ่ง ผู้กำกับของหนังทุกเรื่องของ มาร์เวลสตูดิโอ ส่วนใหญ่แม้จะมีชื่อเสียง แต่ก็ไม่ได้มีสไตล์เป็นตัวของตัวเองเท่าแซม ไรมี่ ( ผู้กำกับ Spider-Man 3 ภาคก่อนหน้านี้ ) เลยซักคน แต่พอได้เห็นตัวอย่างหนังแล้วอาจจะผิดคาดไปบ้างเพราะในตัวอย่างภาพยนต์ เรื่องแอ็คชั่นก็ดูเข้าท่าไม่แพ้ 3 ภาคก่อนหน้านี้ ฉากบทสนทนาหรือมุขตลกต่างๆก็ถ่ายทอดจากในคอมมิคเป๊ะๆ ทางทีมงาน toptenthailand เลยให้ฝีมือการกำกับของ มาร์ค เว็บบ์นี้อยู่ในอันดับ 3 และคนที่จะตัดสินใจได้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนๆ toptenthailand นี่แหละครับที่ต้องเข้าไปชมด้วยตัวเองจะ ดีที่สุด!!!
2. แซม ไรมี่ ผู้กำกับคนเก่าและนักแสดงชุดเดิมไปไหน??
เป็นสิ่งที่ถูกถามมาเป็นอันดับ 2 กันเลยทีเดียว โดยความจริงตอนแรกทาง Sony จะสร้างภาค 4 ตามแผนที่ได้วางไว้ แต่ผู้กำกับ "แซม ไรมี่" ไม่เอาด้วย เพราะทางสตูดิโอมายุ่มย่ามกับการตัดสินใจในเรื่องต่างๆมากเกินไป ( อาทิเช่นไม่ต้องการให้แซมหยิบเอาตัวละคร "มนุษย์นกแร้ง" มาใช้ เนื่องจากนำดีไซน์และเอกลักษณ์มาขายได้ยาก ) แต่สาเหตุหลักๆคือ Sony ได้เริ่มเข้ามายุ่มย่ามกับการตัดสินใจตั้งแต่ภาค 3 เพราะตอนนั้น "แซม ไรมี่" ไม่ต้องการให้มีตัวละคร "วีน่อม" แต่โดนทาง Sony ยัดเยียดให้ใส่มาจนเรื่องราวตีกันเละตุ้มเป๊ะอีรุงตุงนังไปหมด "แซม ไรมี่" เห็นดังนั้นจึงโบกมือลาหลังจากภาค 3 จบดีกว่า เมื่อผู้กำกับใหญ่ถอนตัวบรรดานักแสดงหลักๆชุดเดิมในเรื่องก็ขอถอนตัวเช่นกัน จึงทำให้ Sony ต้องเปลี่ยน แผนมารีบูทเรื่องราวขึ้นใหม่แทน ( ทางนักแสดงชุดเดิมทั้งหมดยืนยันว่าจะไม่แสดงบทเดิมกับผู้กำกับคนใหม่ เพราะถือว่าเป็นการให้เกียรติแก่ "แซม ไรมี่" ) ซึ่งหวยก็ได้ไปออกที่ มาร์ค เว็บบ์ ให้มาเป็นผู้กำกับคนใหม่ ตามที่ได้อ่านไปในอันดับที่ 3 กัน
1. ทำไม Spider-Man ต้องรีบูท?
ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกถามมากเป็นอันดับ 1 จากเหล่าบรรดาแฟนๆ Spider-Man ทั้งหลายว่าทำไมต้องรีบูท ทำไมไม่ทำภาค 4 แทนล่ะ?? สาเหตุที่ทำไมต้องรีบูทนั้นมีดังนี้ครับ ในก่อนหน้านี้ทาง Sony ได้ทำสัญญาหลังจากซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครสไปเดอร์แมนจากค่าย Marvel คอมมิคไว้ว่า ถ้าหากไม่สร้างภาพยนต์สไปเดอร์เเมนภายในทุก 5 ปี ลิขสิทธิ์ต้องจะกลับมาเป็นของ Marvel ทันที ( เมื่อก่อน Marvel ไม่ได้สร้างหนังเอง จริงจำเป็นต้องขายลิขสิทธิ์การสร้างภาพยนต์ไปให้ค่ายภาพยนต์ต่างๆ เเต่ตอนนี้เปิดสตูดิโอภาพยนต์เองแล้วจึงมีความพร้อมในการเรียกลิขสิทธิ๋ตัวละครคืน เพื่อมาสร้างหนังเอง ) และในปี 2012 นี้เป็นปีที่ 5 ครบกำหนดที่ sony จะต้องสร้าง Spider-man ต่อให้ทันพอดี อีกทั้ง Spider-Man ภาค 3 ที่สร้างไว้ มาถึงทางตัน กระเเสวิจารณ์ไม่ดี เพราะว่าเล่นเอาตัวร้ายออกไปเยอะเกิน บวกกับทางค่าย Sony มีปัญหากับ "แซม ไรมี่ " ผู้กำกับคนเก่า เหมือนดังข้อ 2 ที่เคยกล่าวถึง คราวนี้ Sony เลยตัดสินใจต้องรีบูท Spider-Man ใหม่ตั้งเเต่เเรก เป็น The Amazing Spider-Man เพราะว่า Sony ไม่อยากให้ Spider-Man หลุดมือไป เพราะเป็นภาพยนต์ที่ทำเงินรายได้ มหาศาลให้กับ Sony นั่นเอง และนี่คืออันดับ 1 จาก toptenthailand 10 อันดับที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Spider-man ครับ

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น