10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555

update :25/11/2013 17:32
views : 1461
ที่มา :
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555"
10. สถิติมะกันชอปปิ้ง “แบล็ค ฟรายเดย์” ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์
สถิติชาวอเมริกันชอปปิ้งออนไลน์ในเทศกาล "แบล็ค ฟรายเดย์" ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก วันนี้ ( 26 พ.ย. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ชาวอเมริกันกระหน่ำซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ในวัน “แบล็ค ฟรายเดย์” หรือเทศกาลวันลดราคาสินค้าครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีของสหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าการจำหน่ายสินค้าทางอินเตอร์เน็ทในปีนี้พุ่งสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ผลการสำรวจโดยบริษัท คอมสคอร์ ระบุว่า มีจำนวนเงินสะพัดถึงกว่า 1.042 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 32.3 พันล้านบาท ) ในช่วงวันแบล็ค ฟรายเดย์ ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดยาวเพื่อเฉลิมฉลองวันขอบคุณพระเจ้า เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มูลค่าการจับจ่ายสินค้าทางอินเตอร์เน็ทอยู่ที่ราว 816 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผลสำรวจโดยบริษัท ดิจิตอล อนาไลติค ในเครือบริษัท ไอบีเอ็ม ประเมินมูลค่าการจับจ่ายซื้อสินค้าของชาวอเมริกันในช่วงวันดังกล่าว ว่าเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ประชาชนนิยมซื้อผ่านระบบออนไลน์มากที่สุดคือ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ด้านนักวิเคราะห์ของบริษัท ชอปเปอร์แทร็ค ประเมินว่า วันจันทร์แรกหลังสิ้นสุดเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า หรือ “ไซเบอร์มันเดย์” น่าจะเป็นวันที่มีเม็ดเงินสะพัดในตลาดการจำหน่ายสินค้าบนอินเตอร์เน็ทมากที่สุด กว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 46.5 พันล้านบาท ) เนื่องจากเป็นวันที่คนส่วนใหญ่กลับมาทำงานกันแล้ว ดังนั้นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกจึงต้องเฟ้นหา “ไม้ตาย” หรือกลยุทธ์ทีเด็ด เพื่อเรียกลูกค้าอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นายแมทธิว เชย์ ประธานสหพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งชาติ ( เอ็นอาร์เอฟ ) กล่าวว่า มูลค่ารวมในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของชาวอเมริกัน ตลอดช่วงวันหยุดยาว 4 วันที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.82 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 13% หรือโดยเฉลี่ยคนละ 423 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 13,113 บาท ) เทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 398 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12,338 บาท ) ต่อคน เทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า เป็นช่วงหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน เริ่มต้นด้วยวัน แบล็ค ฟรายเดย์ ซึ่งเป็นวันที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลชอปปิ้งส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และเป็นวันที่ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนร้านค้าทุกแห่งจัดรายการลดราคาสินค้าแทบทุกประเภท
9. สลดแม่ล่ามลูก-นอกบ่อนรับแทงพนัน
เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ"เดอะซัน" ประเทศอังกฤษ รายงานว่า เด็กน้อยเพศหญิง อายุประมาณ 4 ปี ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ขณะมีเชือกผูก บริเวณนอกร้านเจ้ามือรับแทงพนัน วันนี้ 26 พ.ย. เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ"เดอะซัน" ประเทศอังกฤษ รายงานว่า เด็กน้อยเพศหญิง อายุประมาณ 4 ปี ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ขณะมีเชือกผูกดังเช่นสุนัข นอกร้านเจ้ามือรับแทงพนัน ในขณะที่แม่ของเด็กเข้าไปในร้าน ไม่กี่นาทีหลังจากโดนล่าม เด็กหญิงพยายามที่จะเป็นอิสระด้วยตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้ โดย เจ้าหน้าที่สำนักงาน ผู้เห็นเหตุการณ์จากอาคารฝั่งตรงข้าม กล่าวว่า "เป็นการเลี้ยงดูที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยเห็น พวกเราทุกคนก็ต่างตกใจ กับภาพที่เกิดขึ้น. "
8. สาวเพี้ยนแก้ผ้าบนดาดฟ้า อ้างสวรรค์สั่งให้ปราบมาร
เจ้าหน้าที่ช่วยเกลี้ยกล่อมสาวใหญ่เพี้ยนจัดเดินแก้ผ้าบนดาดฟ้าคอนโด เกรงว่าอาจพลัดตกลงไปเสียชีวิต (26 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก รปภ.ของวิวทะเลคอนโดมิเนียม 1 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่ามีสาวใหญ่เดินแก้ผ้าบนดาดฟ้า เกรงว่าจะได้รับอันตราย ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 15 ชั้น เข้าตรวจสอบบนดาดฟ้าพบสาวใหญ่ทราบชื่อเพียง "ลานนา" อายุประมาณ 40-45 ปี เดินวนไปวนมาบริเวณริมขอบกำแพงชั้นดาดฟ้า โดยไม่สวมเสื้อผ้าแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเข้าพูดคุยแต่ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากสาวใหญ่บนพึมพำอยู่คนเดียวว่า "สวรรค์สั่งให้ปราบมาร" ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชม.จึงสามารถเอาผ้าไปห่มร่างกายและพาลงมาด้านล่างได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า สาวใหญ่คนดังกล่าวนั้นพักที่คอนโดชั้น 14 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ รปภ.ได้ไปตรวจอาคารตามชั้นต่างๆตามปกติก็พบว่าสาวใหญ่คนดังกล่าวแก้ผ้าเดินบนดาดฟ้าจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบและช่วยเหลือ
7. ตร.นางเลิ้งเอาจริง ปรับคนซื้อ-ขายกล้วยแขกขวางถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้ออกมาตรการเด็ดขาดกับพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ขายกล้วยทอด-กล้วยแขกริมถนน ซึ่งทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวมีปัญหาติดขัดอยู่บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้ประชาสัมพันธ์ว่า ขณะนี้จะดำเนินการจับกุมและปรับอย่างจริงจังกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่กล้วยทอด-กล้วยแขกริมถนน รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนที่จอดแวะซื้อของริมทาง เนื่องจากที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบมีปัญหาติดขัด เพราะคนแวะซื้อของริมทาง ทั้งที่ยังกีดขว้างการจราจร ล่าสุดสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้จัดทำบัญชีรายชื่อและภาพถ่ายลูกจ้างของร้านกล้วยทอด-กล้วยแขก รวมทั้งมีมาตรการให้ควบคุมไม่ให้หาบเร่ไปกีดขวางการจราจร หากมีคนร้องเรียนและมีถ่ายภาพมาเป็นหลักฐาน จะนำดำเนินการจำปรับสูงสุด 2,000 บาท และจำปรับผู้ซื้ออีก 500 บาท ทั้งนี้ประชาชนสามารถส่งเรื่องและภาพร้องเรียนมาได้ที่เฟซบุ๊กของสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และจะมีการดำเนินการจำปรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอย่างจริงจัง หากไม่ให้ความร่วมมือในมาตรการดังกล่าว โดยจะเริ่มมีกฎบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
6. จับแล้ว 2 โจรปล้น-กระทืบร้านอินเตอร์เน็ต ยังหนีอีก 1
จากกรณีคนร้าย 3 คน บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ต "เน็ตมอนสเตอร์" ภายในหมู่บ้านรินทอง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุม 1 คนร้าย และอีก 1 คนร้ายได้เข้ามมอบตัวแล้ว แต่ยังหนีลอยนวลอีก 1 ราย ตามรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต ได้ควบคุมตัว นายโอ๊ต (นามสมมติ) อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาปล้นและทำร้ายร่างกายผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตได้ พร้อมกับของกลาง หมวกกันน๊อค ยี่ห้ออินเด็กสีขาวมีลาย 1 ใบ เสื้อแจ๊กเก็ตแขนยาวสีดำ 1 ตัว กางเกงยีนส์สีดำ 1 ตัว รองเท้าแตะสีน้ำตาลเข้ม 1 คู่ รถจักรยานยนต์ซูซุกิสกายลาย ษทค 148 กทม. มาทำแผนประกอบรับสารภาพ ต่อมา เมื่อบ่ายวานนี้ (25 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้รับมอบตัวอีกหนึ่งคนร้าย คือ นายสอง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หลังจากที่แม่ของผู้ต้องหาพามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่าไม่ทราบมาก่อนว่าลูกชายได้ไปก่อเหตุดังกล่าว จนกระทั่งมาทราบข่าวจากโทรทัศน์ โดย นายสอง ให้รับสารภาพทั้งหมด ขณะที่เงินสดจำนวน 4,000 บาทที่คนร้ายลักทรัพย์มา นายสอง อ้างว่า นายวีระ วงศ์สาโรจน์ หรือ บอล อายุ 21 ปี เป็นผู้นำเงินดังกล่าวไปใช้แต่เพียงผู้เดียว และยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเบาะแสแล้วว่า นายวีระ กบดานอยู่ จ.ชลบุรี จึงจำดำเนินการสืบสวนและจับกุมต่อไป
5. ตำรวจยื่นคำร้องผัดฟ้อง127 ม็อบ "เสธ.อ้าย"
ตำรวจยื่นคำร้องผัดฟ้อง 127 ม็อบ "เสธ.อ้าย" ไล่รัฐบาลปู ครั้งแรก ถึง 30 พ.ย.นี้ ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.บรมราชชนนี เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นี้ คณะพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการกองปราบปราม นำคำร้องขอผัดฟ้อง และรายชื่อผู้ต้องหา ประกอบด้วยนายคเณศ หอมทวนลม ผู้ต้องหาคดีก่อความไม่สงบกับพวกรวม 127 คน โดยแยกเป็น 3 สำนวนๆ ที่ 1 จำนวน 97 คน สำนวนที่ 2 จำนวน 16 คน และสำนวนที่ 3 จำนวน 14 คน มายื่นต่อศาลเป็นครั้งแรก โดยมิได้นำตัวผู้ต้องหามาศาล เนื่องจากได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน กรณีเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 55 พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) นำกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล หน้าบริเวณพระราชวังสวนดุสิต คำร้องบรรยายสรุปว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 55 รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 จนถึงวันที่ 30 พ.ย. 55 ภายในเขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ต่อมาวันที่ 24 พ.ย. ผู้ต้องหาทั้ง 127 คน ได้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว ด้วยการเข้าไปในพื้นที่ สะพานมัฆวานรังสรรค์ และพื้นที่อื่นๆ และนายสมสมัย นิทาจิ๊ ผู้ต้องหาที่30 คนขับรถหกล้อ ได้ขับรถเข้าพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานที่ห้ามบุคคลเข้าออกในพื้นที่ซึ่งกำหนด ตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯ และนายสมสมัย ยังมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเข้าพนักงานซึ่งได้กระทำตามหน้าที่ ตามมาตรา139 กฎหมายอาญาอีกด้วย พนักงานสอบสวนได้สอบสวนและแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงขอผัดฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 - 30พ.ย. นี้ ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ผัดฟ้องต่อผู้ต้องหาได้.
4. สาวใหญ่แฟนคลับ ‘เป้า สายัณห์‘ ฟื้นปาฏิหาริย์ ดับแล้ว
เศร้า! สาวใหญ่ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย แฟนคลับ"เป้า สายัณห์ สัญญา" ดับแล้ว หลังสร้างปาฏิหาริย์ฟื้นคืนชีพตอนนักร้องลูกทุ่งมาดูใจ จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมานายประเทืองวิทย์ โชติสุริยา อายุ 44 ปี ลูกชายของนางวร เปรมานุพันธ์ อายุ 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในระยะสุดท้าย เกิดฟิ้นจากความตาย หลังแพทย์แจ้งลูกชายและญาติว่าให้ทำใจและนางวรอาจอยู่ได้ไม่เกินเที่ยง นายประเทืองวิทย์จึงโทรศัพท์ไปหานายสายัณห์ ดีเสมอ หรือเป้า สายัณห์ สัญญา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่นางวรชื่นชอบ โดยขอร้องให้มาดูใจนางวรเป็นครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลสิริธรนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 พ.ย.) นางวร ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว จากภาวะหัวใจล้มเหลว ท่ามกลางความเสียใจอย่างยิ่งของลูกชายและญาติๆ โดยนายประเทืองวิทย์ ผู้เป็นลูกชาย กล่าวว่า ก่อนเสียชีวิตในช่วงเช้ามารดายังให้สัมภาษณ์กับสื่อฉบับหนึ่งอยู่ ระหว่างพูดคุยมารดายังให้เลขเด็ดแก่นักข่าวอยู่เลย แต่พอตกบ่ายอาการก็แย่ลงจนสิ้นลม ตนคิดว่าถ้าแม่ได้รับการถ่ายเลือดอาจอยู่ต่อไปได้อีก แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสถานการณ์คลังขาดเลือด ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุม ทั้งนี้ จะมีพิธีรดน้ำศพและสวดที่วัดทุ่งลานนา ซอยเฉลิมพระเกียรติ 28 ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ธ.ค.โดยจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีเป้า สายัณห์ สัญญา มาร่วมงานด้วย
3. กระบะจอดเปลี่ยนยาง รถตู้โดยสารซิ่งชนลากศพ 50 ม.
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 พ.ย. พ.ต.ท.วินัย โวหาร สารวัตรเวรสอบสวน ส.ทล.9.บก.ทล. ได้รับแจ้ง มีเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณ ถนนกาญจนาภิเษก หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ระหว่างหลัก กม.ที่ 9.5-9.6 มุ่งหน้าบางปะอิน ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบ รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บง-2724 กทม. สภาพท้ายรถพังยับเยิน ใกล้กันพบรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฮบ-1860 กทม. ใกล้กันพบศพชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 35-40 ปี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต แขน-ขาหัก ร่างเละ นอกจากนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน ที่โดยสารมากับรถตู้ ทั้งหมดเป็นพนักงานของ บริษัทมินิแบร์ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด อาสาสมัครฯ ได้ช่วยกันนำส่ง ร.พ.นวนคร จากการการสอบสวน ชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีรถกระบะขับมาเลนขวาสุดแล้วเกิดยางแตกจึงได้จอดรถ แล้วเปิดไฟสัญญาณฉุกเฉินบริเวณเลนขวาสุด ก่อนที่จะลงมาเพื่อจะเปลี่ยนยาง เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถตู้วิ่งตามมาด้วยความเร็วชนเข้าท้ายรถกระบะเข้าอย่างจัง แล้วกระแทกร่างของผู้เสียชีวิตติดไปกับรถกระบะลากไปยาวเกือบ 50 เมตรเสียชีวิตคาที่ ก่อนที่จะมีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว ด้าน พ.ต.ท.วินัย โวหาร สารวัตรเวรสอบสวน ส.ทล.9.บก.ทล. กล่าวเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการสอบสวนชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุพอจะทราบว่าช่วงเวลาเกิดเหตุมีหมอกลงหนาทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน แล้วผู้ตายก็จอดรถอยู่บริเวณช่องเลนขวา จนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะได้เรียกคนขับรถตู้ และพนักงานที่โดยสารมากับรถตู้มาสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป ก่อนมอบศพให้ทางมูลนิธิฯ นำส่ง ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
2. ม็อบ อพส.ร้องปชป.โวยโดนตำรวจตี
ม็อบ อพส.ร้องปชป.โวยโดน ตร.ตี เตรียมไปสภาทนายความหาทางเอาผิดผู้สั่งการ ถามรัฐจะใช้มาตรฐานเยียวยาเท่าม็อบแดงหรือไม่ วันนี้(26 พ.ย.) ที่รัฐสภา นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช นายอิสสระ สมชัย และนางรัชฏาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำนายประพัฒน์ บุญโยธิน อายุ 54 ซึ่งได้รับบาดเจ็บระหว่างการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม(อพส.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยภาพถ่ายการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรุมทำร้าย และนำเสื้อที่นายประพัฒน์ใส่ในวันเกิดเหตุที่เต็มไปด้วยคราบเลือด มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยนายวิทยา กล่าวว่า นายประพัฒน์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย ในช่วงที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณแยกมิสกวัน จากนั้นได้ถูกควบคุมตัวไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และได้ส่งไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลคลองหลวง ซึ่งแพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผลที่หางคิ้วซ้าย จำนวน 4 เข็ม และแพทย์ได้ออกใบรับรองแพทย์ระบุว่ามีบาดแผลถลอกที่ศีรษะและหางคิ้วซ้าย แต่หลังจากที่นายประพัฒน์ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งทางโรงพยาบาลดังกล่าวออกใบรับรองแพทย์ระบุว่าเป็นบาดแผลฉีกขาด ทั้งนี้ นายประพัฒน์ ยืนยันว่าไม่มีการพกอาวุธเข้าร่วมการชุมนุม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุ จึงได้มาร้องเรียนคณะทำงานช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม เพื่อขอให้ช่วยจัดหาทนายความในการต่อสู้ดำเนินคดีกับผู้สั่งการ และเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อย่างเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ประสานกับนายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ในการเข้าพบในวันนี้ เวลา 14.30 น. เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองว่า ควรต้องดำเนินการเอาผิดกับระดับผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ในฐานะเป็นผู้สั่งการ ด้านนายประพัฒน์ กล่าวว่า ตนไปร่วมชุมนุมที่แยกสวนมิสกวัน และได้ประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งแกนนำได้มีการสั่งให้มีการดันเพื่อเปิดพื้นที่ไปหากลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ แต่เนื่องจากคนของเราน้อยกว่า และตนเสียหลักลื่นล้ม ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ารุมทำร้าย คว้าคอ ลากเข้าไปยังรถคุมขังผู้ต้องหา เพื่อจับกุมไปดำเนินคดี ทั้งนี้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทำเหมือนผู้ชุมนุมเป็นปรปักษ์ และเกินกว่าเหตุ ขณะที่ปฏิบัติกับคนเสื้อแดงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามจะขอหารือกับสภาทนายความก่อนว่า จะดำเนินการจะฟ้องร้องเอาผิดกับใครบ้าง ขณะที่นางรัชฎาภรณ์ กล่าวว่า ขอถามไปยังนายกฯและรัฐบาลว่า จะใช้มาตรการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมครั้งนี้ด้วยมาตรฐานเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดงในการชุมนุมปี 2553 หรือไม่
1. สมจิตต์ ช่อง 7 โพสต์แจง “รูปนั่งในม็อบเสธ.อ้าย“
เมื่อวานนี้ (25 พ.ย.) นางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ "สมจิตต์ นวเครือสุนทร" ชี้แจงถึงกรณีที่มีผู้นำรูปภาพของตัวเอง ใส่เสื้อยืดสีเทา ใส่แว่นดำ สวมหมวกแก็ป ทับด้วยหมวกกันน็อค นั่งถือขวดน้ำ จับกระเป๋าเป้สีดำ อยู่ในสถานที่ที่คาดว่าน่าจะเป็น ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มีการระบุข้อความว่า "ดูออกกันไหมว่าเธอคือใคร? จะบอกว่ามาทำข่าวก็คงไม่ใช่เพราะไม่ได้ใส่ปลอกแขนนักข่าว" ทั้งนี้ น.ส.สมจิตต์ ได้เขียนข้อความชี้แจง ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ "ไม่คิดว่าจะเป็นที่สนใจขนาดนี้ ดิฉันเดินทางไปที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นจุดที่ตึงเครียดที่สุด และได้ลงทะเบียนสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไม่ติดปลอกแขนสื่อเป็นเพราะเพื่อนสื่อมวลชนคนอื่นเตือนให้ปลดออก เนื่องจากปลอกแขนดังกล่าวคล้ายกับของการ์ดองค์การพิทักษ์สยาม จะทำให้ตำรวจเข้าใจผิดและเกิดอันตรายได้ จึงแนะนำให้แขวนบัตรนักข่าวแทน จะเห็นได้จากสายที่ห้อยคอ แต่บังเอิญว่าป้ายนักข่าวถูกแขนทับอยู่ และถ้าผู้นำภาพนี้มาโพสต์มีจิตใจที่บริสุทธิ์ควรถ่ายภาพมุมกว้าง ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่าเป็นบริเวณที่สื่อมวลชนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ ไม่ใช่บริเวณที่ผู้ชุมนุมรวมตัวกัน ทั้งนี้ ผู้ที่ถ่ายภาพย่อมอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งจะเห็นอิริยาบถของดิฉันได้อย่างละเอียด และแน่นอนว่าย่อมเห็นป้ายนักข่าวที่ห้อยคออยู่ แต่ผู้ถ่ายมีเจตนาที่จะเลือกภาพที่มองไม่เห็นป้ายมาโพสต์เพื่อให้คนเกิดความเข้าใจผิด ความจริงมีหนึ่งเดียวและทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นคือความจริง ทั้งนี้หากดิฉันจะไปชุมนุมจริงก็มีสิทธิตาม รธน. ถ้าคุณห้ามสื่อมวลชนไม่ให้เขาได้แสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพทางความเห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามโดยอ้างคำว่าเป็นกลาง เท่ากับว่า สถานะความเป็นสื่อมวลชนยังมีเสรีภาพน้อยกว่าคนไทยธรรมดาด้วยซ้ำ เพราะเขาจะไม่มีสิทธิแสดงความเห็นอะไรเลย และดิฉันยืนยันมาตลอดว่า ไม่เคยเชื่อความเป็นกลาง แต่ต้องมีความเป็นธรรมและนำเสนอแต่ความจริงเท่านั้น" อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รูปภาพดังกล่าว มีการถูกส่งต่อเผยแพร่ ไปยังเฟซบุ๊กกลุ่มของกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์รูปถ่ายน.ส.สมจิตต์ ที่อยู่ในสถานะสื่อมวลชน จากการส่งต่อโดยที่ไม่มีใครเห็นภาพบรรยากาศโดยรอบอย่างละเอียด ขณะที่เมื่อ น.ส.สมจิตต์ได้เขียนข้อความชี้แจง ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายคน เข้าไปเขียนข้อความให้กำลังใจนักข่าวสาวช่อง 7 ผู้นี้จำนวนมาก

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น