10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2555

update :25/11/2013 17:13
views : 1447
ที่มา : เครดิต : เรียบเรียงโดย ทีมงาน toptenthailand.com, แหล่งที่มา : kapook
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2555"
10. เฉลิม เห็นชอบแก้ รธน. แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจก่อน
เฉลิม ชี้ เห็นด้วยกับการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหา วันนี้ (4 ธันวาคม) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนที่จะเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตนมีความเห็นว่าควรจะเดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ในวาระที่ 3 อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่สำคัญกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจและตกผลึกในความคิดของรัฐบาลเสียก่อน ถึงจะแก้ได้ เพราะถ้าประชาชนยังไม่เข้าใจ ทางรัฐบาลเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะเกิดปัญหาอยู่วันยังค่ำ นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อไปว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่าทางพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยว่าควรแก้แล้ว แต่ทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ ก็ควรนำประเด็นนี้เข้าหารือกับกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และขอยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสวนาปรองดองแน่นอน
9. มท. ยกเลิกคำสั่งงดจุดพลุ ปัดข้อครหาไม่จงรักภักดี
มท. ยกเลิกคำสั่งงดจุดพลุ ให้ผู้ว่าฯพิจารณาตามเหมาะสม โบ้ยเป็นมติ กก. จัดงานสั่งงดจุดพลุวันพ่อ ปัดข้อครหาไม่จงรักภักดี จากกรณีที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือลงวันที่ 30 ตุลาคม 2555 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 โดยในส่วนหนึ่งของหนังสือดังกล่าวระบุว่า "ให้งดการจุดพลุ" ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในสังคมออนไลน์ขณะนี้ โดยล่าสุดวันนี้ (4 ธันวาคม) นายวิบูลย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การไม่จงรักภักดีตามที่สังคมออนไลน์วิจารณ์กัน แต่เป็นเพราะมติของคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สั่งการมายังมหาดไทย ให้แจ้งไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ส่วนสาเหตุ คงต้องไปถามคณะกรรมการฯ ซึ่งในวันงานทุกส่วนในภูมิภาคจะมีพิธีพร้อมกับ กทม. ส่วนทางด้าน นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติในหลาย ๆ วาระที่ผ่านมา มีผู้ใหญ่หลายท่านได้เสนอข้อพิจารณาฝากถึงผู้จัดงานให้ช่วยดูความเหมาะสม ความประหยัด ความพอดีต่าง ๆ เหล่านี้ และเกิดความคิดว่าการจัดลักษณะไฟประทีปต่าง ๆ หรือไฟราวที่เป็นอักษรช่องพระปรมาภิไธยหรือข้อความถวายพระพรชัยมงคล น่าจะเหมาะสมกว่าการจัดพลุ ตามที่เคยปฏิบัติมาเมื่อปีที่แล้ว ทางด้าน นายจักรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในฐานะรองปลัดกระทรวงขอกล่าวชี้แจงว่า การงดจุดพลุนั้น ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นลักษณะการขอความร่วมมือ ถ้ายังมีข้อสงสัยให้ระบุมา เพราะจะเข้าไปทำความเข้าใจ และคิดว่าปัญหานี้น่าจะหมดไป ขณะที่ นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง กล่าวว่า ทางสำนักพระราชวังไม่ได้ห้าม และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับสำนักพระราชวัง ต้องไปถามทางกระทรวงมหาดไทยเอง เพราะเรื่องนี้ตนไม่รู้ ทั้งนี้ ตนเป็นคนจัดงาน "เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ยังไงตนก็ต้องจุดพลุ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่้งของการแสดง และพลุก็เป็นตัวดึงคนดู แต่ทั้งอย่างไรก็ดี ก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย อย่างเช่นพื้นที่สนามหลวงนั้น ตนไม่จุดอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่พื้นที่จุด แต่ต่างจังหวัดนั้น ตนไม่รู้ อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นคนออกหนังสือ นายดิสธร กล่าวสวนทันทีว่า "ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยร่วมประชุมกับคณะกรรมการชุดนี้เลย" อนึ่ง งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพิธีการต่าง ๆ คือ พิธีลงนามถวายพระราชพิธี ถวายราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติ พิธีถวายพระพรชัยมงคลของศาสนาต่าง ๆ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ (พุ่มทอง – พุ่มเงิน) และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล โดยให้งดการจุดพลุ สำหรับจังหวัดอื่น ๆ สามารถรับชมสัญญาณการถ่ายทอดสดจากส่วนกลาง ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยส่วนกลางกำหนดจัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2555 เวลา 19.19 น. ณ. มณฑลท้องสนามหลวง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ล่าสุด วันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 14.00 น. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวออกไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม หลังจากที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือมายัง มท.เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ว่าให้ มท. ทำหนังสือขอความร่วมมือประยังผู้ว่าฯ มท.จึงทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าฯ ตามที่หนังสือของสำนักปลัดสำนักนายกฯ ระบุ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา มท.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าฯอีกครั้ง โดยไม่ได้สั่งให้งดการจุดพลุ แต่ให้ผู้ว่าฯพิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนที่สนามท้องหลวง แต่เมื่อคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ระบุชัดเจนว่าห้ามจุดพลุบริเวณท้องสนามหลวง ดังนั้น ก็จะไม่มีการจุดพลุ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามมติของคณะกรรมการจัดงาน เมื่อถามว่า มีการระบุว่า ปลัด มท. ไม่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม รวมทั้งโจมตีเรื่องการจุดพลุนั้น นายวิบูลย์ ชี้แจงว่า ไม่มีปัญหา ตนอยู่กับความเป็นจริง และขณะนี้ทุกอย่างราบรื่นด้วยดี ขณะที่ทางด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัด มท. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวเช่นกันว่า กรณีที่มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศระบุให้ทุกจังหวัดงดการจุดพลุในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมนั้น เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เพราะโดยข้อเท็จจริงกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการทุกจังหวัดได้เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราชอย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่ ซึ่งการขยายวงข่าวเรื่องไม่ให้จุดพลุนั้น เป็นความสับสน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจและยึดมั่นในประเพณีที่ดีงามในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ โดยสามารถจุดพลุและจัดกิจกรรมได้เต็มที่ แต่ทั้งนี้ขอให้ระมัดระวังอันตราย
8. จีนพบลูกอ๊อดยักษ์ ลักษณะโปร่งใส ชี้เสี่ยงสูญพันธุ์
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม สำนักข่าวจีน รายงานว่า นักท่องเที่ยวพบปลาประหลาดในถ้ำเสินหยาง อำเภออวิ๋นเหลียน มณฑลเสฉวนของจีน ซึ่งมีลักษณะโปร่งใสทั้งตัว โดยภายหลังผู้เชี่ยวชาญชี้แจงว่า สัตว์ประหลาดดังกล่าวเป็นลูกอ๊อด หรือตัวอ่อนของคางคกหายากชนิดหนึ่งที่มักอาศัยอยู่ตามถ้ำหินปูนนั่นเอง รายงานระบุว่า คางคกหายากชนิดนี้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oreolalax rhodostigmatus Hu and Fei มีถิ่นอาศัยอยู่ในถ้ำหินปูนและพื้นที่ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,000-1,790 เมตร โดยมีลักษณะพิเศษนั่นคือ รูปร่างโปร่งใสขณะที่เป็นลูกอ๊อด ซึ่งเกิดจากการที่มันอาศัยอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน ผิวของลูกอ๊อดคางคกจึงปรากฏสีไม่เด่นชัดมากนัก ทำให้ชาวบ้านในบริเวณนั้นเรียกมันว่า โท่วหมิงอวี๋ หรือแปลว่า ปลาโปร่งใส ทั้งนี้ คางคกชนิดนี้ได้รับการบันทึกในหนังสือของจีน ซึ่งถูกใช้เป็นมาตรฐานสากลประเมินความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในจีน โดยจัดอยู่ในหมวดสัตว์หายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก
7. วุ่น! ผลสอบ GAT - PAT เฉลยผิด สั่งชดเชยให้ 6 คะแนน
นักเรียนแย้ง ผลสอบ GAT – PAT เฉลยผิด สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ยอมรับผิดจริง สั่งเพิ่มคะแนนให้ผู้เข้าสอบกว่า 2,000 ราย อีก 6 คะแนน การประกาศผลสอบแบบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และ แบบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) ครั้งที่ 1/2556 เกิดความผิดพลาดขึ้นในการเฉลยข้อสอบของ วิชาความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ (PAT3) ซึ่งเฉลยไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามาจากนักเรียนว่าคำตอบที่เฉลยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะมีคำตอบที่ถูกต้องมากกว่า ซึ่งทำให้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีการทบทวนคำตอบใหม่ และยอมรับว่าเฉลยผิดจริง ทั้งนี้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ จึงสั่งให้มีการปรับเพิ่มคะแนนให้นักเรียนที่เข้าสอบวิชานี้จำนวนกว่า 2,000 คน อีกคนละ 6 คะแนน เพื่อเป็นการชดเชยให้ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการปรับเพิ่มคะแนนดังกล่าว จะมีผู้ที่ได้รับคะแนนเพิ่มจำนวนกว่า 2,000 คน จากผู้เข้าสอบ GAT – PAT กว่า 50,000 คน โดยผู้เข้าสอบสามารถตรวจคะแนนล่าสุดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการรับตรงในคณะที่ต้องใช้คะแนนวิชาดังกล่าว ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ได้แจ้งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อให้ปรับเพิ่มคะแนนให้กับนักเรียนอีก 6 คะแนนแล้ว
6. องค์การนาซา แถลง ยัน 21 ธ.ค. 2012 ไม่มีทางเป็นวันสิ้นโลก
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์เทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า ทางการฝรั่งเศสสั่งปิดเทือกเขาปิเรนีสในวันที่เชื่อว่าเป็นวันสิ้นโลก หวั่นผู้เชื่อเรื่องวันสิ้นโลกและมนุษย์ต่างดาวจะแห่ปีนขึ้นเขา เพราะเชื่อว่ายอดเขาบูกาคาจบนเทือกเขาแห่งนี้ เป็นสถานที่แห่งเดียวที่รอดจากผลกระทบวันสิ้นโลก และเป็นจุดจอดยานของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งอาจจะมารับคนออกไปนอกโลก ขณะที่นาซายืนยันโลกไม่มีทางวิบัติ และไม่มีวันสิ้นโลกในวันที่ 21 ธันวาคมนี้แน่นอน โดยการกำหนดปิดยอดเขาแห่งนี้ในช่วงวันที่ 19-21 ธันวาคมนั้น เป็นผลมาจากความเชื่อผิด ๆ ที่เชื่อมโยงกับปฏิทินชาวมายันว่า วันดังกล่าวจะเป็นวันสิ้นโลก และผู้ที่เชื่อในมนุษย์ต่างดาวต่างเชื่อกันว่า ยอดเขาบูกาคาจในเทือกเขาปิเรนิส เมืองออเดอแห่งนี้ เป็นฐานจอดจานบินของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งพวกเขาจะเดินทางมายังโลกเพื่อเฝ้ามองวันสิ้นโลกอย่างเงียบ ๆ ในถ้ำใต้ยอดเขาบูกาคาจ และผู้คนที่เชื่อในมนุษย์ต่างดาวก็หวังว่า เมื่อมนุษย์ต่างดาวเดินทางกลับ ก็จะพาผู้คนที่โชคดีจำนวนหนึ่งกลับไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทางการฝรั่งเศสจึงต้องปิดยอดเขาบูกาคาจ โดยห้ามไม่ให้ผู้คนขึ้นสู่ยอดเขาทุกทาง รวมทั้งทางเครื่องบินเล็กด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายในวันนั้น เพราะเชื่อว่าคงจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่วางแผนจะเดินทางมายังยอดเขาแห่งนี้ และในขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่า มีเจ้าของที่ดินบริเวณเชิงเขา นำความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกมาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยเปิดให้เช่าบ้านคืนละราว 65,000 บาท และให้เช่าที่สำหรับตั้งแคมป์คืนละ 18,000 บาทด้วย อย่างไรก็ดี หลังจากทางการออกมาประกาศปิดยอดเขาดังกล่าว ก็ยังคงมีผู้คนบางกลุ่มเชื่อว่า เหตุผลจริง ๆ ของทางการ คือทางการปิดพื้นที่เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องจานบินมนุษย์ต่างดาวที่มีการพบเห็นหลายครั้งก่อนหน้านี้ต่างหาก ขณะเดียวกัน ทางด้านองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันที่ 21 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ไม่มีทางที่โลกจะวิบัติ หรือเกิดวันสิ้นโลกอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของพายุสุริยะที่เป็นที่พูดถึงกันบ่อยครั้ง ก็ไม่ได้น่ากลัวและส่งผลกระทบร้ายแรงอย่างที่วิตกกังวลกัน และที่สำคัญ จะไม่มีเหตุการณ์ดาวเคราะห์ใด ๆ พุ่งชนโลก เพราะไม่มีการพบสัญญาณวัตถุอวกาศใด ๆ กำลังพุ่งมาในแนวการโคจรของโลก ดังนั้น ควรเลิกกังวลเรื่องโลกวิบัติเสียที แล้วเอาเวลามาใส่ใจและหาทางแก้ไขปัญหาใหญ่ที่โลกกำลังเผชิญ นั่นคือ ภาวะโลกร้อน จะดีกว่า ทั้งนี้ สำหรับความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลก ซึ่งตีความมาจากการสิ้นสุดปฏิทินมายาของชาวมายันนั้น มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเปิดเผยหลายครั้งแล้วว่า เป็นการตีความที่ผิด เพราะไม่ได้หมายถึงวันสิ้นโลกแต่อย่างใด ขณะที่ทางด้านชาวมายันเอง ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีการออกมาเรียกร้องให้ผู้คนหยุดบิดเบือนเรื่องปฏิทินมายาของบรรพบุรุษพวกเขาเสียที เพราะการสิ้นสุดและเริ่มต้นปฏิทินรอบใหม่นั้น หมายถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับตัวเอง ครอบครัว และสังคม และจะเกิดความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไม่ได้มีความหมายอื่นใดนอกเหนือจากนี้
5. เตือน! ตุ๊กตุ๊กหน้าวัดพระแก้ว ลวงพาทัวร์สุดแพง-โขกสับราคา
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมากราบไหว้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์และชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย แต่ทว่าในปัจจุบันนี้ภาพลักษณ์ดี ๆ ของประเทศ ทั้งชื่อเสียงการเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวและผู้คนที่มีมิตรไมตรีดี กำลังจะถูกทำลายลงไป เมื่อมีแก๊งตุ๊กตุ๊กมิจฉาชีพรวมตัวกันหลอกเอาเงินจากนักท่องเที่ยวทั้งไทย และเทศอย่างมากมายทีเดียว โดยวานนี้ (3 ธันวาคม) คุณ nanajung สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้แชร์ประสบการณ์ถูกตุ๊กตุ๊กซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันหลอกลวงที่หน้าวัดพระแก้ว เพื่อพาไปทัวร์ทริปที่แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้จัดขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับขูดรีดเงินค่าจ้างราคาแพงหูฉี่ โดยมีข้อความระบุดังนี้ "เมื่อวันอาทิตย์ได้พาชาวต่างชาติไปวัดพระแก้ว เจ้าของกระทู้ไปกับเพื่อนคนไทยอีก 2 คน รวมเป็นคนไทย 3 คน ฝรั่งอีก 3 คนค่ะ (ใครไม่อยากอ่านยาว ข้ามไปย่อหน้าสรุปสุดท้ายเลยค่ะ) เรื่องเกิดตอนที่เราเดินไปจากทางศาลหลักเมือง มุ่งหน้าไปเข้าประตูทางเข้าหลักของวัดพระแก้ว เมื่อกลุ่มเราเดินมาถึงหน้าประตูก่อนถึงประตูทางเข้าหลัก ซึ่งจะมีทหารยืนถือปืนอยู่ 1 คน ตอนนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ และติดเข็มกลัดหน้าตาเหมือนเข็มเฉลิมพระเกียรติสีทอง เดินมาจากตรงใกล้ ๆ กับที่ทหารยืนอยู่ (ซึ่งตรงนี้ทำให้เราเข้าใจว่าชายคนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพระแก้วค่ะ) เดินมาบอกเราโดยที่เราไม่ได้เข้าไปถามแต่อย่างใดว่า ตอนนี้วัดพระแก้วปิดไม่ให้เข้าเพราะมีการสวดและทำพิธีเพื่อเตรียมฉลองวันพ่อ สามารถเข้าได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น ต่างชาติเข้าไม่ได้ซึ่งพิธีจะเสร็จในอีก 1 ชั่วโมง จึงจะเปิดให้เข้าได้ ในจังหวะเดียวกันนั้นก็มีตุ๊กตุ๊ก ซึ่งโผล่มาจากไหนไม่ทราบเดินเข้ามาชักชวนให้ไปทริปตลาดน้ำตลิ่งชันใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมงพอดี ตอนนั้นเราเลยตัดสินใจว่าจะพาชาวต่างชาติไปเที่ยววัดโพธิ์ก่อนเพื่่อรอให้ วัดพระแก้วเปิด พอเราพูดจบปุ๊บ ชายคนที่เราคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่คนเดิมก็บอกว่าวัดโพธิ์ก็ปิดเพราะเหตุผล เดียวกัน (ซึ่งตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าเราไม่ฉุกใจคิดเลยว่าเค้าโกหก เพราะยังไงเราก็ไม่คิดจะไปทริปกับตุ๊กตุ๊กอยู่แล้ว) เราเลยยืนปรึกษากับเพื่อนที่ไปด้วยกันว่าจะทำอะไรก่อนดีระหว่างรอ ระหว่างนั้นตุ๊กตุ๊ก ก็เชิญชวนไม่หยุด ส่วนชายคนที่เราคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก็เหมือนจะเดินกลับไปที่เดิม พวกเราตัดสินใจเดินไปดูที่ทางเข้าหลักของวัดพระแก้วก่อนว่าจะเปิดให้เข้ากี่ โมงกันแน่ เราเลยปฏิเสธและขอบคุณตุ๊กตุ๊ก แล้วแยกไป พอเดินไปถึงทางเข้าก็ไปถามเจ้าหน้าที่ว่าตกลงเข้าได้กี่โมง เจ้าหน้าที่ทำหน้างง แล้วตอบว่าเข้าได้ค่ะ คนไทยเข้าฟรี ต่างชาติต้องซื้อบัตรก่อน เราเลยเล่าเรื่องให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเชื่อไม่ได้หรอกค่ะพวกนี้...เท่านั้นแหละ ตาสว่าง โดนหลอกแล้วไง!!! สรุปนะคะ : เราโดน (คนที่ทำให้เราเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปลอม ๆ) หลอกว่า วัดพระแก้วและวัดแถวนั้นปิดไม่ให้ต่างชาติเข้า เพราะมีการสวดและทำพิธีเพื่อฉลองวันพ่อ กว่าพิธีจะเสร็จก็อีกประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากชายคนนี้แจ้งเราเสร็จ ก็จะมีตุ๊กตุ๊กมาชวนไปทริปตลาดน้ำสั้น ๆ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เท่ากันพอดีเป๊ะ ซึ่งพอคิดย้อนไปเราคิดว่า 2 คนนี้เป็นพวกเดียวกันค่ะ จัดฉากซ้อมจังหวะกันมาอย่างดี ถ้าใครไม่เดินไปเช็คที่ทางเข้าหลักก็อาจโดนหลอกให้ไปฆ่าเวลาที่ตลาดน้ำแล้วล่ะค่ะ อยากจะมาเตือนคนที่ไปแถวนั้นว่า แม้จะเป็นคนไทย พูดภาษาไทยเหมือนกันก็อาจโดนหลอกได้นะคะ คิดแล้วรู้สึกเสียใจและอับอายชาวต่างชาติมากค่ะ แม้จะไม่หลงกลไปด้วยก็ตาม คนไทยด้วยกันไม่น่าจะมาหลอกกันเอง แล้วต่างชาติจะเหลือเหรอคะเนี่ย?" เช่นเดียวกับ คุณ aorp สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น และเล่าเรื่องราวที่เจอในลักษณะเดียวกันว่า .... กำลังว่าจะมาเขียนกระทู้เล่าเลยค่ะ. เจอมาเหมือนกันไปมาวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา แถมเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ผิดหวังกับคนไทยมากขึ้นไปอีกต่างหาก จะขอเล่าให้ฟังค่ะ ของเราพาแฟนนั่งตุ๊กตุ๊กไป พอลงปุ๊บ คนมาบอกทางเข้าอยู่นี่ ๆ พอไปทางนั้นปั๊บมีผู้ชายเดินมาบอกว่า คนไทยเข้าได้แต่ต่างชาติต้องรออีก 1.30 ชม. เพราะตอนนี้เค้าปิดรักษา โอบาม่าจะมาเมืองไทย เราเหลือบไปมองที่ป้ายทางเข้า ก็เห็นว่าเฉพาะคนไทยเท่านั้น ผู้ชายคนนั้นบอก นั่งตุ๊กตุ๊ก 40 บาท ไปลงท่าราชินีก่อนก็ได้ครับ เค้ามีพวกเรือนำเที่ยว กลับมาก็เปิดพอดี เราก็ลังเลว่าจะพาแฟนเดินรอแถวท่าช้าง วังหลัง เอาละกัน เค้าบอกโอ๊ยไม่มีไรแถวนี้ ไปนั่งเรือดูวัดอรุณดีกว่า เราก็โง่อะค่ะ โดดขึ้นตุ๊กตุ๊กไป ปรากฏพอไปถึง มันเป็นทัวร์ส่วนตัวพานั่งท่องเที่ยววนรอบ คนละ 700บาท เราสองคนกับแฟนก็ 1400 แต่เราไม่เอา ขอเดินออกมา ฝรั่งคู่ที่ต่อรองราคาอยู่ต้องจ่าย 1900 แหนะ เห็นมีตุ๊กตุ๊ก พานักท่องเที่ยวเข้าไปต่อเนื่องเลย คงโดนแบบเดียวกัน เราเลยตัดสินใจนั่งรถตุ๊กตุ๊กกลับไปท่าช้าง ปรากฏว่าคราวนี้ผ่านประตูทางเข้าหลักของพระราชวัง เห็นฝรั่งคนไทยอะไรเค้าก็เข้ากันได้ตามปกติ รู้เลยทันทีว่าโดนคนไทยด้วยกันหลอกซะแล้ว เสียค่าโง่ไป 80 ค่าตุ๊กตุ๊ก ไป-กลับ หงุดหงิดมากโดนคนไทยด้วยกันหลอกต่อหน้าฝรั่ง แล้วคิดดูว่าฝรั่งที่เค้าโดนหลอกไปจะเสียความรู้สึกขนาดไหน เพราะตอนนั้นบ่าย 2 กว่าแล้ว และที่ขายตั๋ววัดพระแก้วก็ปิดบ่าย 3 ครึ่ง ไม่เพียงเท่านี้ วันเดียวกัน คุณ minkexotic สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม อีกหนึ่งราย ก็ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ถูกตุ๊กตุ๊กเมินไม่ให้บริการ โดยต้องการเลือกรับเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น เพื่อต้องการอัพค่าโดยสารราคาแพง โดยกล่าวว่า "เป็นประสบการณ์ตรงแย่ ๆ ที่ผมกับลูกและภรรยาเจอมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เห็นได้ว่า ส่วนใหญ่ ตุ๊กตุ๊ก พวกนี้จะเน้นรับแต่คนต่างชาติ คนไทยส่ายหัวแอ๊งลูกเดียว!!!!!!!!!!!! อยากจะบอกว่า ถ้าคันไหน ไม่ประสงค์จะรับคนไทย อยากจะรับแต่คนต่างชาติ (เพราะรีดราคาได้แพง ๆ) อยากให้พวกคุณ กรุณาเขียนติดไว้หน้ารถเลยว่า "คันนี้รับเฉพาะบริการ คนต่างชาติเท่านั้น" ในเมื่อคุณทำหน้าที่มาให้บริการแล้ว แล้วมาทำกับคนไทยแบบนี้ด้วยกันผมว่ามันเป็นอะไรที่มันแย่มาก ๆ ครับ ผมสามคนพ่อแม่ลูกยืนรอร้อนก็ร้อน ถามไปไหนบ้างก็อ้างไม่รู้จัก อ้างมารอแขก!!!สารพัด แต่ก็ดีที่ยังมีที่มีแท็กซี่คันนึงมาให้บริการเรา ผมใช้บริการแค่ 60 กว่าบาท แต่ภรรยาผมให้ไป 100 นึง ถือว่าให้ค่าน้ำใจพี่เขาไป ต้องขอบคุณพี่เขามาก ๆ ครับ อยากฝากไว้แค่นี้ครับ " ภายหลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยต่างเข้ามาร่วมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเห็นด้วยที่ว่าปัจจุบันทั้งตุ๊กตุ๊กและแท็กซี่ในประเทศไทย มีมาตรฐานการบริการที่ตกต่ำลง ทั้งเลือกรับผู้โดยสาร และขูดรีดเงินจากนักท่องเที่ยวมากเกินไป พร้อมกันนี้ยังได้วอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและจัดการปัญหา ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลต่อการท่องเที่ยวในอนาคต
4. หนุ่มคลั่ง! ใช้มีดเชือดคอตัวเองกลางหัวลำโพง
หวาดเสียว!! หนุ่มคลั่งใช้มีดแทงตัวเองสาหัส ขณะรอรถไฟที่หัวลำโพง จนท.นำตัวส่ง รพ.กลาง รุดสอบสาเหตุแล้ว ช่วงบ่ายวันนี้ (4 ธันวาคม) พ.ต.ท.สิทธิชัย ไกรแสง สวญ.ส.รฟ.นพวงศ์ เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุมีคนใช้อาวุธมีดทำร้ายตัวเอง บริเวณห้องโถงใหญ่ที่พักผู้โดยสาร สถานีรถไฟหัวลำโพง เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายไทย (ไม่ทราบชื่อ) อายุประมาณ 30 ปีเศษ เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ขณะรอขบวนรถไฟเทียบชานชาลานั้น ได้ใช้มีดปลอกผลไม้ที่พกมาแทงเข้าที่บริเวณพุงและคอของตัวเอง เลือดไหลอย่างมาก โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บริเวณนั้น จึงเข้าระงับเหตุได้ทัน และนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.กลาง เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่าชายคนดังกล่าวเหตุใดจึงมาทำร้ายตัวเองเช่นนี้
3. ประชาชนเริ่มจับจองพื้นที่รอรับเสด็จฯ ในหลวง แล้ว
วันนี้ (4 ธันวาคม) ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 เริ่มมีประชาชนเข้ามาจองพื้นที่ เพื่อรอรอบเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการตั้งซุ้มจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเช่นกัน ส่วนบริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางก่อนเข้าสู่ลานพระบรมรูปทรงม้า เจ้าหน้าที่ก็เร่งติดธงชาติไทย และธงพระปรมาภิไธย ภปร. ไว้ทั้ง 2 ข้างทางตลอดแนว พร้อมกับจอแอลซีดีขนาดใหญ่ ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถึงแยก ปจร. และจุดอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ประชาชนที่มาชมพระบารมี สามารถเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้อย่างชัดเจน รวมถึงการประดับซุ้มต่าง ๆ พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อีกด้วย ทั้งนี้ การจราจรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ยังสัญจรได้ตามปกติ จนกว่าจะถึงเวลา 18.00 น. ถึงจะมีการปิดถนนบริเวณแยกอู่ทองใน ถึงลานพระบรมรูปทรงม้า นอกจากนี้ มีรายงานอีกว่า บริเวณสะพานวันชาติ ถนนประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายธงและตราสัญลักษณ์ ต่างมีประชาชนจำนวนมากมาซื้อพานพุ่ม ธงชาติ และธงพระปรมาภิไธย ภปร. ไปประดับตกแต่งเพื่อเฉลิมพระเกียรติให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้าน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,184 คน ในหัวข้อ "85 พรรษา พ่อหลวงของชาวไทย" พบว่า เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 85 พรรษา โดยสิ่งที่ประชาชนตั้งใจจะทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปีนี้มากที่สุด 3 อันดับ มีดังนี้ ร้อยละ 43.0 จะเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ร้อยละ 23.6 จะจุดเทียนชัยถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวร มีพระวรกายแข็งแรง และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ร้อยละ 12.3 จะทำบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อถามประชาชนถึงพระราชอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำ ที่รู้จักและเข้าใจมากที่สุด ผลสำรวจจากประชาชนส่วนใหญ่ มีดังนี้ ร้อยละ 33.6 รู้จักและเข้าใจโครงการฝนหลวง ร้อยละ 24.7 รู้จักและเข้าใจโครงการแก้มลิง ร้อยละ 14.6 รู้จักและเข้าใจ ทฤษฎีหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ทั้งนี้ คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่อยู่ในจิตใจของประชาชน และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ร้อยละ 51.5 เรื่อง ความพอดี ร้อยละ 15.9 เรื่อง ความซื่อสัตย์ ร้อยละ 13.7 เรื่อง ความเพียร เมื่อสอบถามประชาชนถึงความตั้งใจจะไปเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ผลปรากฏว่า ร้อยละ 11.2 หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 1.1 ล้านคน ระบุว่า จะไปเฝ้ารับเสด็จ ฯ แน่นอน ร้อยละ 82.6 ระบุว่า คงติดตามชมผ่านโทรทัศน์ที่บ้าน ที่ทำงาน ร้อยละ 6.2 คงไม่ได้ไป และไม่ได้ติดตาม เพราะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด สุดท้ายเมื่อถามว่าตลอดชีวิตเคยเห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยตรงบ้างหรือไม่ ผลปรากฏว่า ร้อยละ 65.6 ระบุว่า ยังไม่เคยเห็น โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 34.0 ระบุว่า ตั้งใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตขอเห็นสักครั้ง ร้อยละ 31.6 ระบุว่าถ้ามีโอกาสก็อยากเห็น ร้อยละ 34.4 ระบุว่า เคยเห็นแล้ว
2. สยอง! สาวโดดชั้น 7 ลานจอดรถแพลทินัม ดับคาที่
สยอง! ต่างด้าวกระโดดตึกแพลทินัม ย่านประตูน้ำ ดับคาที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุ วันนี้ (4 ธันวาคม) ร.ต.อ.อำนาจ ศรีคง ร้อยเวร สน.พญาไท เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุคนตกจากที่สูงเสียชีวิต เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นหญิง (ไม่ทราบชื่อ) อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีส้ม กางเกงขาสามส่วน กระโดดจาก ชั้น 7 ของอาคารจอดรถห้างสรรพสินค้าแพลทินัม ย่านประตูน้ำ เสียชีวิตคาที่ โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่นั้นไม่พบหลักฐาน หรือบัตรประจำตัวใด ๆ คาดว่าน่าจะเป็นชาวต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศ ส่วนสาเหตุที่กระโดดนั้นคาดว่าเป็นการกระโดดฆ่าตัวตายด้วยตนเอง แต่ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากความเครียดหรือไม่ อย่างไร
1. สำนักพระราชวัง แถลง พระราชินี งดเสด็จฯ พระราชพิธี 5 ธันวาคม
สำนักพระราชวัง แถลงพระอาการประชวร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฉบับที่ 12 ว่า ทรงมีพระอาการทั่วไปดีขึ้น แต่ไม่สามารถเสด็จพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ วันนี้ (4 ธันวาคม) สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรขณะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 12 ว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังมีพระพลานามัยไม่สมบูรณ์แบบเต็มที่ แต่ทรงมีพระอาการทั่วไปดีขึ้น คือ สามารถพระดำเนินได้ ตลอดจนเคลื่อนไหวพระวรกายได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (5 ธันวาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คณะแพทย์ฯ เห็นว่า พระพลานามัยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ การเสด็จในพระราชพิธีนี้ อาจจะทำให้ทรงอ่อนเพลีย และกลับมาใช้เวลาทรงฟื้นฟูพระวรกายอีกนานก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นพระราชพิธีนี้ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ต้องยืนตั้งแต่ต้นจนเสร็จพิธี เว้นแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์เดียว ที่ประทับพระราชอาสน์ จึงเป็นการฝืนพระวรกายมาก ดังนั้นจึงกราบบังคมทูลฯ ขอให้ทรงงดพระราชกิจครั้งนี้ ทั้งนี้ คณะแพทย์ฯ ได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยแล้ว จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ลงนาม สำนักพระราชวัง วันที่ 4 ธันวาคม 2555

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น