10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2555

update :25/11/2013 16:32
views : 725
ที่มา : kapook.com
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2555"
10. สตช. ห้ามจุดพลุสถานบันเทิง ช่วงปีใหม่ หวั่นซ้ำรอยซานติก้า
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งคุมเข้มห้ามจุดพลุ ดอกไม้ไฟ ในสถานบันเทิงช่วงเทศกาลปีใหม่ ป้องกันเหตุซ้ำรอยซานติก้าผับ ซานติก้า วันนี้ (17 ธันวาคม) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ปฏิบัติตามแผนป้องกัน คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างเต็มที่ ด้วยการเพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด และนำโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจมาใช้ พร้อมสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล คุมเข้มไม่ให้มีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ในสถานบันเทิงต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหตุการณ์ซานติก้าผับ ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เข้มข้น ทั้งสถานที่และบุคคลที่จำหน่าย ขณะที่ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังขอความร่วมมือไม่ให้มีการยิงปืนขึ้นฟ้าช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมถึงเทศกาล หรืองานประเพณีอื่น ๆ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย
9. รับแล้ว! กิ๊กหนุ่มวัย 19 ฆ่าเผา ขรก. หญิงซี 5 ปมหึงหวง
ตำรวจ สน.คันนายาว สอบหนุ่มวัย 19 ปี เพื่อนชายต้องสงสัยคดีฆ่าโหดเผาข้าราชการหญิงซี 5 วัย 40 ปี ล่าสุดเจ้าตัวรับสารภาพแล้ว เผยปมหึงหวง สืบเนื่องจากกรณีที่พบศพ นางภัทรภร พฤกษะศรี อายุ 40 ปี พนักงานที่ดิน ระดับซี 5 สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร ถูกคนร้ายจุดไฟเผาเสียชีวิตคาห้องน้ำ ภายในห้องพักเลขที่ 42/270 ชั้น 8 ตึก 5 อาคารชุดถนอมมิตรพาร์คคอนโดมิเนียม ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. นั้น วันนี้ (17 ธันวาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้เชิญตัว นายวราวุธ เพชรชัย อายุ 19 ปี เพื่อนชายคนสนิท ของนางภัทรภร พฤกษะศรี ที่มักไปมาหาสู่ผู้ตายบ่อยครั้ง และก่อนเกิดเหตุก็มีพยานเห็น นายวราวุธ มาที่ห้องผู้ตาย พร้อมกับมีท่าทีพิรุธด้วย ขณะนี้ยังอยู่ในการตอนของการสอบคำให้การว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ตายหรือไม่ ด้าน พ.ต.ต.เดชาวัสส์ ขันกสิกรรม สว.สส.สน.คันนายาว กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เรียกพยานมาสอบปากคำแล้ว 2 ปาก รายแรกเป็นคนข้างห้อง ให้การว่า ปกติเห็นผู้ตายพักอยู่คนเดียว มีแฟนหนุ่มมาหาที่ห้องบ้างบางครั้ง วันเกิดเหตุคนข้างห้องไม่ได้อยู่ห้องกลับมาก็เห็นควันไฟลอยออกมา ทีแรกนึกว่ามีคนทำกับข้าวก็ไม่เอะใจ แต่ควันได้ลอยออกมาเยอะเกินไป จึงแจ้ง รปภ. เพราะกลัวว่าจะเกิดไฟไหม้ ส่วนอีกรายเป็นเด็กผู้หญิงที่พักอยู่ในอาคารเดียวกับผู้ตาย ให้การว่า ขณะที่รอลิฟต์เพื่อขึ้นห้องพักของตนที่ชั้น 6 แต่เมื่อเข้าไปในลิฟต์กลับกดผิดไปที่ชั้น 8 เมื่อลิฟท์เปิด พบชายวัยรุ่นยืนร้องไห้ที่ด้านหน้าลิฟต์ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตสีเขียวแขนสั้น กางเกงขาสั้น มีท่าทีตื่นตระหนกเมื่อพบเจอคน แต่ไม่ได้เข้ามาในลิฟต์ ด้วยความกลัวจึงรีบปิดประตูลิฟต์ทันที ซึ่งจากการสอบถามก็พบว่าผู้ที่ยืนร้องไห้หน้าลิฟต์มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายนายวราวุธ ผู้ต้องสงสัยที่เป็นชายหนุ่มคนสนิทของผู้ตาย ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการฆาตกรรม มีพยานแวดล้อมให้การยืนยันชัดเจนเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผู้ตายมาได้ระยะหนึ่ง ส่วนปมการฆาตกรรมมุ่งไปที่เรื่องชู้สาว อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พ.ต.ท.ขจร อบทอง รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า นายวราวุธ เพชรชัย ให้การรับสารภาพแล้วว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าจริง โดยก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องหึงหวง โดยนายวราวุธ ให้การว่า รู้จักกับผู้ตายผ่านทางเฟสบุ๊ก และคบหากันประมาณ 2 เดือน จนวันที่เกิดเหตุเกิดปากเสียงกัน ตนจึงพลั้งมือบีบคอจนเสียชีวิต และจากนั้นก็ลากศพพันผ้าปูที่นอนและจุดไฟเผาเพื่ออำพรางศพ จากนั้นพยายามกินยาฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จจึงได้หลบหนีไปจนถูกติดตามจับกุมตัวได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย ตำรวจนครบาลคันนายาว ควบคุมตัว นายวราวุธ เพชรชัย อายุ 19 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว
8. โจรขี้ยาลักตัดดาบรูปปั้นทหารช้างศึก เหลือ 2 เล่มจาก 32
โจรแสบ ตัดดาบรูปปั้นทหารประจำช้างศึก จ.พระนครศรีอยุธยา จาก 32 เล่มเหลือเพียง 2 เล่มเท่านั้น คาด เป็นผลงานของพวกติดยาย่านนั้น วันนี้ (17 ธันวาคม) นายประเทือง เจริญผล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.สวนพริก อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา วัย 52 ปี เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มีคนร้ายมาตัดดาบที่รูปปั้นทหารรอบช้างศึกที่ตั้งอยู่บริเวณตำหนักเพนียด หายไปเกือบหมดแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบว่า มีช้างศึกทั้งหมด 4 เชือก แต่ละเชือกมีทหารประจำช้างหรือจตุรงคบาทประจำ เชือกละ 4 นาย แต่ละนายก็จะมีดาบคนละ 2 เล่ม รวมเป็น 16 คน 32 เล่ม นอกจากนี้ ยังพบว่า ดาบที่ถืออยู่ได้หักไป อาจจะเป็นการตัดด้วยแก๊สหรือความร้อน จนตอนนี้เหลือเพียง 2 เล่มเท่านั้น และคาดว่าน่าจะหายทั้งหมดเร็ว ๆ นี้ นายประเทือง กล่าวต่อไปว่า ช้างศึกดังกล่าว เป็นช้างศึกที่หล่อด้วยโลหะ อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานศิลปากรที่ 3 จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตอนแรกตั้งอยู่ที่พระราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง ก่อนที่จะย้ายมาที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2552 ตั้งแต่บัดนั้น ก็มีมิจฉาชีพมาขโมยดาบอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีเหลืออยู่บ้าง กระทั่ง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็เหลืออยู่เพียง 2 เล่มเท่านั้น คาดว่าน่าจะเป็นผลงานของพวกติดยาเสพติดบริเวณใกล้เคียง
7. สั่งเพิ่มข้อหาจราจรอีก 5 ข้อ ลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่
ตำรวจนครบาล สั่งเพิ่มข้อหาการจราจรอีก 5 ข้อ เป็น 17 ข้อหา เพื่อลดอุบัติเหตุช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ที่จะถึงนี้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) มีคำสั่งถึงตำรวจจราจรในสังกัดนครบาลจำนวน 3,500 นาย เกี่ยวกับเรื่อง การเพิ่มเติมข้อหาการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร จำนวน 5 ข้อหาด้วยกัน ดังนี้ 1. การขับรถฝืนสัญญาณไฟแดง 2. การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 3. การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 4. การมีความผิดเกี่ยวกับอุปกรณ์และส่วนควบของรถ 5. การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ทั้งนี้ การที่เพิมข้อหาขึ้นมา เป็นเพราะต้องการเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุช่วงคริสต์มาสจนถึงปีใหม่ที่จะถึงนี้ สำหรับข้อหาหลักเดิมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน มีอยู่ 12 ข้อหาด้วยกัน ได้แก่ 1. การขับรถในที่สาธารณะ 2. การขับรถเร็ว 3. การขับแซงในที่คับขัน 4. การที่เมาแล้วขับ 5. การขับรถย้อนศร 6. การไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับรถ 7. การจอดรถซ้อนคัน 8. การไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ 9. การปล่อยควันดำออกจากรถ 10. การจอดรถในที่ห้ามจอด 11. การจอดรถบนทางเท้า 12. การขับขี่รถบนทางเท้า
6. ซาบซึ้ง! วิคตอเรีย โซโต ครูฮีโร่สละชีพช่วยเด็กในเหตุกราดยิง
สืบเนื่องจากโศกนาฏกรรมสังหารหมู่จากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนประถมศึกษาแซนดี้ ฮุค รัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ จนเป็นเหตุให้อาจารย์และเด็กนักเรียนต้องสังเวยชีวิตถึง 26 รายด้วยกัน สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับหลายครอบครัว และยังเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในสังคมเป็นอย่างยิ่งทีเดียว ในขณะเดียวกันท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ ก็มีเหตุการณ์สุดประทับใจที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องแซ่ซ้องและสรรเสริญยกย่องใน ความกล้าหาญของ "วิคตอเรีย โซโต" ครูพี่เลี้ยงสาวที่ยอมเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ อีกหลายสิบชีวิตไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโจรใจอำมหิต รายงานข่าวจากเว็บไซต์เดลิเมล ระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีครู 3 ราย ได้แก่ น.ส.วิคตอเรีย โซโต ครูสอนนักเรียนเกรดหนึ่ง วัย 27 ปี, นางแมรี เชอร์ลาช นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน วัย 56 ปี และนางดอว์น ฮอชสปรัง ผู้อำนวยการโรงเรียน วัย 47 ปี ที่ใช้ตัวเองเข้าขวางกระสุนเพื่อปกป้องเด็กนักเรียนโดยไม่ลังเลใจ จนเสียชีวิตจากวีรกรรมนี้ โดยจากคำสัมภาษณ์ของนักเรียนในที่เกิดเหตุ เล่าว่า หลังจากที่โซโตทราบว่าคนร้ายกำลังพยายามเข้ามากราดยิงเด็กนักเรียน เธอตัดสินใจนำเด็ก ๆ ทั้งหมดในชั้นเรียนของเธอไปซ่อนไว้ในตู้และห้องต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ พร้อมกับล็อกกุญแจ หลังจากนั้นเธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนร้าย และบอกกับคนร้ายว่า นักเรียนทุกคนในโรงเรียนอยู่ที่โรงยิม ทันใดนั้นคนร้ายได้หัน ปากกระบอกปืนพร้อมเหนี่ยวไกยิงเธอเสียชีวิตในทันที พร้อมกับมุ่งหน้าไปที่โรงยิมตามที่เธอบอก จากความกล้าหาญนี้เองทำให้สามารถปกป้องนักเรียนในชั้นของเธอทั้งหมดไว้ได้ แม้โซโตจะตายในหน้าที่ แต่ความฝันของเธอคือการเป็นครู ซึ่งเธอก็มีสัญชาตญาณของความเป็นครูอยู่เต็มเปี่ยม เธอจึงไม่ลังเลใจที่จะสละชีวิตเพื่อเด็ก ๆ ที่เธอรัก ทั้งนี้ สำหรับ โซโต เป็นครูสอนระดับเกรด 1 ที่โรงเรียนแซนดี้ ฮุค เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตติคัท จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการศึกษาพิเศษ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น คอนเนตติคัท สเตท และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประถมศึกษาและประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอีสเทร์น คอนเนตติคัท สเตท
5. เสธ.หนั่น อาการทรงตัว แพทย์ชี้ มีโอกาสเป็นเจ้าชายนิทรา
แพทย์ระบุ เสธ.หนั่น อาการยังทรงตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เผยหากทรงตัวลักษณะนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสเป็นเจ้าชายนิทรา วันนี้ (17 ธันวาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการป่วยของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ถูกหามส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 เนื่องจากมีปัญหาด้านทางเดินหายใจ ว่า ล่าสุดในวันนี้ อาการทั่วไปนั้นถือว่ายังคงทรงตัว แต่การตอบสนองต่าง ๆ ยังไม่มาก จึงยังไม่ส่งผลในภาพรวม และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ นพ.อุดม กล่าวต่อว่า สำหรับอาการทรงตัวดังกล่าว เป็นมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว และถ้าหากเป็นในลักษณะนี้เรื่อย ๆ ร่างกายก็ยากที่จะกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าถามว่า ตอนนี้ พล.ต.สนั่น เป็นเจ้าชายนิทราหรือไม่ ตนยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ก็ถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน
4. เนยรักโลก วลีเด็ดสุดฮิต ที่ฮอตที่สุดในขณะนี้
พักนี้ใครที่เล่นทวิตเตอร์ก็คงจะเห็นหน้าค่าตาของ "น้องเนย" (ชื่อทวิตเตอร์ Noey Zupermarket 兰花) สาวน้อยวัยเรียน สวมคอซอง ตัดผมสั้นถูกระเบียบในระนาบติ่งหู ที่มักทวีตข้อความแนวรักธรรมชาติ รักษ์ป่า โดยมีวลีเด็ดทิ้งท้ายว่า "เนยรักโลก" ซึ่งยอดฟอลโลเวอร์ขณะนี้อยู่ที่ 28,000 แล้ว ทั้งที่เธอเพิ่งเปิดใช้ทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมานี้เอง... เรียกได้ว่า น้องเนยรักโลกนั้นฮอตเทียบเท่าดาราเลยล่ะ แถมล่าสุดน้องเนยยังสมัครเฟซบุ๊กสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนวานนี้ (16 ธันวาคม) โดยมีผู้ติดตามเธอกว่า 700 คนแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เธอนั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในโลกไซเบอร์ นั่นก็คือ ข้อความแนวรักโลกที่ดู "สุดโต่ง" เกินไป อาทิ เนยขอโทษนะที่แย่งห่วงโซ่อาหารของพวกเธอ มีใครเป็นแบบเนยบ้าง ตอนอาบน้ำทีไร รู้สึกชื่นใจมีความสุขทุกที ที่รู้ว่าน้ำที่เราอาบจะไหลตามท่อไปแล้วลงสู่ดินบ้าง แม่น้ำบ้าง เพื่อต้นไม้ต่อ ๆไป เนยเห็นเพื่อน ๆ เนยกับแฟนชอบซื้อสัตว์มาแล้วบอกว่าเป็นลูก ทำไมไม่ลองปลูกไม้ยืนต้นแล้วเลี้ยงเป็นลูกบ้างละคะ น่ารักดีออก ตั้งชื่อได้ด้วย เนยชอบ เนยโดนคนอื่นที่ไม่รู้จักกันด่าทอด้วยคำหยาบคายต่าง ๆ นานา เนยโกรธมาก แต่พอมานึกอีกที เนยก็ดีใจที่ไม่มีใครด่าโลกแต่หันมาด่าเนยแทน เนยรักโลกค่ะ เนยเกลียดการเล่นฟุตบอลมากเลยค่ะ ทำไมต้องแย่งกันเตะลูกกลมๆ กันด้วย มันทำอะไรผิด กีฬาก้าวร้าวค่ะ ไม่ควรให้เด็กเล่น เนยมั่นใจ เด็กแอดมิดชั่นถ้าอ่านหนังสือจบแล้ว สอบเข้ามหาลัยได้ตามหวังแล้ว ก็ช่วยหาเวลาว่างไปปลูกป่าทดแทนด้วยนะคะ คุณทำร้ายโลกของเนยมามากเกินไปแล้วค่ะ เสียงแอร์ในห้องดังมาก เนยกลัว เนยเลยยกมือขออนุญาตอาจารย์ไปปิดแอร์ แล้วทำไมเพื่อนในห้องต้องมองเนยแบบนั้นคะ เนยทำอะไรผิด เนยเกลียดอากาศปรุงแต่ง มีเพื่อนถามเนยว่าชอบกินอะไร เนยบอกได้อย่างเดียวเลยค่ะ เนยไม่กินผัก เนยถือว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่า เช้าแล้วคะทุกคน สูดอากาศยามเช้าเข้าไปลึก ๆ แล้วอย่าปล่อยออกมานะคะ มันจะเป็นการทำลายธรรมชาติเพราะถือว่ามันเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางคนก็ชื่นชอบแนวคิดรักโลกของน้องเนย แต่บางคนก็ไม่ปลื้มเท่าไรถึงกับตั้งแฟนเพจ "แอนตี้ เนยรักโลก" เลยทีเดียว
3. ชุมพล ศิลปอาชา พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังอยู่ ไอ.ซี.ยู.
เจ้าหน้าที่นำตัว นายชุมพล ศิลปอาชา ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังหน้ามืด-หมดสติ ล่าสุด อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังอยู่ ไอ.ซี.ยู. ดูอาการใกล้ชิด วันนี้ (17 ธันวาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.45 น. ได้เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคณะทำงานของนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้หามตัวนายชุมพล ซึ่งมีสภาพหมดสติ ไม่รู้สึกตัว หน้าซีด ตัวเหลือง ลงมาจากห้องทำงานชั้น 3 ตึกบัญชาการ ก่อนจะนำขึ้นรถโฟล์คตู้ประจำตำแหน่งสีขาว ทะเบียน ฮธ 7184 กทม. เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลมิชชั่น และขณะนี้นายชุมพลยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน ทั้งนี้ คนใกล้ชิดนายชุมพล เปิดเผยว่า นายชุมพลเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เพื่อรอเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานเวิล์ดเอ็กซ์โปร 2020 ที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน แต่เมื่อนายชุมพลนั่งที่เก้าอี้ทำงาน ก็มีสีหน้าซีดเซียว ซึ่งช่วงเวลานั้นนายชุมพลได้บอกคนใกล้ชิดทันทีว่า หายใจไม่ออก ดังนั้นทีมงานจึงโทรศัพท์เรียกรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธเพื่อมารับตัวไปรักษา แต่อาการของนายชุมพลเริ่มแย่ลง ทีมงานจึงได้ตัดสินใจนำนายชุมพลนั่งที่เก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่มีน้ำหนักเบากว่า เพื่อหามนายชุมพลลงมาทั้งเก้าอี้ทางลิฟต์ จากชั้น 3 โดยได้ประสานกับรถของโรงพยาบาลวิชัยยุทธเป็นระยะ ๆ แต่ปรากฏว่ามีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทำให้รถโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปรับที่อาคารรัฐสภา จึงได้ตัดสินใจนำนายชุมพลขึ้นรถประจำตำแหน่งไปยังโรงพยาบาลมิชชั่นที่อยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาลมากที่สุด นอกจากนี้ คนใกล้ชิดนายชุมพล ยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้นายชุมพลเคยเข้ารับการรักษาด้วยการทำบายพาสหัวใจมาแล้ว ทำให้ไม่มีใครกล้าปฐมพยาบาล เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบ จึงได้ตัดสินใจนำตัวนายชุมพลส่งโรงพยาบาลทันทีอาการของนายชุมพลล่าสุด หลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลมิชชั่นประมาณ 1 ชั่วโมง พบว่า อาการทรงตัวและไม่ดีขึ้น ดังนั้นคณะแพทย์จึงตัดสินใจย้ายนายชุมพลมารักษาตัวที่ ห้องปฏิบัติการหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลรามาธิบดีต่อไป แต่อาการของนายชุมพลก็ยังไม่ดีขึ้นอีกตลอด 1 ชั่วโมงที่อยู่ในห้องปฏิบัติการฯ สุดท้ายคณะแพทย์จึงย้ายนายชุมพลมาที่ห้อง ไอ.ซี.ยู. แล้ว สำหรับ นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โดยนายชุมพลเป็นน้องชายของนายบรรหาร ศิลปอาชา และได้มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคใหม่ หลังจากคดียุบพรรคชาติไทย ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายชุมพล ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาเช่นเดิม ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
2. จบข่าว! ราชบัณฑิต เบรก แก้คำยืมอังกฤษ หลังเสียงส่วนใหญ่ค้าน
ราชบัณฑิตสั่งยุติการแก้คำศัพท์ภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษแล้ว หลังผลสำรวจส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย มอง เขียนแบบเดิมดีอยู่แล้ว ด้าน อาจารย์กาญจนา ยอมรับ แต่ยันจะเขียนแบบนี้ในงานส่วนตัวต่อไป จากกรณีที่ นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เคยเสนอแนวคิดให้เปลี่ยนแปลงการเขียนคำยืมที่มาจากภาษาอังกฤษ จำนวน 176 คำ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 เพื่อให้ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นตามการอ่านออกเสียง เช่น คอมพิวเตอร์ เป็น ค็อมพิ้วเต้อร์ หรือ คลินิก เป็น คลิหนิก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา เนื่องจากเกรงจะทำให้เกิดความสับสนนั้น ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายอุดม วโรตม์สิกขดิตถ์ ราชบัณฑิต ประธานสำนักศิลปกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการเขียนคำที่ยืมมาจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และภาคีสมาชิก รวม 283 คน พบว่า มีผู้เห็นด้วยกับข้อเสนอให้เปลี่ยนแปลงการเขียนคำ จำนวน 17 คน เห็นด้วยบางคำ จำนวน 81 คน ไม่เห็นด้วย จำนวน 178 คน และไม่ลงความเห็นอีก 7 คน โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า การเขียนแบบเดิมดีอยู่แล้ว ไม่ควรเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรอีก ดังนั้น เมื่อผลการสำรวจออกมาเป็นเช่นนี้ ทางที่ประชุมสภาราชบัณฑิตยสถานก็ได้มีมติเสียงส่วนใหญ่ให้ยุติการพิจารณาเรื่องนี้ไว้ก่อน ด้าน นายปัญญา บริสุทธิ์ นายกราชบัณฑิตยสถาน กล่าวยืนยันว่า ทางราชบัณฑิตยสถานจะไม่แก้คำยืมจากภาษาอังกฤษในตอนนี้ หลังจากผลสำรวจส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีเหตุผล หรือเสียงส่วนใหญ่สนับสนุน ตนก็จะไม่คัดค้าน เช่นเดียวกับ นางกาญจนา นาคสกุล ที่ระบุว่าพร้อมยอมรับผลสำรวจความเห็นดังกล่าว แต่ชี้แจงว่าที่อยากให้แก้ไขคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ตรงกับการเขียนตามอักขรวิธีไทยนั้น เพราะเห็นว่ามีหลายคำได้แก้และเปลี่ยนวิธีการเขียนให้ตรงตามเสียงอ่านแล้ว จึงอยากให้ทุกคนเปิดใจยอมรับ ซึ่งตนก็จะใช้วิธีการเขียนเช่นนี้ในงานเขียนส่วนตัวต่อไป เพราะเป็นวิธีการเขียนที่ถูกต้อง แม้ราชบัณฑิตจะไม่เห็นด้วย
1. ศาลออสซี่สั่งปรับการบินไทย 230 ล้าน ฮั้วราคาสายการบินต่างชาติ
ศาลออสเตรเลีย สั่งปรับการบินไทย 230 ล้านบาท หลังฮั้วราคาค่าธรรมเนียม-ภาษี กับสายการบินต่างชาติ ช่วงปี 2544-2548 ยอมให้จ่ายเป็นงวด ๆ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 สำนักข่าวเอเอพี ของออสเตรเลีย รายงานว่า สายการบินไทย หรือ Thai Airways ของประเทศไทย ถูกศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย สั่งปรับเงิน 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 230 ล้านบาท หลังจากสายการบินไทยยอมรับว่า ได้ทำความตกลงกับสายการบินระดับโลกหลายแห่ง ประกอบด้วยสายการบินแควนตัส, มาเลเซีย แอร์ไลน์, เอมิเรสต์, คาเธ่ย์ แปซิฟิค, สิงคโปร์ แอร์ คาร์โก และโคเรียน แอร์ไลน์ เพื่อกำหนดราคาร่วมกัน ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ค่าธรรมเนียมความปลอดภัยในช่วงปี พ.ศ. 2544-2548 และค่าภาษีเที่ยวบินจากอินโดนีเซียไปหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย ในระหว่างปี 2547-2548 ด้วย ทั้งนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า การกระทำนี้เป็นการฝ่าฝืนระเบียบอย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำโดยเจตนา ซึ่งสายการบินไทยจะต้องจ่ายเงินค่าปรับจำนวน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 215 ล้านบาท) ส่วนอีก 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 15 ล้านบาท) จะเป็นค่าดำเนินการของคณะกรรมาธิการคุ้มครองการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย (เอซีซีซี) โดยการบินไทยอ้างว่ามีปัญหาทางการเงินจึงจะต้องผ่อนจ่ายเป็นงวด ๆ ไป พร้อมกับรับปากว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีกเป็นเวลา 5 ปี สำหรับสายการบินอื่น ๆ ที่ได้ทำความตกลงดังกล่าวร่วมกับการบินไทยนั้น ศาลออสเตรเลียได้สั่งปรับเงินไปก่อนหน้านั้นแล้ว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น