10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555

update :25/11/2013 15:28
views : 1124
ที่มา : เครดิต : เรียบเรียงโดย ทีมงาน toptenthailand.com , แหล่งที่มา : kapook
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555"
10. ครม. ยืดอายุ พ.ร.บ.มั่นคง พื้นที่ภาคใต้ ไปอีก 1 ปี
ครม. สั่งต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคง พื้นที่ภาคใต้ออกไปอีก 1 ปี ยัน ไม่ใช้แนวทางตั้งรัฐมนตรีคุมสถานการณ์โดยเฉพาะ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ วันนี้ (30 พฤศจิกายน) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีย่อย มีมติให้ขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกไป 1 ปี ในพื้นที่ 4 อำเภอ จ.สงขลา ได้แก่ อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย, อ.จะนะ และ อ.นาทวี รวมถึง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ด้วย เพื่อดูแลความสงบในพื้นที่ต่อไป อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด ขณะที่สถานการณ์การปิดโรงเรียนในภาคใต้ เนื่องจากความไม่สงบ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะเปิดโรงเรียนตามปกติในสัปดาห์หน้า ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านเสนอมาว่า ควรมีการแต่งตั้งรัฐมนตรี เพื่อดูแลสถานการณ์ภาคใต้โดยเฉพาะ ตนมองว่า ไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาที่แท้จริง แม้ว่าจะมีรัฐมนตรี แต่งานแบบนี้ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ด้วยคน ๆ เดียว จึงต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 17 กระทรวงด้วย ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ส่วนเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนไปทบทวนในแต่ละพื้นที่ว่ามีพื้นที่ใด สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง เพื่อจะได้พิจารณายกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในพื้นที่ที่สถานการณ์ผ่อนคลายแล้ว
9. ดำรงค์ พิเดช ประกาศตั้ง พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย
ดำรงค์ พิเดช ประกาศตั้ง พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย มุ่งสู้เพื่อป่าไม้อย่างเดียว พร้อมแฉ ประเด็นการทำงานในกรมอุทยานฯ ทำได้อย่างยากลำบาก เผยกรณีทะเลหมอกรีสอร์ท โดนฮัลโหลเบื้องบนสั่งหยุดรื้อถอน แต่ไม่สนใจ ในวันนี้ (30 พฤศจิกายน 2555) ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มีการประชุมใหญ่สามัญสมาคมอุทยานแห่งชาติ ประจำปี 2555 และการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "ประสบการณ์การเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของ ดำรงค์ พิเดช" โดยมีคณาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน คณะวนศาสตร์ กว่า 100 คน เข้าร่วมในงาน ทั้งนี้ ภายในงาน นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้เล่าให้ผู้ร่วมงานฟังถึงประสบการณ์การเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และยังบอกเล่าทรรศนะของเขาในยามนี้ว่า หลังจากที่เกษียณอายุราชการแล้ว เขาได้มองย้อนกลับไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นในกรมอุทยานฯ ซึ่งการทำงานในกรมอุทยานฯ นั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ว่าจะมีผู้ที่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง แต่ก็ยากที่จะทำงานได้ ตอนนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ 2 เดือน ก็เริ่มมีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งกันในกรมป่าไม้แล้ว หรือแม้แต่ในกรมอุทยานฯ เอง ก็ยังมีการดูท่าทีกันอยู่ ส่วนด้านปัญหาเรื่องการทุจริตและการซื้อขายพื้นที่ป่านั้น นายดำรงค์ บอกว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ลุกลามออกไปในวงกว้างจนยากจะแก้ ครั้นจะสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่ทำงานก็ทำได้ยาก เพราะสุดท้ายแล้วก็มีการซื้อขายป่ากันในทุก ๆ ที่ อีกทั้งในทุกวันนี้ระบบบ้านเมืองเราก็ไม่เคารพกฎหมาย มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ สร้างรีสอร์ทขึ้นหลายร้อยแห่ง ซึ่งแม้จะมีการขอหมายศาลให้ออกคำสั่งรื้อถอนกว่า 400 แห่ง แต่กลับดำเนินการรื้อถอนได้จริงไม่ถึง 100 แห่ง ส่วนที่เหลือก็ยังคงเปิดให้บริการแก่ประชาชนต่อไป ส่วนกรณีการทำเรื่องทวงคืนผืนป่า นายดำรงค์ เล่าว่า ที่ผ่านมาเขาก็ได้เคยของบเพื่อมาดำเนินการในเรื่องการปราบปรามการบุกรุกและการลักลอบตัดไม้พะยูงถึง 7 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้งบประมาณแม้แต่บาทเดียว ทำให้ต้องเจียดเงินรายได้ของอุทยานฯ และงบในส่วนสัตว์ป่ามาใช้ จนทำให้เขาถูกตั้งกรรมการสอบวุ่นวายมาจนถึงเวลานี้ อีกทั้งในกรณี ทะเลหมอกรีสอร์ท เขาก็ยังถูกผู้ที่มีอำนาจเบื้องบนโทรศัพท์มาสั่งขณะทำการรื้อถอนว่าให้หยุดรื้อ แต่เขาก็ไม่สนใจ และให้ลูกน้องทุกคนปิดเครื่องมือสื่อสารและทำงานกันต่อ ทั้งนี้เพราะเขาเหลืออายุราชการอีกเพียงแค่ 2 เดือน จึงไม่ใส่ใจว่าตนจะถูกสั่งย้ายหรือไม่ นอกจากนี้ นายดำรง ยังได้พูดถึงปัญหาที่ อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังไม่ถูกแต่งตั้ง เพราะบุคคลที่ถูกคัดเลือกมานั้น ไม่ถูกใจคนที่จะแต่งตั้ง ซึ่งเมื่อยังไม่มีอธิบดีก็ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าทำงาน นายดำรงค์ ได้บอกว่าจะให้เวลากับเรื่องนี้อีกสักระยะ แต่หากยังไม่ตั้งอธิบดีกรมอุทยานฯ เขาก็จะดำเนินการล่ารายชื่อถวายฎีกา โดยทูลเกล้าฯ ถวายรายงานบอกเล่าข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าการทำงานไม่สามารถทำได้ ทั้งยังไม่สามารถตั้งอธิบดีได้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และในช่วงท้ายของงาน นายดำรงค์ ได้เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางต่อจากนี้เขาคิดจะไปตั้งพรรคเล็ก ๆ ชื่อพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย โดยจะไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะมุ่งทำงานในเรื่องป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียว โดยหาคนร่วมอุดมการณ์เดียวกันมาทำ และหวังว่าจะได้ ส.ส. ระบบสัดส่วน 1 - 2 เสียง หรือแม้ไม่ได้สักเสียงก็ไม่เป็นไร เหมือนอย่างพรรครักประเทศไทยของนายชูวิทย์ โกมลวิศิษฎ์ ที่หากใครจะลงเขตก็หาเงินมาลงเอง
8. หนุ่มออสซี่ โจมตีตำรวจไทย รับสินบน-ไม่เป็นธรรม ผ่านรายการดัง
รายการโทรทัศน์ช่อง 9 ของออสเตรเลีย นำเสนอเรื่องราวโศกนาฏกรรมในไทย โจมตีการทำงานของตำรวจไทย รับสินบน ไม่เป็นธรรม วันนี้ (30 พฤศจิกายน) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้นำเสนอข่าวการจากรายงานของแฟนข่าวที่ประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่า ทางช่อง 9 ช่องโทรทัศน์ของประเทศออสเตรเลีย ได้นำเสนอข่าวโจมตีการทำงานของตำรวจไทย และได้ใช้ชื่อตอนว่า "TRAGEDY IN THAILAND" หรือโศกนาฏกรรมในไทย โดยเนื้อหาในรายการดังกล่าว เล่าเหตุการณ์การมาเยือนเกาะสมุยของคู่รักชาวออสเตรเลีย โดยผู้ชายชื่อ เจมมี่ คีท และแฟนสาวชื่อ นิโคล ฟิกซิมอนส์ นักข่าวสายกีฬาของช่อง 9 ซึ่งเจมมี่ได้เปิดเผยว่า เกาะสมุยเป็นเกาะในฝันของเขาทั้งสองคน และพอมีเวลาว่างในช่วงกลางเดือนตุลาคม พวกเขาก็ได้จูงมือกันมาเที่ยวเกาะในฝันตามที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่า เกาะสมุยจะกลายเป็นที่สุดท้ายที่เขาได้อยู่กับแฟนสาว ในรายการดังกล่าว ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ โดยเจมมี่ และนิโคล ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ใส่หมวกกันน็อค ซึ่งเขาอ้างว่าไปทานอาหารเย็นมื้อสุดท้ายก่อนจะเตรียมตัวกลับออสเตรเลีย และร้านอาหารเย็นนั้นก็ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก... พอเขาขับมาถึงทางเข้าของโรงแรม และกำลังชะลอรถเพื่อจะเลี้ยวขวา จู่ ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่มาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนท้ายรถพวกเขาเข้าอย่างจัง จนรถและร่างของทั้งคู่กระเด็นไปไกล และเป็นเหตุให้นิโคลบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตอีก 3 ชั่วโมงต่อมา... แต่ทั้งนี้ ในรายการเจมมี่ กล่าวว่า เขาขี่รถด้วยความระมัดระวังและชะลอรถจนเกือบหยุด เพื่อเลี้ยวเข้าโรงแรม เจมมี่ กล่าวในรายการอีกว่า นอกจากจะเสียใจกับการจากไปของแฟนสาวแล้ว เขายังเสียใจกับการกระทำของตำรวจไทย หลังจากที่แฟนสาวเสียชีวิต เขาต้องไปยังโรงพัก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยกลับโยนเอกสารที่เป็นภาษาไทยให้ โดยให้เขาเซ็นยอมรับผิด ในข้อหาขับรถประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และเซ็นเพื่อแลกกับพาสปอร์ตของเขาที่โดนยึดไว้ แต่เขาไม่ยอม จนกระทั่ง 6 วันต่อมา เขาจำใจที่จะต้องเซ็นชื่อกำกับว่า เหตุการณ์นี้ เป็นอุบัติเหตุและไม่มีใครกระทำผิด "ตำรวจชั่ว ๆ พยายามจะเปลี่ยนวันโศกเศร้าของผม ให้เป็นวันรับเงินรางวัลของตัวเอง" เจมมี่ กล่าว โดยระบุอีกว่า ตำรวจไทยไร้ความยุติธรรม บิดเบือนทุกอย่างได้เพื่อความต้องการ และค่าสินบนของไทยอยู่ที่ 15,000-30,000 เหรียญออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม แฟนข่าวช่อง 3 ที่อยู่ในออสเตรเลีย เผยให้ฟังอีกว่า รายการนี้เป็นรายการดัง ที่ออกอากาศหลังข่าวภาคค่ำ และเมื่อเนื้อหาในตอนนี้ออกอากาศไปในวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ประชาชนออสเตรเลียก็ได้เรียกร้องให้ทางการของเขา ตอบโต้ทางการไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้ติดต่อไปยัง ผู้กำกับที่ดูแลเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ทางตำรวจไทยได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นนั้น ยังไม่สามารถกล่าวได้ชัดเจนว่าใครผิดใครถูก เพราะจากภาพจะเห็นได้ว่า รถของนักท่องเที่ยวอยู่ในเลนกึ่งซ้าย และหันออกมาทางเลนขวาเกือบทันที จนรถจักรยานยนต์คันอื่นวิ่งพุ่งชนอย่างแรง แต่เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับเจมมี่ ส่วนในเรื่องเชิงลึก ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี อย่างไรก็ดี เรื่องโศกนาฏกรรมดังกล่าว ก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์แก่ชาวออสเตรเลียอย่างกว้างขวาง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ไทยด้วย ล่าสุดวันนี้ (30 พฤศจิกายน) พันตำรวจเอกสำราญ มาเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ได้เดินทางไปชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว กับ พลตำรวจโทยงยุทธ เจริญวานิช เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ ผกก. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการชี้แจงกับผู้บังคับบัญชา และหากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยต่อไป
7. ระทึก! คานปูนถล่มทับคนปากคลองตลาด ดับ 1
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (30 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคานปูนที่ทำเป็นหลังคาทางเดินของตลาดยอดพิมาน ความยาวประมาณ 30 เมตร กว้างประมาณ 5 เมตร ตั้งอยู่ในปากคลองตลาด ใกล้กับ สน.พระราชวัง ถล่มลงมาทับคนงานก่อสร้าง และประชาชนที่กำลังเดินเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ทั้งนี้ ร.ต.อ.สุวรรณ วิริยะจิตประเสริฐ ร้อยเวรสายตรวจ สน.พระราชวัง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คานปูนดังกล่าวเป็นของอาคาร 3 ชั้นที่กำลังก่อสร้าง ได้พังถล่มลงมาทับประชาชนได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดย 1 ในนั้นคือ นายสมนึก เทียนชัย อายุ 59 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถูกคานหล่นมาทับกลางลำตัว แพทย์ต้องปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาลกลางอย่างเร่งด่วน แต่ล่าสุดมีรายงานว่า นายสมนึกได้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ นางสาวมาลี แก้วมนตรี อายุ 51 ปี แม่ค้าในตลาด ได้รับบาดเจ็บศีรษะบวมอย่างรุนแรง ด้าน นายสุวพร เจิมรังษี ผู้อำนวยการเขตพระนคร กล่าวว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครได้ทำการรื้อซากตัวอาคารที่ถล่มแล้ว โดยยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ทั้งนี้ เหตุถล่มที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในส่วนของนั่งร้านเหล็กที่ช่างก่อขึ้นเพื่อไปทำการทำนุบำรุงซุ้มประตูให้สวยงาม และมีส่วนของหลังคาที่ก่อสร้างบางส่วนเท่านั้นที่ถล่มลงมา
6. มติยูเอ็น ยกฐานะ ปาเลสไตน์ เป็นรัฐแล้ว
ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ยกระดับ ปาเลสไตน์ เป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิกแล้ว ด้วยมติ 138 ต่อ 9 เสียง สำนักข่าวบีบีซี ของอังกฤษ รายงานว่า ที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นการหารือเกี่ยวกับอนาคตของปาเลสไตน์ ที่มีการร้องขอยกระดับตัวเอง จากผู้สังเกตการณ์ถาวรเป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิก หรือเทียบเท่า นครรัฐวาติกันที่มีอิสระในการปกครองตนเอง และการเป็นที่ยอมรับของชาติอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งปรากฏว่า ที่ประชุม มีมติ 138 ต่อ 9 เสียง และมี 41 ประเทศ งดออกเสียง ทำให้ ปาเลสไตน์ ได้รับการเลื่อนระดับจากผู้สังเกตการณ์ เป็น รัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในการโหวต สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ เยอรมัน เป็นแกนนำในการคัดค้าน ในขณะที่ ฝรั่งเศส, รัสเซีย, จีน เป็นแกนนำในการสนับสนุน ส่วน อังกฤษ เป็นชาติยักษ์ใหญ่ ที่อยู่ในกลุ่มงดออกเสียง หลังการได้รับการเลื่อนฐานะของ ปาเลสไตน์ ประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาด กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดี และเป็นการตัดสินใจที่จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาของทั้ง 2 ชาติ ในขณะที่ นักการทูตอิสราเอลกลับมองว่า การรับรองฐานะใหม่ของปาเลสไตน์ เป็นการผลักให้กระบวนการสันติภาพที่ดำเนินการไปแล้วถอยหลัง ส่วนสหรัฐฯ มองว่า เป็นความโชคร้ายที่ยูเอ็นมีมติดังกล่าว สำหรับชาวปาเลสไตน์ ที่รู้ข่าวว่า ได้รับการรับรองฐานะใหม่จากยูเอ็น ก็ได้ออกมาฉลองกันตามท้องถนน ในเมืองรามัลเลาะห์ (Ramallah) ในเขตเวสต์แบงก์ กันอย่างเต็มที่
5. จับแล้ว! เขยโหดฆ่ายกครัว 4 ศพ สั่งสอบเชิงลึก หวั่นเชื่อมโยงธุรกิจมืด
รวบแล้ว! ลูกเขยโหด ฆ่ายกครัวภรรยา รวม 4 ศพ ขณะหอบลูก 2 ขวบหนีไปหาเพื่อนที่ร้อยเอ็ด ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะเชื่ออาจมีประเด็นธุรกิจผิดกฎหมายนอกเหนือจากเรื่องหึงหวง จากกรณีเกิดเหตุ นายศรายุทธ สาที หรือ แจ็ค อายุ 26 ปี ลูกเขยโหดฆ่ายกครอบครัวภรรยา รวม 4 ศพ ที่บริเวณปั๊มน้ำมันฟรุ๊คโฟร์ท เลขที่ 9/2 ม.2 บ้านแก้ง ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่ผู้ก่อเหตุสามารถหลบหนีไปได้ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (30 พฤศจิกายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดนครพนม เข้าตรวจสอบหลักฐาน และหาเบาะแสเพิ่มเติม ภายในปั๊มน้ำมันฟรุ๊คโฟร์ทที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นของนายศรายุทธ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมหลักฐาน และทำการสอบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิตของครอบครัวดังกล่าวโดยละเอียด เนื่องจากเบื้องต้นพบพิรุธเกี่ยวกับฐานะความเป็นอยู่ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งถือว่ามีการทำกิจการใหญ่โตแบบน่าสงสัย ซึ่งอาจจะเป็นการเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจผิดกฎหมาย อาจเป็นชนวนเหตุของการก่อเหตุฆาตกรรมยกครัว นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความหึงหวง อย่างไรก็ตาม เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว นายศรายุทธ ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ได้ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมลูกสาววัย 2 ขวบ ขณะหลบหนีไปหาเพื่อน ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุโดยละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
4. คลัง เล็งปรับลดภาษีบุคคลฯ ปี 56 รองรับประชาคมอาเซียน
กระทรวงการคลัง เตรีมปรับลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ในปี 2556 พร้อมระบุ ภาษีของไทย ต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ วันนี้ (30 พฤศจิกายน) มีรายงานว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมปรับลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาในปี 2556 เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างภาษีต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม และต้องมีการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้รอผลการประเมินเรื่องการจัดเก็บรายได้อยู่ ทว่า ในเบื้องต้นยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง เนื่องจากรัฐบาลมีรายจ่ายจากนโยบายต่าง ๆ เช่น รถยนต์คันแรก และการปรับลดภาษีนิติบุคคลจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20 ในปี 2555 ทำให้อาจต้องชะลอการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไป อย่างไรก็ตาม การปรับลดภาษีนิติบุคคลของไทยนี้ น่าจะเป็นแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งภาษีนิติบุคคลของไทยถือเป็นภาษีที่ต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน และถึงแม้ว่าจะมีส่วนทำให้รายได้ของภาครัฐลดลง แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ เพื่อเป็นการสร้างฐานการผลิตในระยะยาว
3. ผ่าตัดพิสดาร! เปลี่ยนหัวใจมนุษย์ให้สุนัข ชาวเน็ตแห่บริจาค
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานว่า แพทย์โรงพยาบาลมอนต์ซูรี ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เตรียมผ่าตัดช่วยชีวิต เจ้าลิคก้า สุนัขพันธุ์ลาบาดอร์ วัย 9 เดือน ซึ่งมีอาการป่วยเนื่องจากอาการเส้นเลือดในหัวใจแตก ด้วยวิธีสุดพิสดารนั่นคือ การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมนุษย์ให้กับมันนั่นเอง รายงานระบุว่า ทีมแพทย์ได้ตกลงยอมผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมนุษย์ให้แก่สุนัขตัวนี้ตามความต้องการของ นางคริสเตียน คอลลิน เจ้าของ ๆ มัน เนื่องจากทีมแพทย์เชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยชีวิตมันได้ด้วยการผ่าตัดดังกล่าวได้ และจะไม่คิดค่าบริการในการผ่าตัดครั้งนี้ แม้ว่าทีมแพทย์จะไม่รับค่ารักษา แต่เธอก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งก็มีราคาแพงมากถึง 3,000 ยูโร (ราว 1.2 แสนบาท) นางคริสเตียน คอลลิน จึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังองค์การคุ้มครองสัตว์ของฝรั่งเศส (SPA) ซึ่งก็ตกลงที่จะช่วยเหลือค่าใช้จ่าย 70% จากทั้งหมด และส่วนที่เหลือนั้น นางคอลลินได้ระดมเงินทุนจากการเรี่ยไรขอบริจาคจากคนในเฟซบุ๊กซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจนเธอสามารถหาเงินได้ครบสำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ขอเงินช่วยเหลือยังถูกคนบางกลุ่มโจมตีว่า เหตุการณ์นี้เป็นการก้าวถอยหลังเข้าคลอง เพราะเราควรจะช่วยสังคมมนุษย์เสียก่อน มากกว่าทำให้สังคมเราเป็นสิ่งแปลกประหลาด
2. คาเธ่ย์ฯ ตั้งกรรมการสอบแอร์โฮสเตส คิดสาดกาแฟใส่อุ๊งอิ๊ง
คาเธ่ย์ แปซิฟิก สั่งสอบแอร์ฯ โพสต์เฟซบุ๊กอยากเอากาแฟสาดอุ๊งอิ๊ง เตรียมเปิดเผยผลสรุปภายใน 1-2 วันนี้ หากพบทำผิดจริงจะสั่งลงโทษ ทำเอาโลกไซเบอร์ร้อนอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าตัวเองเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินหนึ่งได้เขียนข้อความระบายอารมณ์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองว่า ได้พบกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนเครื่องที่กำลังจะมุ่งหน้าไปฮ่องกง และทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากที่จะต้องบริการคนตระกูล "ชินวัตร" จนไม่อยากจะทำงานในไฟลท์นี้ และยังคิดที่จะหาอะไรไปสาดนางสาวแพทองธารด้วย แต่แอร์โฮสเตสด้วยกันก็ห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่อง ทั้งนี้ แอร์โฮสเตสคนดังกล่าว ระบายความอัดอั้นตันใจในเฟซบุ๊กว่า การได้พบหน้าคนตระกูลชินวัตรโดยบังเอิญในเที่ยวบินนี้ทำให้เธอต้องนั่งสงบสติอารมณ์อยู่นาน เพราะเธอไม่พอใจที่คนตระกูลนี้มาทำลายความสุขของคนไทยมานานแล้ว ขนาดม็อบของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ก็ยังพ่ายแพ้ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่การที่เธอตัดสินใจไม่ทำอะไรลงไปในวันนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า ตัวเองสามารถเอาชนะความโกรธความเกลียดอย่างรุนแรงของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับประกาศด้วยว่า แม้วันนี้ นางสาวแพทองธาร จะไม่ถูกเธอเอากาแฟสาดหน้า แต่เธอก็จะต่อสู้เพื่อไม่ให้พวกเขาอยู่บนแผ่นดินไทยอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากแอร์โฮสเตสคนดังกล่าวโพสต์ข้อความไปไม่นานก็มีคนนำเรื่องราวนี้ไปแชร์กันว่อนโลกไซเบอร์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย โดยส่วนหนึ่งก็กดไลค์ให้เธอ แต่อีกส่วนหนึ่งก็แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะมองว่า ผู้ที่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไม่ควรคิดต่อผู้โดยสารเช่นนี้ และเกรงว่าสิ่งที่เธอเกือบจะทำนั้นน่าจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเธอแน่นอน
1. ค่าแรง 300 บาท ทั่วประเทศ ประกาศแล้วในราชกิจจานุเบกษา
ในวันนี้ (30 พฤศจิกายน 2555) ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ "ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ" (ฉบับที่ 7) ที่นาย สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2555 แล้ว ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว ระบุว่า ด้วยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน โดยให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 300 บาท ในท้องที่จังหวัดดังต่อไปนี้ คือ กระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พังงา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ พะเยา มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยะลา ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สงขลา สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ โดยประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับนี้ จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น