10 อันดับ ข่าวบันเทิงประจำวันที่ 15 มกราคม 2556

update :22/11/2013 17:35
views : 1575
ที่มา : kapook , siamdara
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวบันเทิงประจำวันที่ 15 มกราคม 2556"
10. พลิกโผ!''อัฟเฟล็ค''ซิวผกก.หนังยอดเยี่ยมลูกโลกทองคำ
''อาร์โก'' (Argo) หนังประวัติศาสตร์ย้อนยุคของ เบน อัฟเฟล็ค ผู้กำกับฯ ดาวรุ่งพุ่งแรง ผงาดคว้า 2 รางวัลใหญ่บนเวทีประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 70 ทั้งในสาขาภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม และผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม ส่วนรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่านั้น แดเนี่ยล เดย์-ลูอิส จากบทบาทประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น จากเรื่อง ''ลินคอล์น'' (Lincoln) คว้ารางวัลไปครอง ด้านฝั่งหญิงตกเป็นของ เจสสิก้า แชสเทน จากหนังเรื่อง ''Zero Dark Thirty'' งานประกาศผลรางวัลที่โรงแรมเบเวอร์ลี่ ฮิลตัน ในวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา (ตรงกับเช้าวันจันทร์ที่ 14 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย) มีขึ้นท่ามกลางดาราผู้เกี่ยวข้องที่ขนขบวนเข้ามาร่วมงานพรมแดงกันอย่างคับคั่ง โดยรางวัลใหญ่สุดในปีนี้ ตกเป็นของ ''อาร์โก'' หนังอิงประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปในช่วงยุค 70 คาบเกี่ยวกับ 80 โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงสมัยของประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ โดยได้หยิบยกเอาสถานการณ์ลุกฮือขึ้นก่อการปฏิวัติของประชาชนชาวอิหร่าน ซึ่งบุกโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเตหะราน ก่อนจับตัวประกันเอาไว้ถึง 52 คน ก่อนที่รัฐบาลแดนมะกันจะต้องปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือตัวประกันไว้ให้ได้ จากผลงานชิ้นนี้เองทำให้อัฟเฟล็คปาดหน้าบรรดาผู้กำกับฯ ชื่อดังทั้งหลายอย่าง อัง ลี่, สตีเว่น สปีลเบิร์ก, ควอนติน ทารานติโน่ คว้ารางวัลสำคัญมาประดับเกียรติยศในฐานะผู้กำกับฯ ครั้งแรก ขณะที่รางวัลใหญ่อีก 2 รางวัลคือนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่านั้น ตกเป็นของ เดย์-ลูอิส กับบทบาทอันทรงพลังของผู้นำที่ปลดปล่อยทาสในแดนเสรีภาพ ส่วนนักแสดงนำหญิงในสาขานี้นั้นตกเป็นของ เจสสิก้า เชสเทน จากหนัง ''Zero Dark Thirty'' ที่สร้างจากเหตุการณ์จริงของหน่วยซีล ซึ่งเข้าลอบสังหาร โอซามา บิล ลาดิน หัวหน้าโจรก่อการร้ายให้สิ้นชื่อ ด้านรางวัลอื่นๆ ที่สำคัญนั้น ดารานำชายประเภทตลกหรือเพลงตกเป็นของ ฮิวจ์ แจ็กแมน จากเรื่อง ''Les Miserables'' ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลงนี้ด้วย ส่วนดารานำหญิงนั้น เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นักแสดงสาวแก้มป่อง คว้าไปครองจากบทบาทในเรื่อง ''Silver Linings Playbook'' ขณะที่นักแสดงสมทบชาย-หญิงนั้นเป็นของ คริสตอฟ วอลต์ซ จาก ''Django Unchained'' และ แอนน์ แฮทธาเวย์ จาก ''Les Miserables'' ตามลำดับ ขณะเดียวกัน อเดลนักร้องสาวเสียงทรงพลังชาวอังกฤษ พาเพลง ''Skyfall'' จากหนังดัง เจมส์ บอนด์ ''Skyfall'' ผงาดคว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ไปครอง ด้านหนังภาษาต่างประเทศแห่งปีนั้น ตกเป็นของ ''Amour'' หนังรักจากแดนน้ำหอมที่พิชิตยอดภาพยนตร์เมืองคานส์มาครองเมื่อปลายปีก่อน สรุปผลภาพยนตร์และนักแสดงที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 70 - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ ''Argo'' - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง ได้แก่ ''Les Miserables'' - ผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม ได้แก่ เบน อัฟเฟล็ค จาก ''Argo'' - นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ แดเนียล เดย์-ลูอิส จาก ''Lincoln'' - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ เจสสิก้า แชสเทน จาก ''Zero Dark Thirty'' - นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง ได้แก่ ฮิวจ์ แจ็กแมน จาก ''Les Miserables'' - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง ได้แก่ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ จาก ''Silver Linings Playbook'' - นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ คริสตอฟ วอลต์ซ จาก ''Django Unchained'' - นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ แอนน์ แฮทธาเวย์ จาก ''Les Miserables'' - บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Django Unchained'' - ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Life of Pi'' - เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Skyfall'' โดย อเดล จาก ''Skyfall'' - ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Brave'' - ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Amour'' (ฝรั่งเศส) สรุปผลซีรีส์และนักแสดงที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 70 - ซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ ''Homeland'' - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทดราม่า ได้แก่ แคลร์ เดนส์ จาก ''Homeland'' - นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทดราม่า ได้แก่ เดเมี่ยน ลูอิส จาก ''Homeland'' - ซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยมประเภทเพลงหรือตลก ได้แก่ ''Girls'' - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทเพลงหรือตลก ได้แก่ เลน่า ดันแฮม จาก ''Girls'' - นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทเพลงหรือตลก ได้แก่ ดอน เชเดิ้ล จาก ''House of Lies'' - มินิซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ''Game Change'' - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทมินิซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ได้แก่ จูเลียน มัวร์ จาก ''Game Change'' - นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทมินิซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ได้แก่ เควิน คอสท์เนอร์ จาก ''Hatfields & McCoys'' - นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากซีรีส์, มินิซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ได้แก่ แม็กกี้ สมิธ จาก ''Downton Abbey'' - นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากซีรีส์, มินิซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่ทำเพื่อฉายทางโทรทัศน์ ได้แก่ เอ็ด แฮร์ริส จาก ''Game Change''
9. เม้าท์นักแสดงแม่ม่ายจดทะเบียนใหม่นายทหารรุ่นน้อง คนใกล้ชิดลั่นมิใช่''แก้ว-เสธ.ต๊อด''
เม้าท์นักแสดงสาวแม่ม่ายรุ่นใหญ่กับหนุ่มในเครื่องแบบรุ่นน้องแอบไปจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว วันที่ 20 ธ.ค.55 ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ผจก.ส่วนตัว ''แก้ว- อภิรดี'' ยืนยันดารารุ่นใหญ่ในสังกัดยังไม่ตีทะเบียนใหม่กับ ''เสธ.ต๊อด'' แน่นอน สืบเนื่องจากกรณีที่รายการ เช้าดูวู้ดดี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ม.ค. 56 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี มีการพูดในรายการว่า นักแสดงสาวแม่ม่ายรุ่นใหญ่กับหนุ่มในเครื่องแบบรุ่นน้องแอบไปจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วแน่นอนคอนเฟิร์ม โดยซ้อหมีซี้ดาราแอบไปสืบข่าวจากวงในสุดๆ ว่ามีนักแสดงสาวแม่ม่ายรุ่นใหญ่กับหนุ่มในเครื่องแบบรุ่นน้องแอบไปจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อปลายปีที่แล้ว คือวันที่ 20 ธ.ค.55 ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้นักแสดงสาวแม่ม่ายรุ่นใหญ่ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกันในรายการปรากฏว่ามีผู้ชมส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาแสดงทัศนะต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยว่า นักแสดงสาวม่ายรุ่นใหญ่ใช่ ''แก้ว'' อภิรดี ทศพร ที่ตกเป็นข่าวคบหาดูใจกับ ''เสธ.ต๊อด'' พ.อ. วินธัย สุวารี หรือไม่ เมื่อกลางปี พ.ศ. 2555 เคยมีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกมาครั้งหนึ่งแล้วว่า ทั้งคู่ย่องไปจดทะเบียนกัน แต่ดาราสาวรุ่นใหญ่ออกมาปฏิเสธเสียงหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง และยังใช้นามสกุล ''ทศพร'' ของ ''อ๊อด'' โอภาส ทศพร อดีตสามีอยู่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อ ''แก้ว-อภิรดี'' และ ''เสธ.ต๊อด'' เพื่อสอบถามว่า ได้ไปจดทะเบียนใหม่แล้วหรือไม่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่ผู้จัดการส่วนตัวดาราสาวรุ่นใหญ่ โดยผจก.ส่วนตัวกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าทางรายการกล่าวนั้นหมายถึงใคร แต่ถ้าเป็น ''แก้ว-อภิรดี'' กับ ''เสธ.ต๊อด'' เรื่องนี้ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะถ้าหากเป็นความจริงทางดาราสาวรุ่นใหญ่ต้องบอกตนให้รับรู้บ้างแล้ว ''ยังไม่ทราบเรื่องนี้เลยค่ะทางพี่แก้วไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้นะคะ คิดว่าน่าจะยังไม่จดนะ ถ้ามีก็คงต้องบอกมาบ้างแล้ว ส่วนตอนนี้พี่แก้วเพิ่งถ่ายละครเรื่องมารกามเทพ ของช่อง 5 เสร็จไป ก็ยังไม่เคยได้ยินเขาบอกถึงเรื่องนี้เลย'' ผจก.ส่วนตัว''แก้ว -อภิรดี'' กล่าว
8. ''แพนเค้ก''ยิ้มรักฉลุย โต้แม่ยก''สารวัตรหมี''บอดี้การ์ด
นางเอกสาว ''แพนเค้ก'' ยิ้มรับฉายาคนบันเทิง ''หมีทำมึน''บอกไม่ซีเรียส แถมชมว่าน่ารัก ฟุ้งให้รัก ''สารวัตรหมี'' ราบรื่นค่อยเป็นค่อยไปหลังเคยออกงานให้สัมภาษณ์คู่ ปัดแม่ปลื้มฝ่ายชายจนยกให้เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวลูกสาว แจงแค่ดูแลกันและกันให้ดีที่สุด รับคนแซวเป็นเรื่องราวดีๆ กันถ้วนหน้า เป็นางเอกสาวแก้มป่องแห่งวิกหมอชิต ที่ไม่ว่าจะกระดิกตัวไปทางไหนก็มีข่าวคราวให้ติดตามอยู่เสมอเลยทีเดียว กับสาว ''แพนเค้ก'' เขมนิจ จามิกรณ์ ที่เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา สาวเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเปิดโครงการทำดีให้พ่อดู ตอนรวมพลังความดีเพื่อพ่อ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ซึ่งถือเป็นงานแรกของปีที่สาวแก้มป่องได้ออกมาให้ได้เจอะเจอหลังจากที่หยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นการเริ่มทำสิ่งดีๆ กันตั้งแต่ต้นปี โดยนางเอกสาวได้กล่าวถึงความรู้สึกในการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ก่อนว่า ''สำหรับวันนี้ เป็นโครงการทำดีให้พ่อดู ที่จัดเป็นปีที่ 7 แล้ว ก็มีทั้งหมด 9 กิจกรรม กับตอนรวมพลังความดีเพื่อพ่อ กิจกรรมที่แพนทำวันนี้คือ เพิ่มศีล บำรุงใจ บำเพ็ญประโยชน์ที่โรงพยาบาลเด็ก จะมีกิจกรรมทำเวิร์กช็อปกับเด็กพิเศษจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มีการร้องเพลงชาติ นั่งสมาธิกับเหล่าดารานักแสดง วันนี้เป็นน้องๆ กลุ่มหนึ่งที่อาสาสมัคร ใครก็สามารถมาสมัครเป็นอาสาสมัครได้ ก็เข้ามาร่วมกิจกรรมได้ ซึ่งเด็กๆ ที่มาในวันนี้ก็เป็นเด็กกลุ่มนึงที่เรายังไม่เจอ ก็เดี๋ยวต้องเรียนรู้จากคุณหมอว่าจะให้เราต้องทำอะไรยังไงบ้าง สำหรับโครงการดีๆ แบบนี้ก็ตั้งใจไว้ 9 ตอน ก็มีการทำมาเรื่อยๆ ก็ฝากติดตามกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และที่โรงพยาบาลเด็กในฐานะที่เป็นทูตใจดี ก็ขอเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านร่วมกันระดมทุนในการสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี ก็เชิญชวนทุกคนมาร่วมกัน ก็อยากให้น้องๆ มีสุขภาพที่ดีที่แข็งแรงกันทุกคน'' จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเริ่มสอบถามถึงเรื่องราวของฉายาคนวงการบันเทิงที่มีการตั้งฉายาส่งท้ายปีมังกรทองไปด้วย สาวแพนเค้กนั้นได้ฉายาที่ว่า ''หมีทำมึน'' นั้นเจ้าตัวรู้สึกอย่างไรบ้างกับฉายาที่รับนางเอกสาวยิ้มอย่างเขินๆ ก่อนจะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ''ก็ขอบคุณมากค่ะ ก็คำว่าขอบคุณน่าจะโอเคดีกว่า (ฝ่ายชายพูดถึงไหม) ก็พูดแทนเลยดีกว่า ว่าขอบคุณมาก ก็น่ารักดีนะคะ มันน่ารัก ต้องขอบคุณมากเลย แพนดูอยู่ในโลกตุ๊กตาหมี ดีค่ะ'' ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงที่เรื่องที่ว่า เมื่อไม่นานมานั้นทั้งคู่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์คู่กันผ่านสื่อไปแล้ว กระแสตอบรับและความรู้สึกกับการให้สัมภาษณ์ร่วมกันครั้งนั้นเป็นอย่างไรบ้าง สาวแก้มป่องก็ได้เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ''สัมภาษณ์คู่ก็ไม่ได้เปิดเป็นทางการก็ปกติ พี่ๆ ก็ขอมา ก็เป็นที่คุ้นเคยกัน ก็คิดว่าน่าจะโอเคไม่มีอะไร ถ้าถามว่าตัดสินใจที่จะสัมภาษณ์คู่กันนานไหม ก็ไม่นะคะ คือแพนอาจจะเป็นอะไรที่ทำกันอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ต้องคิดพิจารณานิดนึง เพราะอีกคนก็ไม่ได้ทำอาชีพแบบเราก็ต้องรอบคอบ ก็ให้ประมาณนึง ทางทีมข่าวสดก็น่ารักให้เกียรติกันเสมอ ก็ดูก่อนว่าอะไรยังไงบ้าง'' ต่อด้วยคำถามที่ว่า สารวัตรหมีนั้นให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยรู้จักแพนเค้กมาก่อน เจ้าตัวรู้สึกเช่นไรบ้าง นางเอกสาวให้ความเห็นต่อทันทีว่า ''ไม่รู้จัก เพราะคนที่ทำงานต่างสาขาอาชีพก็คงมีบ้างอยู่แล้ว เราเองก็คงจะถามๆ อยู่บ้างในรายละเอียด ก็ถามพี่เขาประมาณหนึ่งค่ะ'' ฝ่ายชายออกปากว่าชอบสาวแพนเค้ก เพราะประทับใจที่นางเอกสาวเป็นคนเรียบง่าย สาวแพนก็ได้กล่าวต่อถึงเรื่องนี้ว่า ''ก็มันก็ต้องเป็นไลฟ์สไตล์ เป็นการดำเนินชีวิตมากกว่า ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้กัน ตอนนี้ก็โดนแซวว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ก็พี่ๆ ชงให้ เพื่อนๆ ก็เรียกอย่างนั้นไปเลย (รู้สึกยังไง) ก็ดีค่ะ คือแพนก็ให้ความหมายคำที่แพนพูดมากกว่านั้น แพนไม่รู้ใครตีความหมายว่าแบบไหน แพนก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดีจริงๆ ค่ะ'' ผู้สื่อข่าวซักต่อถึงเรื่องของคุณแม่ที่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า ไว้ใจสารวัตรหมีจนยกให้เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวนั้น นางเอกสาวอมยิ้มก่อนจะให้สัมภาษณ์ต่อว่า ''อย่าเรียกอย่างนั้นเลยค่ะ มีโอกาสได้ดูแลกันดีกว่า'' เดี๋ยวรอถามคุณแม่ดีกว่า คุณแม่คงตอบเหมือนเดิมกับทุกครั้ง เราอยู่ข้างๆ กันอยู่แล้ว อะไรที่เราตัดสินใจเดินหน้ากันก็ให้เราได้ดูแลกันไปแบบนี้ ก็ทำทุกอย่างปกตินะคะ ก็เราทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ให้เรามีความสุขปกติ ทุกอย่างยังเป็นการเดินทาง ให้ดูแลช่วงเวลาของเราให้ได้ดีที่สุด'' นางเอกสาว กล่าว
7. เครื่องสำอางทำพิษ! แจส มิสทิฟฟานี่ 2009 หน้าพัง จนคิดฆ่าตัวตาย
หายหน้าหายตาไปนาน สำหรับสาว แจส สรวีย์ นัดที หรือ แจส มิสทิฟฟานี่ ปี 2009 ที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวฉาว ทั้งเกาเหลากับรุ่นพี่ร่วมเวทีอย่าง ปอย ตรีชฎา ถูกกองประกวดมิสทิฟฟานี่ฯ บอยคอตไม่เชิญร่วมงาน เรื่องเป็นข่าวฉาวกับพระเอกช่อง 7 อ๊อฟ ชนะพล แถมมีรูปถ่ายนู้ดบนเตียงกับเกย์เจ้าของผับชื่อดัง และถูกปลดออกจากรายการเคเบิลทีวี จนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เจ้าตัวเผยว่า ตัดสินใจจะบวชไม่สึกตลอดชีวิต โดยจะผ่าเอาซิลิโคนที่หน้าอกออกก่อน สร้างความงุนงงให้กับหลายคนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน แจส สรวีย์ ก็ได้นั่งแท่นเป็นพิธีกรรายการ ครบเครื่อง เรื่องสวย By แพรว ไอดิน สปา พร้อมทั้งชี้แจงถึงสาเหตุที่เจ้าตัวหายหน้าหายตาไปพักหนึ่งว่า เป็นเพราะตนเองแพ้เครื่องสำอางจนหน้าพัง จนทำงานไม่ได้ ทั้งที่ยังมีงานในวงการบันเทิงติดต่อมาอยู่เรื่อย ๆ แต่เพราะสภาพผิวหน้าซึ่งมีสิวขึ้นทั้งหน้า มีแต่หนอง ก็ทำให้เธอเลือกที่จะหายไปรักษาตัว เป็นเวลา 4-5 เดือนจนต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก และรู้สึกท้อแท้ ไม่กล้าออกไปไหน จนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ทั้งนี้ แจส มิสทิฟฟานี่ ปี 2009 เผยว่า ก่อนหน้าที่จะเป็นแบบนั้น ตนเองก็ใช้เครื่องสำอางตามปกติ แต่พอวันหนึ่งตื่นขึ้นมา สิวก็เริ่มขึ้นทีละนิด จากนั้นก็ลามไปทั้งหน้า จนไม่สามารถทำงานได้ จึงหลบไปรักษาตัวและจิตใจ ที่บ้านใน จ.นครราชสีมา และเก็บตัวอยู่ที่นั่น แต่ก็ได้ไปเข้าวัด ฟังธรรมะ จนจิตใจดีขึ้นมาอีกครั้ง และเริ่มหาวิธีรักษาผิวหน้าตัวเอง นอกจากนี้ แจส ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้เรื่องของตนเองเป็นอุทาหรณ์เตือนใจในการเลือกใช้เครื่องสำอาง ว่า การใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับตัวเรา อาจทำให้แพ้ จนถึงขั้นชีวิตเปลี่ยนไปเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม จากการที่ แจส สรวีย์ ได้กล่าวถึงการแพ้เครื่องสำอางนั้น ในช่วงต้นปี 2555 ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งถูกพาดพิง ก็ได้เปิดใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ผ่านทางรายการ ไฮโซเพอร์เฟคท์ ซึ่งสาวแจส เคยทำหน้าที่พิธีกรมาก่อนหน้านี้ ว่า หากสาวแจส หน้าเน่าตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาจริง ทำไมก่อนหน้านี้ถึงยังมาจัดรายการได้ตามปกติ และไม่เห็นมีอาการใด ๆ เลย พร้อมทั้งท้าพิสูจน์ให้สาวแจส ออกมาพิสูจน์ความจริงต่อสังคม แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ
6. หมู พิมพ์ผกา เผยชีวิตวัยเด็กสุดรันทด ก่อนโตเป็นนางงาม
ช่วงวันเด็กที่ผ่านมา เหล่าดาราและคนบันเทิง ต่างก็พร้อมใจกันโพสต์ภาพถ่ายในวัยเด็กลงในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม อวดความน่ารักในวัยเด็กกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ก็ยังมีบางคนที่บอกว่า ภาพในตอนเด็กของตัวเอง ไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดู หรือมีวัยเด็กที่สวยงามอย่างที่ใคร ๆ คิดกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือดาราสาวรุ่นใหญ่ หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่โพสต์ภาพตนเองในวัยเด็ก ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมคำบรรยายว่า "วันเด็กคิดถึงวัยเด็ก เป็นเด็กขี้เหร่ ใคร ๆ ก็ไม่รัก ไปไหนก็โดนแกล้ง เอามด เอาแมลงโยนใส่ผม ให้มันหาทางออกไม่เจอ โดนล้อทุกวันว่า ไอ้หัวหยอย ไอ้เด็กขี้เหร่ อัปลักษณ์... ในวัยนั้นหมู ตื่นแต่เช้า ตักบาตรทุกวัน เฝ้าแต่อธิษฐาน... ว่า โตขึ้นขอให้หนูสวย โตขึ้นขอให้หนูสวย แล้วโตขึ้นมา หมูก็ได้เป็นนางงาม ได้เป็นดารา ด้วยฉายา ลูกเป็ดขี้เหร่... ด้วยแรงอธิษฐาน" ซึ่งภาพดังกล่าว มีแฟน ๆ มากดไลค์กว่า 35,000 คนเลยทีเดียว
5. หวาย ปัดเฮิร์ทจนน้ำหนักลด แจงออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ
ช่วงนี้แอบเห็นสาว หวาย ปัญญาริสา เธียรประสิทธิ์ หรือ หวาย กามิกาเซ่ นักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่น ดูจะผอมเพรียวแบบผิดหูผิดตา จนหลายคนสงสัยว่า สาวหวาย กำลังมีปัญหาความรักจนผอมลง หรือมีแพลนถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ จึงต้องลดหุ่นหรือเปล่า งานนี้เจ้าตัว หวาย ปัญญาริสา ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ช่วงนี้มีหลายคนทักเหมือนกันว่ารูปร่างผอมลง มีคนชมว่าดูดีขึ้น ก็รู้สึกขอบคุณมาก ยอมรับว่าน้ำหนักลดลงจริง ๆ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความรัก หรือมีแพลนจะถ่ายแฟชั่นอะไร แต่เป็นด้วยเรื่องสุขภาพ ที่ตนเองอยากหาวิธีดูแลสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพราะเป็นคนที่ป่วยบ่อยมาก ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย จึงทำให้ช่วงก่อนหน้านี้เธอหมั่นออกกำลังกายบ่อย ๆ จนอาจจะทำให้น้ำหนักลด และดูผอมลงอย่างที่หลาย ๆ คนเห็นกัน แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะลดน้ำหนักอะไรเลย
4. นก ฉัตรชัย ด่าสั้นสั้น อ้ายเฮีย ไม่รู้กระทบใคร
ไม่รู้เพราะกระแสละครเหนือเมฆ 2 ที่โดนแบนหรือเปล่า ถึงทำให้ นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช เกิดอาการเดือดจัด โพสต์ข้อความสั้น ๆ ลงในอินสตาแกรมว่า "โถ...อ้ายเฮีย" จนถึงกับมีคอมเม้นท์ถล่มทลาย เข้าไปให้กำลังใจนกกันเป็นแถว พร้อมถามหาสาเหตุว่า เกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้นกชายเดือดจัดขนาดนี้ ทั้งนี้ หลังจาก นก ฉัตรชัย ได้โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจออกไป เหล่าแฟนคลับก็พากันให้กำลังใจผู้กำกับคนเก่งให้เดินหน้าทำละครต่อไป และยังมีพลอย เฌอมาลย์ นักแสดงสาวที่สนิทกับนก ให้กำลังใจนก ฉัตรชัย อีกเช่นกัน
3. สุดแฮปปี้! บี มาติกา รับปริญญา คว้า ป.โท ABAC
เป็นอีกหนึ่งสาวที่ตอนนี้ชีวิตแฮปปี้สุด ๆ สำหรับสาว บี มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ ที่ชีวิตรักกับแฟนหนุ่ม กร กรกฤช จุฬางกูร ก็กำลังหวาน และงานธุรกิจส่วนตัวก็ไปได้สวย แถมล่าสุด บี มาติกา ยังได้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค (ABAC) เรียบร้อยแล้วอีกด้วย เรียกว่าประสบความสำเร็จครบทุกด้านจริง ๆ เลยล่ะ ล่าสุด ในวันซ้อมรับปริญญา ของมหาลัยอัสสัมชัญ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา สาวบี มาติกา ก็สวมชุดครุยแถบแดงมาเข้าพิธีซ้อมรับปริญญา ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา พร้อมถ่ายรูปร่วมกับบรรดาเพื่อนพ้องที่มาร่วมแสดงความยินดี โดยงานนี้หวานใจหนุ่มกร กรกฤช ได้ลงทุนทำซุ้มถ่ายภาพรับปริญญาของสาว บี มาติกา ขึ้นมาโดยเฉพาะ เรียกได้ว่า หวานกันจนน่าอิจฉาจริง ๆ สำหรับงานวันพิธีประสาทปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จะจัดขึ้นในวันที่ 19 มกราคมนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางกระปุกดอทคอม ก็ขอแสดงความยินดีกับ บี มาติกา และว่าที่บัณฑิตทุกท่านล่วงหน้าด้วยจ้า
2. เอิร์น อดีตนักร้อง RS เตรียมวิวาห์ ดราฟ ดวงฤทธิ์ ลูกชายอดีต รมต.
หลังจากที่ห่างหายไปหลายปี อดีตนักร้องสาวจากค่ายอาร์เอส เอิร์น - จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร หรือ เอิร์น ณัชชา ก็ผันตัวเองไปทำธุรกิจโรงแรมเอเชีย ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว และมีข่าวคราวออกมาให้เห็นบ้าง ล่าสุด เอิร์น ก็ประกาศข่าวดี เตรียมสละโสด แต่งงานกับ ดราฟ ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทายาทของนักการเมืองชื่อดัง ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ซึ่งทั้งสองคนจะจัดพิธีหมั้นและรดน้ำสังข์ ในวันที่ 23 มกราคมนี้ ที่โรงแรมเอเชีย สำหรับ เอิร์น ณัชชา เตชะหรูวิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2525 อายุ 30 ปี เคยออกอัลบั้มกับทางอาร์เอส ชื่ออัลบั้ม เอิร์น และมีเพลงฮิตอย่าง อ๊ะ...อ๊ะอาย, เคยไหม รวมทั้งผลงานละคร รักฉันนั้นเพื่อเธอ ส่วนด้านการศึกษา เอิร์น เรียนชั้นประถมศึกษาที่ เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติ ISB จากนั้นจึงเรียนต่อ BBA ที่มหาวิทยาลัยมหิดล นานาชาติ และเรียนปริญญาโท โครงการ MIM ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภาคอินเตอร์ ปัจจุบัน เอิร์น ทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของโรงแรมเอเชีย และเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติ อายุไม่เกิน 19 ปี ด้าน ดราฟ ดวงฤทธิ์ เป็นบุตรชายของ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กับ ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตอนนี้ ดราฟ เป็นข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และยังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่่น่าจับตามองอีกด้วย
1. เต๋า สมชาย ประกาศลั่น จ้าง 10 ล้าน ให้ฉีดโบท็อกซ์ ก็ไม่เอา
แม้จะอายุขึ้นเลข 4 แต่คุณพ่อลูกสอง เต๋า สมชาย เข็มกลัด ก็ยังเป็นหนุ่มสุดหล่อ และยังมีงานเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ ที่มีคนบอกว่าเต๋าฟิตขึ้นเฟิร์มขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า มีพระเอกรุ่นน้องอย่าง เวียร์-ศุกลวัฒน์ และ ซี-ศิวัฒน์ มาร่วมก๊วนเข้าฟิตเนส และแม้จะอายุ 40 ตนเองก็ขอสุขภาพดีสักหน่อย ทั้งนี้ เต๋า กล่าวว่า ตอนนี้เวลาว่างก็จะไปออกกำลังกาย แต่อาจจะพักเรื่องเตะฟุตบอลเพราะมีถ่ายทำทั้งหนังทั้งละคร ที่ถ่ายจบไปแล้วคือภาพยนตร์เรื่อง ตำรวจปืนโหด และละครหลานสาวนายพล ส่วนหนังเรื่อง ยังบาว และชาติเจ้าพระยา ยังถ่ายไม่เสร็จ ซึ่งตนเองรับงาน 7 วัน หากเกิดเจ็บขึ้นมามันจะเป็นปัญหาใหญ่เหมือนเราไม่รับผิดชอบต่องาน ช่วงนี้เลยเข้าฟิตเนสแทน มีตนเอง เวียร์ ซี ตนอายุ 40 ก็อยากสุขภาพดี ไม่ใช่แก่แล้วแก่เลย อยากออกกำลังกายให้ร่างกายเฟิร์ม และตนเองไม่กินอาหารเสริมเลย นอกจากโปรตีนที่ใช้ซ่อมแซมร่างกายเวลาเจ็บเท่านั้น เมื่อถามว่า ที่ฟิตร่างกายแบบนี้ เพราะต้องการถ่ายหวิวหรือเปล่า เต๋าก็ตอบว่า เรื่องนี้ไม่มี ส่วนตัวก็ไม่เคยถ่ายอยู่แล้ว หากใส่กางเกงถอดเสื้อก็ปกติ แต่คงไม่กล้าถ่ายเซ็กซี่ชุดว่ายน้ำ ไม่มีใครติดต่อมาด้วย แต่ครั้งหนึ่งเคยมีหนังสือหัวนอกติดต่อมา แล้วที่ติดต่อมาก็อยากให้ถ่ายบอดี้ แต่มันก็ไม่นู้ดอะไร แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งตนเองก็ปฏิเสธไปว่า ให้สิบล้านก็ไม่ฉีด ตนเองกว่าจะผ่านมา 40 ปี ร่องรอยบนใบหน้ามีความสำคัญ อยากเก็บมันเอาไว้ ไปหาหมอฉีดทีเดียวก็ดูเด็กแล้ว แต่เหนื่อยกว่าจะมาถึงขนาดนี้ เลยโดนแซวประจำว่า พี่อย่าทำหน้าย่นสิ ส่วนเรื่องงานนั้น เต๋าบอกว่า ก่อนหน้านี้มีต่างชาติสนใจติดต่อให้ไปเล่นภาพยนตร์ แต่ปฏิเสธไปเพราะบทบางมาก ใคร ๆ ก็แสดงได้ ยิ่งมาคุยเรื่องค่าตัวยิ่งรู้สึกว่า มันไม่ใช่เราแน่นอน อยากได้อะไรที่ท้าทาย ถ้าได้แสดงเราก็ต้องภูมิใจ

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น