10 อันดับข่าวเด่นรอบโลกประจำวันที่ 28 มกราคม 2556

update :22/11/2013 13:43
views : 925
ที่มา : เครดิต : เรียบเรียงโดย ทีมงาน toptenthailand.com ; แหล่งที่มา : sanook , kapook , mthai
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับข่าวเด่นรอบโลกประจำวันที่ 28 มกราคม 2556"
10. ซโคลนออสวัลด์ถล่มออสเตรเลียน้ำท่วมหนัก
สำนักข่าวบีบีซี ของอังกฤษ รายงานว่า รัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย ได้แจ้งเตือนประชาชนอพยพหนีน้ำท่วม จากอิทธิพลของพายุไซโคลน ออสวัลด์ โดยหลายร้อยคนในเมืองแกลดสโตน ได้อพยพแล้ว หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง และคาดว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ในเมืองบันดาเบิร์กด้วย ซึ่งล่าสุดพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชายสูงอายุ เนื่องจากจมน้ำ รวมถึงมีการแจ้งประชาชนสูญหายไปอีก 2 ราย ทางตอนเหนือของบริสเบนนอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า สภาพอากาศยังคงเลวร้าย และขยายวงกว้างไปยังเมืองหลวงของรัฐบริสเบน และรัฐนิวเซาท์เวลส์ ด้วย ซึ่ง นิค ไบรอัน ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำซิดนีย์ ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำบันดาเบิร์ก สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมหนักในปี 2010 ซึ่งเจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะสูงกว่าเดิมประมาณ 1 เมตรทั้งนี้ คาดว่า บ้านเรือนประชาชนประมาณ 300 หลัง ถูกน้ำท่วม ขณะที่แกลดสโตน คาดว่าจะมีผู้อพยพทั้งหมด 400 คน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จูเลีย กิลลาร์ด ได้มีการสั่งให้มีการเตรียมพร้อมของกองทัพ ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วย
9. พ่ออินเดียคลั่ง กัดจมูกปากลูกสาว 5 เดือน จนฉีก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (27 ม.ค.) หนูน้อย รฐา วัย 5 เดือน ไม่สามารถทานอาหารได้ตามปกติ และเมื่อโตขึ้นอาจจะพูดไม่ชัดเหมือนเด็กทั่วไป หลังถูกพ่อแท้ๆ นายบันดาร์ สิงห์ อายุ 36 ปี คนงานในไร่แห่งหนึ่งของหมู่บ้านสิยานาในเขตพิฆเนร์ รัฐราชสถานของอินเดีย กัดจมูกและริมฝีปากจนฉีก เนื่องจากโมโหที่ลูกสาวเอาแต่ร้องไม่หยุด เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค.นายบันดาร์ กลับถึงบ้านในเวลา 4 ทุ่ม ในสภาพเมามาย โดยภรรยาและน้องสาวกำลังใช้เฮนนาวาดลวดลายบนมืออยู่ เมื่อเขาสั่งให้ภรรยาทำงานอย่างหนึ่งแต่เธอปฎิเสธ และชูมือที่เพนท์เฮนนาให้ดู นายบันดาร์จึงอารมณ์เสีย เข้าไปทุบตี แม้น้องสาวจะเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกขู่ไม่ให้ยุ่งเรื่องผัวเมีย ลูกสาวคนโต ภันวาร์ กันวาร์ วัย 3 ขวบ เมื่อเห็นแม่ถูกทำร้ายก็ร้องไห้ นายบันดาร์ก็ตรงเข้าไปกัดที่แผ่นหลังและมือ ก่อนทุ่มร่างลูกสาวลงพื้น ขณะที่ รฐา ซึ่งนอนหลับอยู่อีกห้องหนึ่ง ตกใจตื่นเพราะเสียงพี่สาวก็เริ่มร้องไห้ ผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังคลั่งจึงตรงเข้าไปกัดจมูกและริมฝีปากของลูกคนเล็กจนฉีกเป็นแผลเหวอะหวะ ก่อนที่ภรรยาและน้องสาวจะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้ช่วยกันจับตัวนายบันดาร์ส่งตำรวจในวันต่อมา ดร. กิริช ประภาคาร หัวหน้าแผนกกุมารศัลยศาสตร์ประจำโรงพยาบาล ปรินซ์ พิชัย สิงห์ เมโมเรียล ในเมืองพิฆเนร์ เผยว่า แม้ รฐา จะปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติกครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขจมูกและริมฝีปากที่ผิดรูปไป
8. เจออีก! ร้านนวดออสซี่หมิ่นพุทธ ตั้งชื่ออาหารสุนัข Barking Buddha
เฟซบุ๊ก Do and Don't on Buddha จวกร้านนวดออสเตรเลียตั้งชื่อพระพุทธเจ้าเป็นชื่อร้านและสินค้าอาหารสุนัข เป็นการหมิ่นพระพุทธศาสนา นำสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์มาเพื่อการค้า เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ตั้งเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Do and Don't on Buddha ซึ่งเป็นองค์กรที่เผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ ที่ควรทำและไม่ควรทำในศาสนาพุทธ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กมีใจความว่า "นี่เป็นอีกหนึ่งกรณีลบหลู่ จากแนวคิดของคลีนิกในประเทศออสเตรเลีย (Buddha Bar Healing Clinic in Newton, Australia) ได้นำพระนามพระพุทธเจ้า มาตั้งชื่อร้านค้า The Buddha Bar Store จำหน่ายสินค้าต่าง ๆ เพื่อการประดับตกแต่ง และที่ไม่สมควรยิ่งคือ สินค้าสำหรับสุนัขภายใต้ชื่อ Barking Buddha!!! ได้อ้างว่ารายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาค เพราะสินค้าเพื่อสุนัขล้วนได้รับการออกแบบโดยมูลนิธิคุ้มครองและพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง.. ..นี่หรือคือการการทำของมนุษย์ผู้มีปัญญา และมีความโอบอ้อมอารี สมควรแล้วหรือที่นำพระนามหรือพระสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์มาเพื่อการค้า เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แม้เป็นการทำเพื่อสัตว์เลี้ยง เพื่อบริจาค แต่หากกระทำโดยขาดการตระหนักถึงความถูกต้อง เหมาะสม แล้วนั้นเป็นสิ่งที่น่าติเตียนยิ่งเป็นมนุษย์ผู้ทำการค้าพึงพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนจะทำสิ่งใด ๆ โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวกับศาสนา โปรดพิจารณาให้รอบคอบเถิด ขอทุกท่านโปรดมาช่วยกันเข้าไปบอกกล่าวให้เขาเข้าใจและหยุดใช้พระนาม และสัญลักษณ์เพื่อการค้ากันเถิด" พร้อมทั้งลงเว็บไซต์ของสถานที่ดังกล่าว คือ thebuddhabarhealingclinic.com, barkingbuddha.com.au
7. ซูจีย้ำพม่าต้องเป็นมิตรทั้งกับจีนและสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า กล่าวในระหว่างการเข้าร่วมงานของ สโมสรโรตารีสากล ในโฮโนลูลู ว่า พม่า จำเป็นต้องเป็นมิตรกับทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถที่จะเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ "ฉันไม่คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับจีน จะเปลี่ยนไป เพราะคุณต้องเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับพม่า มีรากฐานลึกมาจากความสัมพันธ์ของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ แม้ในปัจจุบันพม่าจะเปิดประเทศ รับแนวทางประชาธิปไตยมาแล้วบางส่วน แต่ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์กับจีนไว้ เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เกื้อหนุนกันมาอย่างยาวนาน และไม่คิดว่าการเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยจะมีผลต่อจีน เพราะเชื่อว่า การเมืองของจีนในท้ายที่สุดแล้ว คนจีนจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ" ซูจี กล่าว พร้อมกันนี้ ผู้นำฝ่ายค้านพม่า ก็กล่าวด้วยว่า พม่าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีความสัมพันธ์กับสหรัฐ ในรูปแบบที่พิเศษกว่าชาติอื่นๆ แต่เราจะเป็นเพื่อนกับทั้ง 2 ชาติ จีน คือเพื่อนบ้าน สหรัฐ คือประเทศที่มีประสบการณ์ด้านประชาธิปไตยทั้งนี้ นางซูจี ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ปัญหาสำคัญของพม่าในเวลานี้ ที่จะต้องเร่งแก้คือ เรื่องคอร์รัปชั่น ซึ่งได้มีการหารือกันแล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายส่วนรวม
6. มหาเศรษฐีฮ่องกง เปิดเรือนหอลูกสาวเลสเบี้ยน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (28 ม.ค.) เผยภาพคฤหาสน์หลังงาม ซึ่ง นายเซซิล เชา มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชาวฮ่องกง วัย 76 ปี ตั้งใจสร้างไว้เป็นเรือนหอของลูกสาว จีจี้ เชา วัย 33 ปี ของเขา ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ โดยก่อนหน้านี้นายเซซิล ได้ประกาศมอบเงินรางวัล 500 ล้านดอลล่าร์ฮ่องกง หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ให้กับชายคนใดก็ได้ที่สามารถเปลี่ยนใจลูกสาว จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีใครเข้าตาเขาและลูกสาวเลยก็ตาม คฤหาสน์สุดหรูหราดังกล่าว มีขนาด 16,000 ตารางฟุต ซึ่งจะเป็นเรือนหอของจีจี้นั้น ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะฮ่องกง โดยเซซิลให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้เขาปล่อยวางกับการหาคู่ให้จีจี้มากแล้ว หลังจากพิจารณาใบสมัครจากชายทุกวัยทั่วโลกที่ส่งกันเข้ามาอย่างล้นหลาม ทว่าเขายังรู้สึกว่าทุกคนที่เข้ามาล้วนหวังสมบัติของเขาและจีจี้มากกว่า แต่เขาก็ไม่สามารถรับได้ หากจีจี้จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคู่รักไม้ป่าเดียวกัน ที่ชื่อว่า ฌอน อีฟ เพราะจีจี้ควรมีอนาคตที่ดีกว่านี้ และเขาอยากอุ้มหลานสักคนก่อนหมดลมหายใจ ทั้งนี้ หากจีจี้ที่เป็นลูกสาวคนโตไม่แต่งงานและมีทายาทสืบสกุล เซซิลอาจต้องยกสมบัติทั้งหมดให้ลูกชายคนรองแทน ทั้งที่วางแผนมาตลอดว่าจะยกธุรกิจทั้งหมดให้จีจี้และสามีเป็นผู้ดูแลต่อไป ด้าน จีจี้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้เธอมีความสุขดี และสิ่งที่พ่อกำลังทำอยู่นั้นเพื่อให้เธอมีความสุข"มากกว่าเดิม"
5. โรงเรียนร้างเปี่ยมน้ำใจ เปิดสอนนักเรียนพิการคนเดียว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองนาเนา ในมณฑลฟูเจียนของจีน ได้กลายเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเพียงคนเดียวของโรงเรียน หลังจากผู้คนได้แห่ทิ้งเมืองหนี โดยนักเรียนคนเดียวคนดังกล่าวคือ ด.ญ.ฉาง ซีกี วัย 7 ปี และถูกสอนโดย นายจาง วานเจีย ครูประจำโรงเรียน โดยโรงเรียนแห่งนี้เคยถูกปิดไปแล้วและต้องเปิดใหม่เพราะเห็นใจเด็กหญิงฉางที่พิการป่วยไม่มีหมอนรองกระดูกสันหลัง ตามรายงานระบุว่า แม้ว่าจะเป็นคนเดียวเพียงคนเดียว แต่เธอก็ต้องปฎิบัติตัวเหมือนนักเรียนเหมือนโรงเรียนทั่วไป โดยเธอต้องเคารพธงชาติคนเดียว รวมทั้งต้องออกกำลังกาย และเล่นบาสเก็ตบอล กับคุณครูของเธอ เพียงสองคนด้วย ขณะที่นายจางคุณครูบอกว่า การสอนนักเรียนแค่คนเดียวเป็นเรื่องที่เหงามาก และมันไม่ง่ายเหมือนที่คนอื่นเห็น เพราะคนไม่มีคนจะคุยด้วย ส่วนย่าของเด็กหญิงหญิงฉางบอกว่า หลานสาวเธอเป็นคนที่ห่วงใยเธอมาก เพราะเขาไม่อยากให้เธอทำงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแก่เกินไป และไม่อยากให้เธอออกไปนอกบ้านเพราะอันตรายเกินไป
4. แฟชั่นดีไซน์เนอร์สุดแหวก ลงทุนเฉือนเนื้อตัวเองมาทำ “แหวน“
ใครที่ชื่นชอบเครื่องประดับอย่าง "แหวน" ที่ประดับประดาด้วยวัสดุสวยๆ งาม ๆ อย่าง เพชร หรือ พลอย อาจจะไม่ค่อยถูกใจกับแหวนวงนี้ ที่เราอยากจะแนะนำให้รู้จัก เพราะแหวนวงนี้ไม่ได้มาจากแร่ธาตุธรรมชาติทั่วไป ทว่ามาจาก "ผิวหนังมนุษย์" "แหวนหนัง" ชิ้นนี้เป็นผลงานของดีไซน์เนอร์จากไอซ์แลนด์ ผู้มีนามว่า "ซูลิ เรชท์" ซึ่งคิดวิธีพิศดารในการสร้างแหวน โดยเฉือนผิวบริเวณหน้าท้องของตัวเองมาทำแหวน! หลังจากผ่าเอาผิวออกมา เขาก็นำมันไปดองและทำสีให้เข้มขึ้น จากนั้นนำไปติดเข้ากับแหวนทอง 24 กะรัต ตั้งราคาไว้สูงถึง 3.5 แสนยูโร หรือราว 14 ล้าน 8 แสนบาท แฟชั่นดีไซน์เนอร์สุดแหวกผู้นี้ยังได้สร้างสารคดีแสดงขั้นตอนการผ่าตัดครั้งนี้โดยศัลยแพทย์ แหวนหนังวงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นที่ "เรชท์" จัดแสดงในฤดูใบไม้ร่วงที่ปารีสปีนี้ โดยคอลเลกชั่นก่อนหน้านี้ของเขา ก็เรียกว่าแปลกแหวกแนวไม่แพ้กัน อาทิ หนังที่ทำจากลูกแกะที่ตายตั้งแต่เกิด และผ้าไหมที่สกัดจากต่อมของแมงมุมที่ฝังตัวอยู่ในแพะ
3. ไฟไหม้ผับในบราซิล เหตุจุดพลุ ตายทะลุ 200 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในวันนี้ (26 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ในศาลของอียิปต์ รายงานความคืบหน้า ว่า หลังจากที่เกิดเหตุจลาจลในสนามฟุตบอล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 74 ราย บาดเจ็บกว่า 1,000 คน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งยังบานปลายไปถึงทางฝั่งชาวไคโร ไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้มีการรวมตัวกันออกมาประท้วงที่หน้ากระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยังนำไปสู่การระงับยกเลิก การแข่งขันฟุตบอลลีก อีกด้วย ล่าสุด ศาลพิจารณาคดีและตัดสินแล้ว ให้มีบทลงโทษขั้นสูงสุด คือ การประหารชีวิตจำเลยทั้ง 21 คน ทันที
2. สุดล้ำ ญี่ปุ่นเตรียมแพร่สัญญาณทีวี ละเอียดระดับ 4K (ultra HD)
สำนักข่าวของญี่ปุ่นรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ที่มีความละเอียดระดับ 4k (ultra HD) ครั้งแรกในโลก ในเดือนกรกฎาคมปี 2014 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมเกือบ 2 ปี เพื่อให้ทันถ่ายทอดฟุตบอลโลกที่บราซิล โดยบริษัทผลิตทีวียักษ์ใหญ่ ทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่างแข่งขันกันเปิดตัวทีวี 4K ออกวางจำหน่ายเพื่อหวังเพิ่มยอดขายจากกระแสนี้ นอกจากนี้แล้ว กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น ก็มีแผนที่จะเริ่มทดลองออกอากาศทีวี 8K ซึ่งเป็นระดับ Super-HD ภายในปี 2016 นี้ด้วย Full HD = 1920 x 1080 Ultra HD (4K) = 3840 x 2160 Super HD (8K) = 7680 x 4320
1. สื่อนอกเผย! เกาหลีเหนืออดอยาก พ่อฆ่าลูกกินเนื้อประทังชีวิต
รายงานระบุว่า ภาวะอดอยากในเมืองทางเหนือและใต้ของเมืองฮวางแฮ เมือเกษตรกรรมของเกาหลีเหนือส่งผลให้คนถูกฆ่าเพื่อนำมาเป็นอหารแล้วกว่า 10,000 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ชายคนหนึ่งขุดเอาศพหลานขึ้นมากิน และอีกรายคือพ่อต้มเนื้อลูกเพื่อเอามาประทังชีวิต ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการส่งอาหารเพื่อบำรุงกองทัพและเป็นรางวัลสมนาคุณแก่ผู้ที่ภักดีต่อประธานาธิบดี ที่กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม สื่อของ Asia Press ยังรายงานอีกว่า แม้เมืองฮวางแฮจะประสบภาวะอดอยากแค่ไหน ประธานาธิบดีคิม จอง อึนก็ไม่ได้ใส่ใจจะช่วยเหลือ แต่ยังคงมุ่งความสนใจไปที่การสั่งสินค้าฟุ่มเฟือยมาประดับตกแต่งอพาร์ตเมนท์ และเห่อภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น