10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556

update :22/11/2013 02:08
views : 750
ที่มา : เครดิต : เรียบเรียงโดย ทีมงาน toptenthailand.com ; แหล่งที่มา : kapook
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556"
10. คำรณวิทย์ เข้าพบ ยิ่งลักษณ์ รายงานเรื่อง แห่โลงศพหน้าบ้านนายกฯ
คำรณวิทย์ เข้าพบ ยิ่งลักษณ์ รายงานเรื่อง แห่โลงศพหน้าบ้านนายกฯ เผย เตรียมเบิกตัวคนร้ายขอขมาศพ ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ สั่งเพิ่มจุดสว่างในซอยมืด วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เข้าพบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รายงานในประเด็นที่ญาติของนางสาวอาภัสรา วัย 20 ปี ผู้เสียชีวิตเพราะถูกฆ่าข่มขืน แล้วนำศพไปหมกพงหญ้าใกล้บ้านของนายกฯ ได้นำโลงศพมาแห่ที่หน้าบ้านของนายกฯ เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) เวลา 18.00 น. เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่นำตัว นายสุทธี บุญพรหม ผู้ต้องหามาขอขมาหน้าศพ ทว่าเจ้าหน้าที่ระบุว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากส่งตัวนายสุทธีไปเรือนจำแล้ว ด้าน พล.ต.ท.คำรณ์วิทย์ กล่าวว่า ในเรื่องการขอขมาต่อหน้าศพ หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้นั้น ไม่มีระบุในกฎหมาย แต่ว่าเป็นเรื่องของความพึงพอใจมากกว่า ดังนั้น ตนจึงได้ทำเรื่องเบิกตัวผู้ต้องหาในวันนี้ ให้มาขอขมาศพ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องทำความเข้าใจกับญาติของผู้ตายด้วย ในเรื่องของพยานหลักฐาน ที่ตำรวจจะพยายามทำแผน แต่ญาติผู้ตายไม่พอใจ เพราะกลัวว่าคนร้ายจะถูกรุมประชาทัณฑ์ นอกจากนี้ ผบช.น. ยังกล่าวอีกว่า สำหรับท่าทีของนายกฯ ก็รู้สึกเห็นใจ พร้อมสั่งการให้ตนประสานงานกับการไฟฟ้า จัดการเพิ่มจุดสว่างในซอยมืด เนื่องจากบางจุดยังมีความสว่างไม่เพียงพอ
9. กรณ์ โวยรัฐเล็งเลิกจัด เวิลด์เอ็กซ์โป อ้างไม่คุ้ม ถามรถคันแรกคุ้มหรือ?
รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน เวิลด์เอ็กซ์โป 2563 ที่ จ.อยุธยา หรือไม่ อ้างต้องพิจารณาถึงความคุ้มทุน ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช ถาม "รถคันแรกและจำนำข้าว คุ้มทุนหรือไม่?" หลังจากที่ตัวแทนของคณะกรรมการงานมหกรรมโลก (บีไออี) ได้มีการเข้าพบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบความพร้อมในการจัดงาน "เวิลด์เอ็กซ์โป 2563" ที่ จ.อยุธยา แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ซึ่ง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลว่า รัฐบาลจะต้องพิจารณาถึงความคุ้มทุนของการเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ก่อน วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการโพสต์ข้อความในหน้าเฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij ถึงกรณีดังกล่าวในเชิงต่อว่าไว้ดังนี้ "รัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ และขาดความจริงใจ วันนี้ผมสลดใจกับข่าวใน นสพ. เนชั่น เรื่องการเสนอเป็นเจ้าภาพ World Expo ที่มีการรายงานว่ารัฐบาลกำลัง 'ทบทวน' ท่าทีของไทย ผมเคยเขียนไว้ว่า โอกาสชนะของไทยเราสูงมาก เราได้เสนอที่จะจัดที่ 'อยุธยา' ซึ่งก็จะได้รับเงินลงทุนจากโครงการป้องกันน้ำท่วมจากรัฐบาลอยู่แล้ว และเป็นโอกาสให้เราแสดงวิสัยทัศน์ให้ชาวโลกเห็นว่า เราสามารถอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากภัย 'โลกร้อน' ที่ทำให้น้ำท่วมอย่างไร นอกจากนั้น ชาวไทยโดยเฉพาะชาวอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึง กทม. ก็จะได้ประโยชน์อย่างถาวรจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคเพื่องานนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย รถไฟฟ้า หรือถนนหนทาง ผมได้เขียนเตือนไว้ว่า ผมกังวลในความจริงใจของรัฐบาล เพราะคู่แข่งสำคัญคือ 'ดูไบ' และตามข่าววันนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริง ข้ออ้างของรัฐบาลคือกลัวว่าการลงทุน 30,000 ล้านจะไม่คุ้ม ผมว่ารัฐบาลต้องปรับการลำดับความสำคัญของงานและการใช้เงินแล้วครับ จำนำข้าวขาดทุนปีละ 200,000 ล้าน คืนภาษีรถคันแรกอีก 80,000 ล้าน อยากถามว่าลูกหลานเราได้อะไรบ้างครับ"
8. เฉลิม อ้างประเพณีตำรวจรับแต๊ะเอียไม่ผิด ปัดให้ท้ายพวก
ร.ต.อ.เฉลิม อ้างประเพณีตำรวจรับแต๊ะเอียไม่ผิด มีมาตั้งนานแล้ว ชี้คนจีนให้เอง แต่ถ้าขอรับเองผิดแน่ ชี้กรณีไปขอรับกับแขกอินเดีย ไม่ฉลาด วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2556) ทวิตเตอร์ผู้สื่อข่าวเนชั่น @jeerapong_nna รายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีนายตำรวจขอรับเงินในช่วงเทศกาลตรุษจีนว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่มีการให้เงินแต๊ะเอีย ถือว่าเป็นประเพณีของคนจีน ไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเรื่องดังกล่าวเป็นประเพณีมานานตั้งแต่ยังรับราชการตำรวจ พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่มีการให้ท้ายตำรวจ แต่เป็นไปตามสภาพสังคมหรือตามเทศกาล โดย ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงกรณีที่ตำรวจขอรับแต๊ะเอียจากร้านสูทในช่วงวันตรุษจีนที่กำลังเป็นประเด็นอื้อฉาวอยู่ ว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผิดเนื่องจากขอเรียกเงินจากแขกอินเดีย "ไปขอเขาทำไม ไปขอก็ผิดที่ ตรุษจีนมันเป็นเรื่องของคนจีน นี่ไปขอแขกอินเดีย มันไม่ฉลาด มันไปไม่ถูกที่" รองนายกฯ กล่าว เมื่อถามย้ำว่าลงโทษแล้วตำรวจจะเข็ดหลาบหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เกิดอีกร้อยชาติ ถ้าผมเป็นรองนายกฯ ก็แก้ไม่ได้ เพราะถึงเวลาคนจีนให้เอง ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ของตำรวจในช่วงนี้ที่ดูจะเสื่อมเสียอย่างหนัก จากกรณีรีดไถเงิน ก่ออาชญากรรม รับส่วย รวมไปถึงบ่อนการพนันนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนชั่วไม่มีจะหาคนดีที่ไหน มันก็ต้องมีคนชั่วถึงจะหาคนดีได้ และเมื่อถามว่าจะปรับโฉมตำรวจอย่างไรในการเตรียมเข้าอาเซียน ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า "จะต้องไปปรับอะไรหน้าตามันดีอยู่แล้ว ผบ.ชน. ก็หล่อ คุณอดุลย์ก็เท่"
7. ระทึก! ไฟไหม้ ร้านเจ้เล้ง ดอนเมือง เสียหาย 2 ร้าน
เกิดเหตุเพลิงไหม้ ร้านเจ้เล้ง ดอนเมือง เผาวอด 2 ร้าน ประชาชนบริเวณใกล้เคียงวิ่งหนีกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่สกัดเพลิงได้แล้ว พบเสียหาย 2 ร้าน วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เวลา 09.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้างสรรพสินค้าเจ้เล้ง พลาซ่า ซอยวิภาวดี 74 เขตดอนเมือง กทม. โดยภายในเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ซึ่งเป็นเปิดศูนย์รวมเครื่องสำอางและสินค้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ เพลิงได้ลุกไหม้อยู่ภายในร้านขายเครื่องสำอางบริเวณ ชั้น 1 และมีกลุ่มควันกระจายอยู่ ทำให้ประชาชนและร้านค้าใกล้เคียงเก็บของวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที สกัดเพลิงให้สงบลง และเข้าตรวจสอบความเสียหาย พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้จนเสียหายไป 2 ร้าน คือร้านค้าของ น.ส.สุภาพ ทองพนัง และ น.ส.สมกนก บ้านด่าน ซึ่งยังไม่มาเปิดร้าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
6. คุมเข้ม กงสุลสหรัฐฯ จ.เชียงใหม่ หลังพบข่าวกรองอัลเคด้าจ้องถล่ม
ตำรวจคุมเข้มสถานกงสุลสหรัฐฯ จ.เชียงใหม่ หลังหน่วยข่าวกรองพบว่า กลุ่มอัลเคด้าและซาลาฟิสต์ เตรียมก่อเหตุร้ายในต้นเดือนนี้ วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) มีรายงานข่าวว่า สถานกงสุสหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ถูกกลุ่มอัลเคด้าและกลุ่มซาลาฟิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีประสิทธิภาพของแอลจีเรีย จ้องถล่มในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยได้รับการสนับสนุนอาวุธจากนักค้ายาเสพติดออสเตรเลีย ที่ไม่พอใจการปราบยาเสพติดของสถานกงสุลดังกล่าว จึงได้จัดอาวุธสงครามขนาดเล็ก เครื่องยิงลูกระเบิดประทับบ่า แลระเบิดซีโฟร์มาให้กลุ่มก่อการร้าย ทั้งนี้ แผนการก่อเหตุดังกล่าวอยู่ภายใต้รหัส Billiard Ball นอกจากนี้ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจเชียงใหม่พบว่า มีกลุ่มต้องสงสัยกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ประจวบกับมีรายงานมากกว่า 2 หน่วยขึ้นไปว่า แผนการก่อเหตุร้ายดังกล่าวเป็นเรื่องจริง จึงได้ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ๆ นี้อย่างใกล้ชิดแล้ว ขณะที่รูปแบบการรักษาความปลอดภัยสถานกงสุล ได้จัดตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ผลัดละ 7 นาย พร้อมอาวุธปืนยาว เอช เค รักษาความปลอดภัยโดยรอบอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับตั้งจุดตรวจหน้าสถานกงสุล และห้ามรถทุกชนิดจอดตลอดแนวรั้วสถานกงสุลอีกด้วย ด้าน พ.ต.อ.อักษร วงษ์ใหญ่ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 11-21 กุมภาพันธ์นี้ มีการฝึกผสม คอบร้าโกลด์ ซึ่งจะมีทหารและเจ้าหน้าที่หลายประเทศอย่าง สหรัฐฯ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย อยูในจังหวัดเชียงใหม่ ฉะนั้นยิ่งต้องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม และถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เป็นการฝึกซ้อมของเจ้าหน้าที่และผู้ฝึกไปพร้อม ๆ กัน
5. กำนัน ต.เสม็ด ให้การคดี กำนันเป๊าะ ยันแค่ขับรถไปรับ
วินัย พ้นภัยพาล กำนัน ต.เสม็ด เข้าพบ ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม กรณีขับรถให้ กำนันเป๊าะ ระบุ ไม่หนักใจให้ปากคำวันนี้ ปัด ไม่รู้ก่อนหน้านี้ กำนันเป๊าะ หลบหนีไปที่ไหน วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) นายวินัย พ้นภัยพาล กำนัน ต.เสม็ด จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายประสงค์ เจริญผล เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม ตามหนังสือเชิญตัวเพื่อมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือและให้ที่พักพิง นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ หรือไม่ โดย นายวินัย เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการมาให้ถ้อยคำในวันนี้ โดยยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ หรือให้ที่พักพิง ซึ่งในวันเกิดเหตุได้รับการประสานจากแพทย์ส่วนตัวของกำนันเป๊าะ ให้ไปรับที่บ้านในตำบลแสนสุข เพื่อไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบมาก่อนว่า กำนันเป๊าะ หลบหนีไปอยู่ที่ใด พันตำรวจเอก นิรันดร์ กล่าวว่าในวันนั้น จะสอบถาม นายวินัย และนายประสงค์ ถึงข้อเท็จจริง หลังจากนั้นจะรวบรวมคำให้การทั้งหมด ยื่นเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป ส่วนหัวหน้าพยาบาลที่โดยสารรถยนต์มาด้วยในวันเกิดเหตุนั้น ตำรวจ อยู่ระหว่างประสานส่งหมายเรียกมาให้ถ้อยคำ
4. โพลวาเลนไทน์ พบโจ๋วางแผนมีเซ็กส์ครั้งแรก-จับตาห้องเช่า
หอการค้า สํารวจพบ วัยรุ่น 10.7% วางแผนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก วันวาเลนไทน์ ชี้ ทัศนะน่าห่วง จับตาห้องพักรายวัน อพาร์ทเม้นท์ บ้านร้าง ด้านแพทย์ออกโรงเตือน วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ไม่ถูกวิธี เสี่ยงติดเอดส์ 3-9 เท่าของคนปกติ วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลสำรวจพฤติกรรมของวัยรุ่นในช่วงวันวาเลนไทน์ พบว่า วัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ร้อยละ 10.7 มีการวางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในวันวาเลนไทน์ และอีกร้อยละ 53.6 ไม่แน่ใจ ซึ่งถือเป็นทัศนะที่น่าเป็นห่วง โดยสถานที่ที่คิดว่าจะมีการฉลองวาเลนไทน์ ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ คือห้องพักรายวัน อพาร์ทเม้นท์ และบ้านที่ไม่มีใครอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.5 ยังรับไม่ได้ที่ภรรยาเคยมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.8 รับได้ที่สามีเคยมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน โดยบุคคลที่ต้องการมอบดอกกุหลาบให้มากที่สุดในช่วงวันวาเลนไทน์ นักการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี ผู้ประกาศข่าว คือ นายสรยุทธ นักแสดง คือ ณเดชน์ และนักร้องคือ บี้ เดอะสตาร์ ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง วาเลนไทน์ในสไตล์วัยรุ่นไทย โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2556 จากเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกภูมิภาค เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อวันวาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งผลการสำรวจมีดังนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 52.64 ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ ในระดับปานกลาง เพราะมองว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวตะวันตก ไม่มีอะไรพิเศษ อันดับ 2 ร้อยละ 19.01 ระบุว่าไม่มีความสำคัญ เพราะเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น และยังโสดหรือไม่มีแฟน อันดับ 3 ร้อยละ 16.93 ให้ความสำคัญในระดับน้อย เพราะมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า เช่น การเรียน การทำงาน หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ อันดับ 4 11.42 ให้ความสำคัญในระดับมาก เพราะถือว่า 1 ปี มีเพียงครั้งเดียว และเป็นโอกาสที่จะได้แสดงความรักต่อคนที่เรารัก เมื่อถามในหัวข้อ สิ่งที่นึกถึงในวันวาเลนไทน์ ผลการสำรวจปรากฏว่า อันดับที่ 1 ร้อยละ 36.98 นึกถึงดอกกุหลาบ และดอกไม้ อันดับที่ 2 ร้อยละ 15.65 นึกถึงแฟน อันดับที่ 3 ร้อยละ 14.86 นึกถึงความรัก การดูแลเอาใจใส่ สิ่งดี ๆ ที่มีให้กัน อันดับที่ 4 ร้อยละ 7.91 นึกถึงช็อกโกแลต อันดับที่ 5 ร้อยละ 6.55 นึกถึงคนในครอบครัวอันเป็นที่รัก ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ทั้งนี้ วัยรุ่นไทยร้อยละ 64.22 ระบุว่ามีแฟนแล้ว และร้อยละ 35.78 ระบุว่ายังไม่มีแฟน และเมื่อถามวัยรุ่นไทยที่มีแฟนเกี่ยวกับการตัดสินใจหากแฟนขอมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ พบว่า อันดับที่ 1 ร้อยละ 36.32 คิดว่าจะไม่ให้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ และยังไม่ถึงเวลาอันสมควร หากเป็นความรักจริงก็ต้องรอได้ อันดับที่ 2 ร้อยละ 27.36 คิดว่าจะให้ เพราะรักแฟน และเป็นความต้องการของแต่ละฝ่าย อันดับที่ 3 ร้อยละ 21.02 ไม่แน่ใจ เพราะขึ้นอยู่กับบรรยากาศและสภาพแวดล้อม ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาแว มะแส อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการสำรวจในครั้งนี้เพิ่มเติมว่า ตัวเลขสัดส่วนของวัยรุ่นไทยที่ระบุว่าให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์นั้น ถือว่าค่อนข้างสูง เพราะได้รับอิทธิพลมาจากสื่อตะวันตก ขณะที่บางส่วนไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าใด เนื่องจากในสังคมไทยยังไม่ค่อยกล้าแสดงออกเรื่องของความรัก ทั้งนี้ สิ่งที่วัยรุ่นส่วนใหญ่นึกถึงในวันวาเลนไทน์ คือ ดอกกุหลาบ อันเป็นสัญลักษณ์ของความรัก และเป็นความรักจากเพศตรงข้าม มากกว่าที่จะเป็นคนรักในครอบครัว ขณะที่อันดับรองลงมาพบว่า สัดส่วนผู้ที่ตอบว่าจะยอมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนในวันวาเลนไทน์มีถึง ร้อยละ 27 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วงในสังคมไทย แต่ขณะเดียวกันยังมีวัยรุ่นอีกส่วนหนึ่งที่จะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์กับแฟนในวันวาเลนไทน์ โดยอาจเป็นผลจากการรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาขนบธรรมเนียมอันดีงามของไทยไว้ ขณะที่ แพทย์หญิงอารีย์ ตันบรรจง แพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในจังหวัดพะเยามีผู้ป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะวัยรุ่น อายุระหว่าง 15-24 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราป่วยสูงสุด อีกทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยของวัยรุ่น ยังเพิ่มอัตราเสี่ยงในการติดเชื้อ เอช ไอ วี (เอดส์) มากกว่าคนปกติ 3-9 เท่า นอกจากนี้จากข้อมูลปี 2555 ของจังหวัดพะเยา ยังพบวัยรุ่นผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรจำนวน 442 คน และ 80% ในจำนวนนี้ เป็นแม่ที่ตั้งครรภ์ขณะยังไม่พร้อม อีกทั้งยังมีการทำแท้งเกิดขึ้นจำนวน 23 ราย ซึ่งเป็นวิธีการที่เสี่ยงอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงอยากเตือนวัยรุ่นอย่ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่ยังไม่พร้อม อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรค และสสจ.ทั่วประเทศ ได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ "รักจริงต้องใส่ใจ รักปลอดภัยต้องป้องกัน" ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันวาเลนไทน์ ด้วย โดยจะมีกิจกรรมบริการถุงยางอนามัยในโรงพยาบาล และสายด่วน 1669 ให้คำปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ ด้วย
3. จับ 2 ผัวเมีย ราดน้ำร้อนเด็กกะเหรี่ยงแล้ว แจ้ง 6 ข้อหาหนัก
จับ 2 ผัวเมียราดน้ำร้อนเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยงแล้ว เบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ ด้านตำรวจแจ้ง 6 ข้อหาหนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยร่างกายเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยง พบแผลเป็นเต็มตัว หูโดนกรรไกรตัด ถูกน้ำร้อนลวกจนหัวนมหาย จับโขกหัว เอารองเท้าตี หนำซ้ำยังขังในกรงหมา และให้กินข้าวกับหมาด้วย จากภาพสุดสลดของเด็กหญิงแอร์ (นามสมมติ) ชาวกะเหรี่ยง วัย 12 ปี ถูกสามี-ภรรยา นายจ้าง ทารุณด้วยการราดน้ำร้อนใส่ จนเป็นแผลไปทั้งตัว โดยเฉพาะที่หัวนม ซึ่งถูกน้ำร้อนลวกจนหายไป อีกทั้งยังโดนกรรไกรตัดหูจนแหว่ง แต่ในที่สุดเด็กหญิงแอร์ก็สามารถหนีออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวได้ ซึ่งเมื่อชาวบ้านเห็นก็ได้นำตัวส่งให้กับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว พร้อมกับแจ้งความเพื่อให้ติดตามนายจ้างสุดโหดมาลงโทษ ล่าสุด วานนี้ (11 กุมภาพันธ์) นายธนวัฒน์ สถิตย์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กำแพงเพชร ได้นำตัวเด็กหญิงแอร์มาให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ พร้อมกับเปิดดูบาดแผล พบว่ามีแผลถูกน้ำร้อนลวกตั้งแต่คอไปจนถึงลำตัว รวมทั้งใบหน้า, หลัง, แขน และขา ยาวลงไปถึงเท้าเลยทีเดียว ส่วนบริเวณใต้รักแร้ด้านซ้ายมีพังผืดยึดติดจนถึงเกือบข้อศอก ทำให้ไม่สามารถยกแขนและงอแขนได้ นอกจากนี้ ยังพบว่า หูด้านซ้ายมีรอยแหว่งจากการถูกตัดด้วยของมีคม และหัวนมทั้ง 2 ข้างหายไป เพราะถูกน้ำร้อนลวก และเมื่อสอบถามเด็กหญิงแอร์ ทราบว่า ตนถูกนายจ้างทำร้ายด้วยการใช้น้ำร้อนลวก โดยจับยัดใส่ในกรงสุนัข และหลังจากถูกน้ำร้อนลวกก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน ส่วนวันรุ่งขึ้นเขาก็เอาน้ำเกลือมาให้ตนทาแผล ซึ่งปวดแสบเป็นอย่างมาก นอกจากนายจ้างจะขังตนไว้ในกรุงสุนัขแล้ว ยังบังคับให้ตนกินอาหารของมันด้วย ให้กินพร้อม ๆ กับสุนัข แถมยังใช้ด้ามไม้กวาดตี ใช้รองเท้าตบหน้าจนปากแตก เด็กหญิงแอร์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผลที่ศีรษะนั้น ตนถูกจับโขกกับฝาผนัง ก่อนหน้านี้ก็พยายามร้องให้คนช่วยแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ และเคยหนีออกมาแล้ว แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวคืนเข้าไปบ้านหลังนั้นอีก และเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว ตนถูกนายจ้างหลอกให้ขึ้นรถ ซึ่งพ่อแม่ของตนก็ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ไหน และตนก็ถูกขังอย่างทรมานในบ้านหลังดังกล่าวมาตลอด 5 ปี ขณะที่ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว กล่าวเสริมว่า ตอนนี้เด็กอยู่ในการดูแลของบ้านพักดังกล่าว และคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ซึ่งตนก็กลัวเหมือนกัน เนื่องจากมีข่าวว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพล จึงต้องทำหนังสือถึงตำรวจขอให้มาช่วยตรวจตราในเวลากลางคืน ส่วนสภาพจิตใจของเด็กหญิงแอร์ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว และหลังจากจบคดีจะนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาบาดแผลต่อไป อย่างไรก็ตาม จากคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับกุม 2 สามีภรรยาแล้ว โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด ทราบเพียงว่า ฝ่ายชายเป็นผู้ที่มีความรู้ทางวิศวกร ทำงานอยู่ที่โรงงานใหญ่แห่งหนึ่ง ส่วนฝ่ายหญิงทำงานเกี่ยวกับร้านเสริมความงามให้กับสุนัข ซึ่งตำรวจได้แจ้ง 6 ข้อหาหนัก ดังนี้ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยทรมานหรือกระทำทารุณ โหดร้าย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น ร่วมกันเอาคนลงเป็นทาสหรือมีฐานะคล้ายทาส ร่วมกันพามาจากที่ใดหรือหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลหนึ่งบุคคลใด ถ้ากระทำนั้นเป็นการกระทำต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีและร่วมกันค้ามนุษย์ แต่ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาลพร้อมนำหลักทรัพย์เข้ายืนประกันตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ก่อนที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เผยถึงเหตุผลที่ไม่สามารถนำตัวสองสามีภรรยาคุมขังชั่วคราวได้นั้น เนื่องจากมีกฎหมายของ พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ มาตรา 56 ผู้ใดกระทำการหรือจัดให้มีการกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้แก่ .. 1. บันทึกภาพ แพร่ภาพ พิมพ์รูป หรือบันทึกเสียง แพร่เสียงหรือสิ่งอื่นที่สามารถแสดงว่า บุคคลใดเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ทั้งนี้ ไม่ว่าขั้นตอนใด ๆ 2. โฆษณาหรือเผยแพร่ข้อความ ซึ่งปรากฏในทางสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรือ ในทางพิจารณาคดีของศาลที่ทำให้บุคคลอื่นรู้จักชื่อตัว ชื่อสกุลของผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์หรือบุคคลในครอบครัว ผู้เสียหายนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยสื่อสารสนเทศประเภทใด 3. โฆษณาหรือเผยแพร่ข้อความ ภาพหรือเสียง ไม่ว่าโดยสื่อสารสนเทศประเภทใดเปิดเผยประวัติ สถานที่อยู่ สถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของบุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์
2. เพิ่มโทษ! สั่งขัง สวป.บางรัก 7 วัน ปมไถเงินแต๊ะเอีย
สวป.บางรัก โดนอีก! สั่งเพิ่มโทษขัง 7 วัน หลังโดนเด้งช่วยราชการ บช.น. กรณีตำรวจ สน.บางรัก ไถเงินแต๊ะเอียร้านตัดสูท ตกเป็นข่าวครึกโครมหลังมีการแฉคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก 2 นาย เข้าไถเงินแต๊ะเอียจากร้านตัดสูท ย่านสี่พระยา จนเจ้าหน้าที่ระดับสูงต้องสอบสวนกันให้วุ่น และได้ข้อสรุปไปเมื่อวาน (11 กุมภาพันธ์) ว่าให้มีการโยกย้าย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ สุบินดี สวป.สน.บางรัก ไปช่วยราชการที่กองบังคับการอำนวยการ บช.น. เป็นเวลา 180 วัน และให้ขังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏในคลิปเป็นเวลา 30 วัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ได้มีการสั่งเพิ่มโทษขัง 7 วัน พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ สุบินดี สวป.สน.บางรัก ก่อนจะให้โยกย้ายไปช่วยราชการ ทั้งนี้ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ สุบินดี มีอายุ 44 ปี เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2512 เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม และจบการศึกษาโรงเรียนสารวัตร รุ่นที่ 95 เข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2535 ในตำแหน่งรองสารวัตร ประจำ บช.น. และได้เป็น สวป.สน.บางรัก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
1. ศาลเบิกตัวผู้ต้องหาฆ่าข่มขืน ขอขมาศพแล้ว
ศาลเบิกตัวผู้ต้องหาฆ่าข่มขืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอขมาศพแล้ว ระบุต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งคืน 18.00 น. วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ.ภาคภูม พูลศิริโภคา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ลาดพร้าว ได้ยื่นคำร้องขอนำตัว นายสุทธี บุญพรหม อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า ข่มขืน และลักทรัพย์ น.ส.อาภัสรา โตเดช ผู้ตาย ไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเพิ่มเติม รวมทั้งนำตัวผู้ต้องหาไปขอขมาศพผู้ตายที่วัดบึงทองหลาง ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อให้วิญญาณไปสู่สุคติ ตามความประสงค์ของผู้ต้องหาด้วย โดยศาลไต่สวนพยานผู้ร้องแล้วเสร็จ 1 ปาก พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามบันทึกจับกุมลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 56 เจ้าพนักงานจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จ.เพชรบูรณ์ และรีบนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ซึ่งคัดค้านการประกัน เพราะเกรงว่าจะหลบหนี และยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ทั้งยังไม่ได้นำตัวชี้ที่เกิดเหตุ กรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์ในการสอบสวนคดี ดังนั้น จึงเห็นควรอนุญาตให้รับผู้ต้องหาไปดำเนินการตามคำร้องดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตามหมายขังระหว่างการฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงอนุญาตให้ผู้ร้องไปรับตัวได้ แต่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพภายในเวลา 18.00 น. วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ทั้งนี้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า กรณีนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการขอเบิกตัวผู้ต้องหา หลังจากยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลแล้ว พร้อมกันนี้ ศาลได้กำชับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้ดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหาอย่างเข้มงวด

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น