10 อันดับ หนังทำเงินกวาดรายได้มากที่สุดในสัปดาห์นี้ 18 มิถุนายน 2556

update :21/11/2013 12:16
views : 1546
ที่มา : แหล่งที่มา : kapook.com
ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ "10 อันดับ หนังทำเงินกวาดรายได้มากที่สุดในสัปดาห์นี้ 18 มิถุนายน 2556"
10. Iron Man 3
Iron Man 3 หุ่นกระป๋องที่กลับมากระแทกใจให้คนทั้งโลกต้องจ่ายตังไปดูมาดกวนๆของ โทนี่ ทำรายได้ 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 7 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
9. After Earth
ใน After Earth หนึ่งพันปีผ่านไปหลังจากเหตุการณ์หายนะที่ทำให้มนุษยชาติต้องลี้ภัยจากโลกและ โนว่า ไพรม์ คือบ้านแห่งใหม่ของมนุษย์ นายพล ไซเฟอร์ เรจ (วิลล์ สมิธ) ผู้โด่งดังเดินทางกลับจากภารกิจอันยาวนานเพื่อกลับไปหาครอบครัว และพร้อมที่จะเป็นพ่อให้กับลูกชายอายุ 13 นามว่า คิทาอิ (เจเดน สมิธ) แต่เมื่ออุกกาบาตพุ่งชนยานของไซเฟอร์ และคิทาอิ พวกเขาจึงต้องนำยานลงจอดบนโลกที่กลายเป็นดาวเคราะห์อันตรายและไม่คุ้นเคยสำหรับมนุษย์ พ่อของเขากำลังจะตายอยู่ในห้องควบคุมยาน คิทาอิจึงต้องเดินทางข้ามผ่านดินแดนที่ไม่เป็นมิตรของโลกเพื่อตามหาเครื่องบอกตำแหน่งเพื่อช่วยชีวิตเขาและพ่อ ทั้งชีวิต คิทาอิไม่เคยต้องการอะไรนอกจากการได้เป็นทหารอย่างเช่นพ่อเขา วันนี้เองที่เขามีโอาสได้ทำสิ่งนั้น ทำรายได้ 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 3 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 54.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
8. Star Trek Into Darkness
Star Trek Into Darkness มันเริ่มต้นจากการกลับสู่บ้านเกิด เมื่อยานเอนเตอร์ไพรซ์กลับสู่ดาวโลกหลังจากเหตุการณ์อื้อฉาวในอวกาศ กัปตันผู้หุนหันพลันแล่นของพวกเขายังคงอยากจะหันยานกลับไปอยู่ท่ามกลางดวงดาว เพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติสุขและการสำรวจที่ยาวนานกว่าเดิม แต่สถานการณ์บนโลกกลับกำลังย่ำแย่ การก่อการร้ายที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงได้เผยให้เห็นถึงความจริงที่น่าตื่นตะลึง ทำรายได้ 5.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 5 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 210.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
7. Epic
Epic เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องเข้าไปพัวพันกับสถานการณ์การรบครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าคนจิ๋ว ที่ฝ่ายดี และ ฝ่ายร้าย กำลังจะตีกันในไม่ช้า ทำรายได้ 6ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 4 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 95.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
6. The Internship
สำหรับภาพยนตร์มีชื่อเรื่องว่า "The Internship" เล่าถึงหนุ่มเซลแมนตกอับสองคน ที่อยู่ๆบริษัท ที่เขาทำงาน ต้องปิดกิจการลง และต้องหาที่ทำงานใหม่ แลจับพลัดจับถู ทั้งคู่ก็ััตัดสินใจไปฝึกงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ณ Mountain View สำนักงานใหญ่ของ Google และในที่นั้นเองเขาต้องแข่งขันกับคนจำนวนมาก เพื่อให้ได้งานตามที่เขาตั้งใจเอาไว้ เรื่องราววุ่นๆ ปนความตลก จึงเริ่มเกิดขึ้น ทำรายได้ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉาย 2 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 30.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
5. The Purge
อันดับ 5 เป็นของแชมป์เก่า The Purge คืนอำมหิต ภาพยนตร์สยองขวัญไซไฟเกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาในปี 2022 ที่มีอัตราการว่างงาน และการก่ออาชญากรรมต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลจึงเปิดโอกาสให้คนก่ออาชญากรรมได้ 12 ชั่วโมงในแต่ละปี เพื่อระบายอารมณ์ในทางลบ จากผลงานการกำกับของ เจมส์ เดอโมนาโก ที่ได้ ไมเคิล เบย์ มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ 3 วันทำเงินเพิ่มไปอีก 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากการฉาย 2 สัปดาห์ 51.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างแค่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกอีก 6.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ The Purge ทำเงินไปแล้ว 58.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
3. Now You See Me
อันดับ 3 คงที่จากสัปดาห์ก่อน Now You See Me อาชญากลปล้นโลก ภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญ อาชญากรรม ของผู้กำกับฝรั่งเศส หลุยส์ เลอเตร์รีเยร์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของการปล้นที่ใช้มายากลบังหน้า 3 วันทำเพิ่มไปอีก 10.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากการฉาย 3 สัปดาห์ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกอีก 27.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Now You See Me ทำเงินไปแล้ว 107.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
2. This is the End
อันดับ 2 เป็นของ This is the End ภาพยนตร์คอมเมดี้ ล้อเลียนภาพยนตร์วันสิ้นโลก และภาพยนตร์สัตว์ประหลาดและเอเลียนบุกโลก ของ 2 ผู้กำกับ อีวาน โกลด์เบิร์ก (Evan Goldberg) และ เซธ โรแกน (Seth Rogen) เป็นเรื่องของเหล่าดารา เจมส์ ฟรังโก้ (James Franco), เอ็มม่า วัตสัน (Emma Watson), พอล รัดด์ (Paul Rudd), โจนาห์ ฮิลล์ (Jonah Hill), เซธ โรแกน (Seth Rogen) ที่แต่ละคนเขาจะเล่นเป็นคาแรคเตอร์ของตัวเองจริง ๆ ที่ต้องมาติดอยู่ในสถานการณ์หายนะเลวร้าย โดยหนุ่ม ๆ ทั้ง 6 คนต้องมาติดอยู่ในบ้านด้วยกัน ท่ามกลางเสบียงที่จำกัด เมื่อโลกภายนอกมีทั้งเชื้อโรคระบาด และมหันตภัยอีกมากมายเท่าที่เราจะจินตนาการได้ แต่ถึงอย่างนั้นสถานการณ์ที่ย่ำแย่และเสบียงที่ร่อยหรอก็บีบให้พวกเขาต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก รวมทั้งถูกทดสอบถึงมิตรภาพที่มีต่อกันด้วย 3 วันทำเงินไปเหนือความคาดหมายถึง 20.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากการฉาย 5 วัน 32.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
1. Man of Steel
อันดับ 1 แน่นอนเป็นของภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟ 3 มิติ เข้าใหม่ Man of Steel บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน ของ แซ็ค สไนเดอร์ ที่เคยฝากผลงานไว้ใน 300, Watchmen (2009) และ Sucker Punch (2011) ที่ได้ คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับอังกฤษ จากภาพยนตร์ไตรภาคชุด The Dark Knight มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ โดยในภาคนี้ได้ เฮนรี่ คาวิล (Henry Cavill) นักแสดงอังกฤษ วัย 30 ปี มารับบท บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน จากดาวคริปตัน ที่มาช่วยโลกมนุษย์ หนังเริ่มต้นตั้งแต่กำเนิดของซูเปอร์แมน ไปจนถึงการกู้โลกให้พ้นจากการทำลายล้างของนายพลซ็อด ศัตรูเก่าของพ่อของเขา 3 วันทำเงินเกินความคาดหมายถึง 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมรายได้จากการฉาย 4 วัน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกอีก 71.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Man of Steel ทำเงินไปแล้ว 196.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น