10 เรื่องน่ารู้ของ เจ้าหญิงไดอาน่า

update :19/11/2013 19:08
views : 1748
ที่มา : wikipedia
ในครั้งอดีต วันที่ 28สิงหาคม พ.ศ. 2539 เป็นวันที่ทั้งโลกต้องตะลึงเพราะ เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ประกาศหย่าขาดจากเจ้าหญิงไดอานา และเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปีต่อมา ทีมงาน toptenthailand ขอรำลึกถึงเจ้าหญิงอันเป็นที่รักของชาวโลกด้วย 10 เรื่องน่ารู้ของ เจ้าหญิงไดอาน่า
10. สิ้นพระชนม์
หลังจากเรือยอชท์ที่เพิ่งกลับจากล่องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเทียบฝั่งที่ฝรั่งเศส ไดอานาและโดดี ฟาเยด เดินทางต่อไปที่กรุงปารีส เพื่อหยุดพักค้างคืนที่อพาร์ตเมนต์ของโดดีก่อนที่จะกลับลอนดอนในต้นเดือนกันยายน เที่ยงคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2540 ไดอานาและโดดีออกจากโรงแรมริทซ์โดยถูกช่างภาพอิสระรุมติดตามเพื่อถ่ายภาพ รถยนต์ที่ทั้งคู่นั่งมาได้เร่งความเร็วเพื่อหลบหนีการไล่ตามของบรรดาช่างภาพ จนมาถึงถนนลอดอุโมงค์ปองต์ เดอ ลัลมา ที่มีความลาดชันสูง รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง และนายอองรี พอลคนขับไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้เพราะมีอาการมึนเมา ภายหลังพบว่าคนขับ นั่งกินเหล้าที่ชื่อ Absinthe (เป็นเหล้าที่แรงมากๆ ขนาดที่ว่าสามารถเมาทันทีภายในแก้วเดียว ระดับดีกรีแอลกอฮอล์ของเหล้าชนิดนี้สูงถึง 70-90%) เป็นเหตุนายอองรี ปอลคนขับและนายโดดี ฟาเยดเสียชีวิตทันที ไดอานาได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายแห่งภายในทรวงอก และได้สิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลปีเต-ซัลแปร์ติแยร์ ชานกรุงปารีส ในเวลา 3.57 น. ทั้งที่ๆ แพทย์ได้ทำการช่วยชีวิตจนสุดความสามารถ นายเทรเวอร์ รีส์-โจนส์ องครักษ์ของนายโดดีเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากอุบัติเหตุ ในตอนแรก หน่วยสืบสวนฝรั่งเศสสรุปว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของนายอองรี ปอล ที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมยานพาหนะ พ่อของโดดี นายโมฮัมหมัด อัล ฟาเยด ออกมายืนยันในปี 2542 ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นแผนลอบสังหารเจ้าหญิง ออกมายืนยันในปี 2542 ว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นแผนลอบสังหารเจ้าหญิงตามคำสั่งของหน่วยข่าวกรอง MI6 แห่งอังกฤษ และพระบัญชาของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ สุดท้ายแล้วคดีนี้ถูกสรุปว่าเป็นผลจากความประมาทที่เห็นได้ชัดจากการขับขี่ของอองรี ปอลที่เร่งความเร็วของรถยนต์เพื่อหลบหนีการไล่ตามของเหล่าช่างภาพ ไม่กี่วันต่อมานายโมฮัมหมัด ฟาเยด ประกาศยุติการต่อสู้คดีมรณกรรมที่ยาวนานกว่า 10 ปี เพราะเห็นแก่พระโอรสทั้งสองของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ผู้ล่วงลับ
9. ความสัมพันธ์กับเจ้าชายแห่งเวลส์
ในตอนแรกๆ นั้นเจ้าชายชาลส์ทรงคบหาอยู่กับซาราห์ พี่สาวคนโตของไดอานา ตอนนั้นซาราห์เคยถูกคาดหวังจะได้เป็นเจ้าสาวของเจ้าชายชาลส์ในอนาคต ซึ่งในเวลานั้นมีพระชนมายุเกือบ 30 ชันษาและทรงถูกกดดันให้อภิเษกสมรส โดยพระองค์จะต้องเสกสมรสกับหญิงพรหมจรรย์ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์เท่านั้น หากทรงเสกสมรสกับสตรีที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก พระองค์จะถูกตัดสิทธิ์ในการขึ้นครองราชบัลลังก์ทันที ตามมาตราที่ 1701 แห่งกฎหมายอังกฤษ บารอนเนสเฟอร์มอยเห็นว่าหลานสาวของเธอคนนี้หมาะสมกับเจ้าชายที่สุด เพราะไดอานายังเป็นสาวบริสุทธิ์ ยังไม่เคยคบหากับชายใดมาก่อน และยังเป็นถึงลูกสาวของขุนนางอังกฤษผู้สูงศักดิ์ จึงทำให้บารอนเนสเห็นว่าไดอานาคู่ควรที่จะได้เสกสมรสกับเจ้าชายอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเหมาะสมกันตามสถานะในสังคม เจ้าชายชาลส์รู้จักไดอานามานานหลายปี เพราะซาราห์ผู้เป็นพี่สาวเคยชวนไดอานาไปร่วมชมการล่าสัตว์และแข่งโปโลกับพระองค์อยู่เนืองๆ แต่หลังจากที่พระองค์ทรงเลิกรากับซาราห์แล้ว ทรงสนพระทัยไดอานาอย่างจริงจังในฤดูร้อนปี 2523 ที่นั่นไดอานาชมการแข่งขันโปโลของเจ้าชายและได้ร่วมงานปาร์ตี้ที่สองได้มีโอกาสพูดคุยกันอย่างถูกคอ ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เมื่อได้รับคำเชิญจากเจ้าชายให้ไปร่วมเรือยอชท์หลวงบริทาเนียในงานแข่งเรือใบ ตามมาด้วยคำเชิญจากเจ้าชายชาลส์ที่ให้เธอไปพักผ่อนที่พระตำหนักบัลมอรัลในสก็อตแลนด์ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ และความสัมพันธ์ระหว่างไดอานากับเจ้าชายชาลส์ก็กลายเป็นความรัก จนกระทั่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2524 เจ้าชายขอเสกสมรสกับไดอานา เธอตอบตกลง แต่เรื่องถูกเก็บไว้เป็นความลับเป็นเวลานานหลายสัปดาห์
8. พิธีหมั้นและพระราชพิธีอภิเษกสมรส
สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมออกแถลงการณ์พิธีหมั้นอย่างเป็นทางการของเจ้าชายชาลส์กับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2524 ไดอานาเลือกแหวนหมั้นแพลทินัมประดับแซฟไฟร์เม็ดใหญ่ล้อมเพชร 14 เม็ด มูลค่า 30,000 ปอนด์ (มูลค่าในปัจจุบันนี้ 85,000 ปอนด์) ซึ่งแหวนวงนี้มีความคล้ายคลึงกับแหวนของฟรานเซสผู้เป็นแม่ ช่างเพชรประจำราชวงศ์ "เจอร์รัลด์" เป็นผู้ผลิตแหวนวงนี้ แต่สมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์กลับไม่โปรดปรานเครื่องเพชรจากเจอร์รัลด์และต่างเห็นพ้องกันว่า แหวนหมั้นแซฟไฟร์ล้อมเพชรนี้ไม่ได้ผลิตให้เฉพาะแต่ไดอานาเพียงผู้เดียว เพราะแหวนแซฟไฟร์วงนี้เคยปรากฏอยู้ในคอลเลคชั่นเครื่องเพชรของเจอร์รัลด์ด้วย 30 ปีต่อมา แหวนแซฟไฟร์ล้อมเพชรของไดอานาได้กลายเป็นแหวนหมั้นของเคท มิดเดิลตัน พระคู่หมั้นของเจ้าชายวิลเลียม โอรสองค์ใหญ่ของไดอานา พระราชพิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นในเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม 2524 ไดอานาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวราคา 9,000 ปอนด์ ชายกระโปรงยาว 8 เมตร ผลงานการตัดเย็บของเดวิดและเอลิซาเบธ เอ็มมานูเอล เค้กแต่งงานสั่งทำกับเชฟแพสทรีชาวเบลเยียม แอส. ชี. ซองแดร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม คนอบเค้กสำหรับพระราชา
7. หย่า
ธันวาคม 2538 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีพระราชสาส์นไปถึงเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่ทรงแนะนำให้ทั้งสองหย่าขาดกันอย่างเป็นทางการจากไดอานาเปิดเผยเรื่องส่วนตัวอันขมขื่นอย่างหมดเปลือกผ่านรายการโทรทัศน์ และไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าที่ไดอานากล่าวหาพระพี่เลี้ยง ทิกก์ เล็จจ์-เบิร์ก ว่าไปทำแท้งเด็กที่เกิดกับเจ้าชายชาลส์ หลังจากที่เล็จจ์-เบิร์กส่งปีเตอร์ คาร์เตอร์ให้มาแสดงความขอโทษต่อไดอานา ซึ่ง 2 วันก่อนเรื่องแตก เลขานุการของไดอานา แพทริก เจฟสัน ตัดสินใจลาออกและเขียนโน้ตสั้นทิ้งไว้ว่า "(ไดอานา)รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถกล่าวหาว่าเล็จจ์-เบิร์กที่ไปรีดเด็กที่เกิดจากชาลส์" 20 ธันวาคม 2538 สำนักพระรางวังบักกิ้งแฮมออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระราชินีมีพระราชสาส์นถึงเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์เพื่อทรงแนะนำให้ทั้งสองหย่าขาดกันอย่างเป็นทางการ โดยมีนายกรัฐมนตรี คณะองคมนตรีอาวุโส และสถานีโทรทัศน์ BBC เป็นผู้สนับสนุนสมเด็จพระราชินีให้ทรงออกมาชี้ขาดเรื่องนี้ หลังได้ปรึกษาหารือมานานกว่าสองสัปดาห์ เจ้าชายชาลส์ตอบตกลงทันที อย่างไรก็ตามสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมยืนยันว่า ไดอานายังคงเป็นสมาชิกของพระราชวงศ์ในฐานะพระมารดาของรัชทายาทลำดับที่สองและที่สามแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ หลังการหย่าร้าง และในการพิจารณาคดีมรณกรรมของไดอานา ไดอานายังคงถือว่าเป็นสมาชิกราชวงศ์อยู่ แม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม
6. การศึกษา
ไดอานาเข้าเรียนครั้งแรกที่โรงเรียนซิลฟิลด์ ในเมืองคิงส์-ลีนน์ มณฑลนอร์ฟอล์ก ต่อมาย้ายไปเรียนที่โรงเรียนริดเดิ้ลสเวิร์ธ ที่นอร์ฟอล์ก เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสตรีเวสต์ฮีธ ไดอานามีผลการเรียนต่ำมากมาก เพราะไม่ผ่านการสอบวิชาพื้นฐาน O-levels ถึงสองครั้ง เธอสนใจวิชาสังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และกีฬา เธอไม่ชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจและเป็นคนขี้อาย ไม่เคยอาสาตอบคำถามในชั้นเรียนให้ครู ไดอานาเคยแสดงละครเวทีของโรงเรียนหนึ่งครั้งในบทตุ๊กตาดัชท์ที่ไม่ต้องมีบทพูด เมื่ออายุ 16 ปี ไดอานาลาออกจากโรงเรียนเวสต์ฮีธโดยได้รับรางวัลจากโรงเรียนในฐานะเป็นนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ดีเด่นซึ่งทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ว่าไดอานาจะเรียนไม่เก่งแต่เธอมีพรสวรรค์เรื่องกีฬาทั้งว่ายน้ำและดำน้ำ
5. วัยเด็ก
ไดอานา ฟรานเซส สเปนเซอร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 เวลา 18.39 น. ที่ปาร์กเฮ้าส์ เมืองแซนดริงแฮม มณฑลนอร์ฟอล์ก เป็นธิดาคนเล็กของจอห์น สเปนเซอร์ ไวสเคานท์อัลธอร์พ (เอิร์ลสเปนเซอร์ที่ 8 ในเวลาต่อมา) กับภรรยาคนแรก ออนเรเบิล ฟรานเซส เบิร์ก ร็อฌ (ต่อมาเป็น นางฟรานเซส ชานด์ คีดด์) บิดาของไดอานาสืบเชื้อสายมาจากดยุกแห่งมอลเบอระที่ 1 มารดาของไดอานามีเชื้อสายระหว่างอังกฤษกับไอริช เป็นลูกสาวของบารอนเฟอร์มอยที่ 4 กับเลดี้รูธ ซิลเวีย กิล นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ โบวส์-ลีออนส์
4. สตรีผู้ทรงอิทธิพล
ไดอานาเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลกตั้งแต่ทรงหมั้นกับเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี พ.ศ. 2524 จนกระทั่งการสิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2540 ไม่ว่าจะความสนพระทัยในเรื่องต่างๆ ส่วนพระองค์ การแต่งกาย รวมถึงพระกรณียกิจของพระองค์ได้รับความสนใจจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำแฟชั่น เป็นสัญลักษณ์แห่งความงาม ความหวังของผู้ป่วยโรคเอดส์ แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือพระองค์เป็นพระราชินีในดวงใจของประชาชนอีกด้วย ตลอดทั้งพระชนม์ชีพพระองค์เป็นผู้ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดคนหนึ่งในโลกราวกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง
3. พระโอรส
ไดอานาได้ให้กำเนิดพระโอรสทั้งสองพระองค์คือ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทลำดับที่สองและสามแห่งราชบัลลังก์อังกฤษและ 16 เครือจักรภพ ซึ่งพระโอรสทั้ง 2 พระองค์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในเวลาต่อมา โดยเฉพาะเจ้าชายวิลเลียม
2. สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ
ไดอานาได้เป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษจากการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ เมื่อ 29 กรกฎาคม 2524 พระราชพิธีอภิเษกสมรสมีขึ้นที่มหาวิหารเซนต์พอล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีผู้รับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีนี้มากถึง 750 ล้านคนทั่วโลก
1. พระนามเต็ม
ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มีพระนามเต็มว่า ไดอานา ฟรานเซส (สกุลเดิม สเปนเซอร์)

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น