10 อันดับ เจ้าพ่อไอทีสุดรวย

update :19/11/2013 16:48
views : 2085
ที่มา : แหล่งที่มา : http://tech.th.msn.com/
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไอทีและเทคโนโลยีต่างก็ทำเงินได้มากมายมหาศาล และอยากรู้ไหมว่าใครรวยที่สุด ในวงการ "IT" ทีมงาน toptenthailand ขอเสนอ 10 อันดับ เจ้าพ่อไอทีสุดรวย
10. อาซิม เปรมจี
แม้ชื่อนี้คงไม่ค่อยคุ้นหูเราๆกันเท่าไหร่นัก แต่ยังไงก็ควรจะจดจำเค้าไว้ เพราะ อาซิม เปรมจี ชาวอินเดียวัย 68 ปีคนนี้ เป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 เจ้าพ่อเทคโนโลยี เขาเป็นประธานของบริษัทไวโปร เจ้าของธุรกิจซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์อันดับ 1 ของอินเดีย ปัจจุบันมีทรัพย์สินสูงถึง 1.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวๆ 3.6 แสนล้านบาท และนอกจากจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาลแล้ว เขาก็ยังเป็นนักสังคมสงเคราะห์ โดยเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กๆในอินเดีย จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิล เกตส์ แห่งอินเดีย” เลยด้วย
9. มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก
อภิมหาเศรษฐีหนุ่มวัย 29 เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของคนทั่วโลก ด้วยวัยแค่เพียง 23 ปี เขาก็กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์) อันเป็นผลมาจากความนิยมอย่างถล่มทลายของเฟซบุ๊คตั้งแต่เมื่อปี 2007 เรื่องราวชีวิตดุจนิยายของเขา จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงแค่เด็กมหาวิทยาลัยหัวรั้นจนถูกสั่งพักการเรียน กลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของโลก ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์เรื่อง เดอะโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครได้เห็นว่า ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบ อย่างเช่น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก คนนี้
8. พอล อัลเลน
ทำอาชีพหลายต่อหลายอย่าง ทั้งนักธุรกิจ, นักลงทุน และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ การเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ร่วมกับ บิล เกตส์ นั่นเอง นอกจากนี้เขาก็เป็นประธานของวัลแคนอิงค์ บริษัทบริหารจัดการการลงทุน มีพอร์ตการลงทุนรวมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และยังเป็นเจ้าของทีมกีฬาอาชีพในลีกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล, ลีกบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ และทีมฟุตบอลในเมเจอร์ลีกอีกด้วย
7. สตีฟ บัลเมอร์
ซีอีโอคนปัจจุบันของไมโครซอฟท์ หลังจากที่ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้ง ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเมื่อปี 2000 ก็ทำให้ สตีฟ บัลเมอร์ ได้ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งดังกล่าว ตลอดเวลาที่ สตีฟ บัลเมอร์ บริหารไมโครซอฟท์ เขาได้พาให้บริษัทสามารถสร้างรายได้ต่อปีเพิ่มจาก 25 ล้านดอลลาร์ ไปเป็น 70 ล้านดอลลาร์ อันเป็นผลมาจากความสำเร็จของซอฟท์แวร์ Windows และ Office นอกจากนี้เขาก็ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้เครื่องเกมคอนโซล Xbox 360 ประสบความสำเร็จ ทำยอดขายได้สูงไม่แพ้คู่แข่งอย่าง PlayStation 3 โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา ล่าสุด สตีฟ บัลเมอร์ เพิ่งประกาศว่ากำลังมองหาบุคคลที่จะมาสืบทอดตำแหน่งซีอีโอแทนเขาซึ่งกำลังจะเกษียณตัวเองภายใน 12 เดือนข้างหน้านี้แล้ว ต้องติดตามกันต่อว่า ใครกันที่จะได้เป็นผู้นำของหนึ่งในองค์กรยักษ์ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างไมโครซอฟท์
6. ไมเคิล เดลล์
ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจคอมพิวเตอร์ เดลล์ (Dell) นั่นเอง เส้นทางสู่ความสำเร็จของ ไมเคิล เดลล์ นั้นก็เริ่มต้นจากจุดเล็กๆคล้ายๆกับของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยเขาลาออกจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสกลางคันเพื่อมาเริ่มต้นกิจการด้านคอมพิวเตอร์ของตัวเองในขณะที่มีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น ต่อมา ไมเคิล เดลล์ ก็สามารถผลักดันบริษัทที่แรกเริ่มมีต้นทุนค่าลงทุนเพียงแค่ 1,000 ดอลลาร์ ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด พอถึงปี 1992 เขาก็ได้เป็นซีอีโอที่อายุน้อยที่สุดที่ติดอันดับจาก 1 ใน 500 องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกของนิตยสารฟอร์จูนด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็น ผู้ประกอบการแห่งปี จากนิตยสารอิงค์ ในปีต่อมาอีกด้วย
5. เซอร์เกย์ บริน
เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลร่วมกับแลร์รี เพจ ปัจจุบัน เซอร์เกย์ บรินอยู่ในตำแหน่งประธานฝ่ายเทคโนโลยีของกูเกิล จากรายงานว่ามีทรัพย์สินส่วนตัวประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกจัดเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 26 ของโลก และ อันดับ 5 ของสหรัฐอเมริการ่วมกับแลร์รี เพจ ซึ่งตัวเซอร์เกย์เองยังเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลกเช่นกัน
4. ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ
เขาเป็นนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลคู่กับ เซอร์เกย์ บริน เขาจะเป็นรับหน้าที่เป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัทกูเกิลต่อจาก เอริก ชมิดต์ เมื่อไม่นานมานี้เพจและบรินยังได้ร่วมกันซื้อเครื่องบิน โบอิ้ง 767 เพื่อใช้ในงานในธุรกิจและงานส่วนตัวอีกด้วย
3. เจฟฟ์ เบซอส
ผู้ก่อตั้ง, ประธาน และซีอีโอของเว็บไซต์แอมะซอน เว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เริ่มเปิดกิจการเว็บไซต์ Amazon.com มาตั้งแต่ปี 1995 โดยเริ่มต้นด้วยการเป็นเว็บไซต์ที่ขายเฉพาะแต่หนังสือเท่านั้น แล้วก็ค่อยๆขยายประเภทของสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งแผ่นดีวีดีหนัง, ซีดีเพลง, เพลง MP3, ซอฟท์แวร์, วิดีโอเกม เรื่อยต่อไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้า, เฟอร์นิเจอร์, อาหาร, ของเล่น, เครื่องประดับ นอกจากนี้ยังผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างเอง ซึ่งที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นเครื่อง Kindle แท็บเล็ตเพื่อการอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้ เว็บไซต์แอมะซอน ภายใต้การนำของ เจฟฟ์ เบซอส กลายเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ครบวงจร ที่แม้ไม่มีหน้าร้าน แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เหนือกว่า และสามารถขยายกิจการไปไกลทั้งในแคนาดา, อังกฤษ, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, จีน รวมทั้งญี่ปุ่น
2. แลร์รี เอลลิสัน
เขาคือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ออราเคิล บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมสำหรับองค์กรยักษ์ใหญ่ของโลก แลร์รี เอลลิสัน เป็นอีกหนึ่งคนที่เลิกเรียนมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อมาเปิดกิจการซอฟต์แวร์ร่วมกับเพื่อนนักพัฒนาโปรแกรม 2 คนคือ บ็อบ ไมเนอร์ และเอ็ด โอตส์ มาตั้งแต่ปี 1977 เขาทำหน้าที่เป็นซีอีโอ ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ เห็นโอกาสทางธุรกิจของโปรแกรมด้านฐานข้อมูล เป็นจุดเริ่มต้นที่นำความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดระดับองค์กรมาสู่ออราเคิลได้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
1. บิล เกตส์
ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ เจ้าของอันดับ 1 ผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกแห่งไอที จากการสำรวจล่าสุด บิล เกตส์ เป็นเจ้าของทรัพย์สินรวมมูลค่าแล้วกว่า 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐน หรือกว่า 2.14 ล้านล้านบาท แม้ช่วงหลังๆ มานี้เขาจะบริจาคเงินไปแล้วกว่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับมูลนิธิการกุศลที่เขาก่อตั้งขึ้นร่วมกับภรรยาแล้วก็ตาม

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น