10 ข้อสงสัย "ประหารชีวิตด้วยการฉีดยา"

update :19/11/2013 15:08
views : 1727
ที่มา : แหล่งที่มา : http://www.correct.go.th/
หลายคนมีข้อสงสัยในเรื่องการประหารชีวิต โดยประเทศไทยเริ่มนำการ "ฉีดยา" เข้ามาใช้ในเมืองไทย แต่หลายคนยังมีความสงสัยในวิธีการ ดังนั้นทีมงาน toptenthailand จึงอยากนำความรู้มาฝากกันใน 10 ข้อสงสัย "ประหารชีวิตด้วยการฉีดยา"
10. เปลี่ยนจากการยิงเป้า มาฉีดยา
ปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการประหารชีวิตนักโทษคราใด ก็มักมีเสียงคัดค้าน และเรียกร้องจากฝ่ายสิทธิมนุษชนและองค์กรศาสนาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการที่จะให้มีการยกเลิก โทษประหารชีวิตเสีย โดยให้เหตุผลว่าเป็นวิธีการลงโทษที่ทารุณโหดร้าย ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน แต่โดยเหตุ ที่ในขณะนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถยกเลิกโทษประหารชีวิตได้ อันเนื่องมาจากกระแสเรียกร้องจากฝ่ายผู้เสียหาย ดังนั้น จึงได้พิจารณาที่จะเปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตจากวิธีการยิงด้วยปืนเป็นวิธีการประหารโดยฉีดสารพิษ เพราะพิจารณาเห็นว่าเป็นวิธีที่มีความโหดร้ายน้อยลง น่าจะเป็นการลดแรงกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและ องค์กรศาสนาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศลงได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการสอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหลักสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและ สิทธิทางการเมืองที่กำหนดให้การลงโทษต้องไม่ใช้วิธีการที่ทารุณโหดร้าย
9. ความนิยมใช้วิธีการนี้ในต่างประเทศที่ไหนบ้าง
เริ่มแรกที่สหรัฐ โดยมลรัฐต่างๆ 33 รัฐ ที่ยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ ได้เปลี่ยนจากการประหารโดยใช้เก้าอี้ ไฟฟ้ามาเป็นการฉีดสารพิษแทนหลายรัฐ ในประเทศอื่นๆ ก็ได้เริ่มนำไปใช้ เช่น จีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน กัวเตมาลา เป็นต้น
8. เตรียมอุปกรณ์
ห้องประหารคงใช้ห้องประหารของเรือนจำกลางบางขวางที่เดิมเพียงแต่จัดอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจัดหาเตียง เครื่องฉีดยา เครื่องตรวจ สอบการเต้นของหัวใจ และยาเท่านั้น ด้านบุคลากรก็ใช้ชุดเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากการกดไกปืนมาเป็นการกดปุ่มปล่อยยาแต่อาจต้องฝึกการแทง เข็มเข้าเส้น และการเฝ้าดูการไหลของยาเท่านั้น
7. สารพิษที่นำมาใช้ นำมาจากไหน มีประสิทธิภาพอย่างไร
สาพิษที่ว่ามี 3 ชนิด คือ 1.โซเดียม เพท โททัล (Sodium Pentothal) ใช้ประมาณ 20-25 cc ยาตัวนี้จะทำให้หลับ เพื่อให้การฉีดสารพิษ อื่นๆ กระทำได้ง่ายขึ้น ปกติยาชนิดนี้จะเป็นยาผง ซองหนึ่งละลายน้ำในปริมาณ 20 cc ราคา 45 บาท 2.เพนคูโรเนียม โบมาย (Pancuronium bromide) ปริมาณ 50 cc ยาตัวนี้จะทำให้ระบบการหายใจหยุดงาน แต่ยังไม่เสียชีวิต ยาชนิดนี้เป็นยาน้ำ ราคา 48 บาท ต่อ 50 cc 3.โปทาสเซียม คลอไรด์ (Potassium Chloride) 50 cc เพื่อทำให้หัวใจหยุดเต้น ราคา 12 บาท ต่อ 20 cc ดังนั้น 50 cc ราคาประมาณ 30 บาท
6. ขั้นตอนการฉีดสารพิษเป็นอย่างไร
การใช้ยาจะต้องฉีดยาตัวแรกก่อนเพื่อให้หลับ จากนั้นจึงปล่อยยาตัวที่สองและสามตามลำดับ ผู้ถูก ประหารจะเสียชีวิตในทันที การตรวจสอบการเสียชีวิต จะมีเครื่องวัดการเต้นของหัวใจให้กรรมการได้ตรวจสอบและมีแพทย์ ไปตรวจร่างกายหลังการประหารตามปกติ การฉีดจะไม่ใช้เข็มฉีดยา แต่จะใช้เครื่องฉีดซึ่งอาจเป็นแบบอัตโนมัติกดปุ่มแล้วเครื่องทำงานเอง หรือ ใช้มือกด เพื่อผลักให้ตัวยาเคลื่อนเข้าสู่เส้นเลือดดำ เครื่องมือนี้มีใช้ในวงการแพทย์ทั่วไป หากเป็น เครื่องอัตโนมัติ ราคาประมาณ 50,000 - 60,000 บาท ถ้าเป็นเครื่องที่ใช้มือราคา 2,000 บาท
5. ในการฉีดสารพิษแต่ละครั้ง ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร
เฉพาะค่ายา 200 บาท ส่วนค่าเบี้ยเลี้ยงเพชฌฆาต หรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ เท่าเดิมในการประหารด้วยปืน (เพชฌ ฆาต 2,000 บาท เจ้าหน้าที่ต่างๆ ไม่เกิน 10 คน เป็นเงิน 2,000 บาท ถวายพระอีก 500 บาท)
4. ยาที่ฉีด ถ้าแพร่หลายออกไปจะเป็นอันตรายหรือไม่
ยาที่ใช้ฉีดเป็นยารักษาโรคถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าให้เกินขนาดก็ถึงตายจึงไม่สามารถไปใช้ใส่เข็ม นำไปฉีดคนทั่วไปได้ การจะทำให้ตายได้ต้องใช้ปริมาณมาก และยาทุกชนิดถ้าใช้เกินขนาดก็ถึงตายทั้งนั้น
3. จะมีการเสนอวิธีประหารด้วยวิธีอื่นหรือไม่ เช่น เก้าอี้ไฟฟ้า
วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ใหม่ที่สุด และมีมนุษยธรรมที่สุด ประเทศที่มีการประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า หรือ รมด้วยก๊าซ จะเปลี่ยนมาเป็นการฉีดยา แต่ในอนาคตหากประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตอยู่ และมีวิธีการประหารชีวิตใหม่ๆ ก็คงจะต้องพิจารณากันต่อไป
2. ถ้าจะมีการทุจริต แกล้งตายได้หรือไม่
ทำได้ยาก เพราะในการประหารชีวิตด้วยวิธีนี้ จะมีเครื่องบอกการเต้นของหัวใจมีแพทย์ตรวจยืนยันการตาย มีการตรวจเช็คยาให้แน่ชัด มีคณะกรรมการจากหลายฝ่าย ทั้งจังหวัดอัยการ ตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ และ มีการเก็บศพไว้ตรวจสอบ
1. แพทย์เกี่ยวกับการประหารหรือไม่
ไม่เกียวข้อง แพทย์จะเข้ามาเมื่อการประหารเสร็จสิ้นแล้ว เป็นแนวทางปฎิบัติของทุกประเทศ

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น