10 สมาชิกสภาผู้เเทนราษฏร ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ประจำปี 2556

update :18/11/2013 17:01
views : 2382
ที่มา : toptenthailand
เมื่อกล่าวถึง สภา หลายคนก็จะทำหน้าเบ้ ประมาณว่า เเค่ฟังก็น่าเบื่อเเล้ว วันนี้ toptenthailand ขอนำเสนอสิ่งที่คอยเติมเต็มสีสันของสภาไทย นั่นก็คือ "นักการเมือง" นั่นเอง .......หลายคนมักจะมีนักการเมืองที่ตนเอง นึกถึง ชื่นชอบ รัก หรือ เกลียด อยู่เป็นที่เเน่นอน ในวันนี้ ทีมงาน toptenthailand จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการ ในหัวข้อ " 10 นักการเมืองที่ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก ประจำปี 2556 " งานนี้จะ รัก จะเกลียด จะนิยม จะติดตาม หรือ รู้จักกันส่วนตัว ก็นับหมดครับ.....

การรวบรวมเเละจัดอันดับในหัวข้อ 10 ส.ส.ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ประจำปี 2556 เป็นการจัดอันดับอย่างไม่เป็นทางการ เชิงสถิติ โดยกลุ่มอาสาสมัครของ toptenthailand ทุกเพศทุกวัยที่ทั้งที่เป็นคอการเมืองและไม่ใช่ โดย ทาง toptenthailand มิได้มีเจตนาชี้นำประชาชนด้วยข้อมูลนี้เเต่อย่างไร
10. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
ผศ.ดร.ไตรรงค์ หรือที่มักเรียกกันว่า อาจารย์ไตรรงค์ เป็นเลขานุการส่วนตัวของ ศาสตราจารย์ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เมื่อครั้ง ศ.ดร.ป๋วย ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอยู่ในมหาวิทยาลัยในเช้าวันเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาด้วย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหาจากฝ่ายอนุรักษนิยมพร้อมกับ ศ.ดร.ป๋วย จากความที่เป็นนักพูดที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้นี้ ทำให้น้ำเสียงที่ติดสำเนียงใต้และลีลาการพูดจาในแบบฉบับของ ดร.ไตรรงค์ ถูกเลียนแบบตามในสื่อมวลชนโดยเฉพาะในสายบันเทิง หรือในรายการล้อการเมืองเสมอๆ โดยผู้ที่เลียนเสียงของ ดร.ไตรรงค์ ที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จึงเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปนั้นเอง ดร ไตรรงค์นั้นมีคนเคารพรักมาก อีกท่านหนึ่ง ในเเวดวงการเมือง และเเม้ว่าเขาจะอภิปรายดุเดือดเเค่ไหน ก็หาตัว สส คนอื่นๆที่เกลียดท่านได้ยากมาก
9. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นักการเมืองชายหนุ่มรูปงาม ที่หลายคนเรียกว่า “มาร์ค” หรือ หล่อใหญ่ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ถือเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นศิษย์เอกของนายชวนหลีกภัย และ ด้วยดีกรีการศึกษาจาก อ็อกซ์ฟอร์ดประเทศอังกฤษ ทำให้มีสมองที่เป็นเลิศ วาทะศิลป์ระดับเทพมาจุติ ภาษาไทยฉะฉานคมคาย ประดุจมีดโกนรุ่นไฮเทค ภาษาอังกฤษ ก็เก่งระดับที่หลับตาฟังเเล้วนึกว่าฝรั่ง จึงหาคนที่จะอภิปรายหรือปะทะคารมชนะเขาคนนี้ยากเหลือเกิน นายอภิสิทธิ์ มักจะถูกกล่าวหาเรื่อง “หนีทหาร” หรือการ “ถือสองสัญชาติ” เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็น “หัวหน้ารัฐบาลเเละคณะรัฐมนตรีคณะที่ 59” ของไทย และสิ้นสุดการทำงานลงเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 ปัจจุบันยังมีบทบาทการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยยังเป็นผู้นำการอภิปรายต่างๆอย่างดุเดือด
8. บุญยอด สุขถิ่นไทย
อดีตผู้ประกาศข่าว และอดีตนักจัดรายการวิทยุชาวไทย ที่ค้นพบว่า ระบอบทักษิณมีหลายอย่างที่ไม่ถูกต้อง จึงผันตัวเองมาเล่นการเมืองเต็มตัว โดยนาย บุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ลงสมัคร สส และได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่ใน สภา ปัจจุบันนี้ถือว่า นาย บุญยอด มีบทบาท ที่โดนเด่นอย่างมาก โดยมักถูกวางตัวเป็น ขุนพล ตัวหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ในการอภิปราย ในวาระต่างๆ เลยทำให้คนที่ติดตามข่าว และวิทยุส่วนใหญ่ที่ได้รู้จัก “บุญยอด” อยู่แล้วพากันหยุดดูหรือฟังการอภิปรายอยู่เสมอ ล่าสุดนาย บุญยอด ยังได้ฉายาสบประมาทจาก “จ่าประสิทธิ์ ” ที่เรียกนายบุญยอดว่า “เจ๊” อีกด้วย ในเรื่องนี้ทางทีมงาน toptenthailand ได้หาข่าวเชิงลึกค้นพบว่า นาย บุณยอดนั้น เป็นชายเเท้เเน่นอน ชอบสตรีเพศอย่างเเน่เเท้ .......นายบุญยอด ยังเป็นอีกคนที่จี้ให้ “ขุนค้อน” ตรวจสอบการกดบัตรแทนกัน และ เป็นหนึ่งใน สส ธงฟ้า ที่ ชาวเสื้อเเดงเกลียดมากที่สุดด้วย
7. สุนัย จุลพงศธร
นายสุนัย จุลพงศธร เป็น อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง นายสุนัย เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อเขาขึ้นอภิปรายตอบโต้ฝ่ายค้าน ในขณะที่เขาสังกัดพรรคพลังประชาชน โดยการเปิดโปงเส้นทางเงินทุนที่เชื่อมโยงระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนกระทั่งถึงการโจมตีผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของพันธมิตรฯ อย่างร้อนแรง คอการเมืองจะจำนาย สุนัย จุลพงศธร ได้ดีในลักษณะ ชาย ผิวคล้ำ มีรอยยิ้ม แบบกูเเน่จริง ผมสีขาวโพลน และ มักลุกขึ้นปะทะคารม กับ สส ฝ่ายตรงข้ามอย่างดุเดือด สำหรับ นาย สุนัย จุลพงศธร ทีมงาน toptenthailand ขอยอกให้เป็น ดาวประท้วง อีกหนึ่งตำเเหน่ง
6. รังสิมา รอดรัศมี
รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสาวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น สส ที่มีฝีปากกล้าไม่กลัวชายขี้เมาคนใดในสภา และถือเป็นคู่ปรับของ “จ่าประสิทธิ์” อีกด้วย แถมยังเคยได้ฉายา “ดาวเด่น” จากบทบาทที่โดดเด่นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในกรณีอุทกภัย พ.ศ. 2554 แถมยังมีบทบาทในการทักท้วงหรือต่อต้านการกดบัตรแทนกันของ ส.ส. ผลงานที่ส่งนางรังสิมา ให้ขึ้นหน้าหนึ่ง นสพ ทั่วประเทศ ล่าสุดคือ การกระชาก ลากประธานสภา ลงจากบัลลังก์ และ ด่ากราดนายเฉลิมที่เเซวเธอว่า เมารัก อยากรู้เรื่องทั้งหมด ต้องถามคอการเมือง เพราะ เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครไม่รู้
5. จตุพร พรหมพันธุ์
เป็นชายผู้มีบุคลิกภาพดุเดือด เเจ้งเกิดในการเป็นผู้นำม็อบ นปช เป็นคนที่คนเสื้อเเดงรักมาก นิยมมาก หลงมากคนหนึ่ง และ มีวาทะศิลป์ไม่เป็นรองใคร ปัจจุบันก้าวสู่การเป็น ส.ส. อย่างเต็มตัว และมักปะทะคารมกับฝ่ายตรงข้ามอย่างฉะฉาน นายจตุพรที่เป็นที่รู้จักไปทั่วไม่ได้ถูกขนานนามว่า สส จตุพร ไม่ .....เพราะชาวบ้านยังคงติดปากว่า ตู่ จตุพร “แกนนำเสื้อแดง” อยู่ไม่ขาดปาก...... ล่าสุดมีข่าวว่าอกหักจากการเป็น รัฐมนตรี โดยมี นายณัฐวุฒ ใสยเกื้อ คู่ดูโอ้ในเวทีเเดง เเซงไปเป็นรมช เป็นทีเรียบร้อย งานนี้ จะน้อยใจไหมอยากรู้ต้องไปถามเอาเอง
4. สุเทพ เทือกสุบรรณ
เทพ เทือก!! คือ คนสำคัญที่มีส่วนที่จุดประเด็นเเละประกายให้มีการยุบพรรคไทยรักไทย เเต่เราเชื่อว่าคนไทยได้ลืมไปแล้ว เเต่ พตท ทักษิณ ชินวัตร คงไม่ลืมเป็นเเน่เเท้ .......นายสุเทพเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์.......ได้ฉายาว่า “เทพ เทือก” ก็คือการเรียกชื่อและนามสกุลให้สั้นลงนั้นแหละ ถือเป็นตัวแปรสำคัญคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นนักการเมืองอีกคนที่ไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เชื่อกันว่านอกจากฝีปากที่หาคนปะทะด้วยยากแแล้ว เขาคนนี้ยังมีมันสมองระดัพเทพการเมือง และคอยขับเคลื่อนโยบายพรรคหรือ เป็นกุนซือในคราที่เกิดการเมืองนอกสภา อยู่เสมอๆ
3. จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
ท่านที่ได้เฝ้าดูการอภิปรายอยู่บ่อยๆจะร้องอ๋อทันที เมื่อกล่าวถึง ขุนพลฝีปากกล้าเเห่งค่าย ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่มักจะเปิดฉากประท้วงและปะทะคารมกับฝั่งตรงข้ามอย่างดุเด็ดเผ็ดมันอยู่เป็นนิจ และบุคคลท่านนี้ที่สภาไทยและคอการเมืองไม่มีทางไม่รู้จักก็คือ “จ่าประสิทธิ์ ” ...........บางครั้งหากแกขึ้นอภิปราย หรือยกมือแย้งท่านอื่น เป็นอันสะเทือนวิปฝ่ายค้าน มิหนำซ้ำ อย่างกรณีล่าสุดจ่าประสิทธิ์เอง “ชูรองเท้า” ขึ้นในขณะอยู่ในสภา เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เพราะไม่ “เหมาะสม” และยังขู่กร่างจะเอารองเท้ายัดปาก “ส.ว.” ท่านหนึ่งอีกด้วย นับเป็นการปีนเกลียวใส่สภาสูงอย่าง โหดแท้ ในบางครั้งจ่าประสิทธิ์ก็ได้ฉายาจากบางท่านว่า “จ่าเซาะกราว ”
2. ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
ด้วยเส้นทางอันเเสนทรหด จากเจ้าพ่ออ่าง ผันตนเองมาสู่การเป็นนักการเมืองมืออาชีพ ด้วยการเปิดตัวเองว่าจะล้างบางตำรวจโกง และครองใจประชาชนด้วยลีลาการเเฉอย่างอหังการ ไม่เกรงหน้าใหนทั้งนั้น เขาคนนี้คือ “จอมแฉ” เเห่งวงการเมืองไทย ในชั่วโมงนี้เชื่อว่าทุกคนต้องยกให้ “เฮียชู” ช่วงที่ผ่านมาเฮียชูจัดเต็มกับ “บ่อน” โดยออกโรงแฉบ่อนใหญ่ที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง หรือบ่อนที่มีเจ้าของเป็นผู้มีอิทธิพล และที่เด็ดสุดก็คงจะไม่พ้น “นาฬิกา” และ “เก้าอี้” ในสภาที่มีราคาแพงหูฉีก เรียกได้ว่า “แพงเกิน” เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถือเป็นคนที่สร้างสีสันการเมืองมากที่สุด ในสมัยปัจจุบันนี้ นายชูวิทย์ ยังกลายเป็นคู่กัดตลอดการของ นายบรรหาร ศิลปอาชา และ นายเฉลิม อยู่บำรุง ไปแล้ว เฮียชูคน เดียวปะทะ สองใหญ่ ใครจะทนทานได้นานกว่ากันต้องรอดู
1. เฉลิม อยู่บำรุง
เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาหมาดๆไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายเฉลิมอยู่บำรุง ได้เเถลงด้วยตนเองว่า สบายดี ทำให้เเฟนคลับใจชื้น ส่วนชาวสภายังสบายใจว่า สภาจะไม่เงียบเหงาไปไหน .......สำหรับคอการเมืองคนไทยเเล้วนี้ หากจะพูดถึงนักการเมืองที่ “เก๋าเกมส์” ต้องไม่มีใครไม่รู้จัก “เฉลิม อยู่บำรุง” ถือเป็นนักการเมืองที่เล่นการเมืองมาอย่างยาวนาน และก้าวขึ้นสู่จุดที่เรียกว่า “สูงสุด” โดยบรรดาคนที่สนับสนุนมักจะให้ฉายาว่า “กันชนตระกูลชิน” หากเป็นเหล่าคนที่ไม่ชอบมักจะเรียกว่า “เป็ดเหลิม” และท่านมักจะเป็นคนที่สร้างสีสันไม่น้อย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น