10 อันดับแหล่งเที่ยวสุดฮิต ที่ซานฟรานซิสโก ประจำปี 2556

update :12/11/2013 16:30
views : 2288
ที่มา :
ซานฟรานซิสโก หรือ แซนแฟรนซิสโก (San Francisco) คือเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีประชากร ประมาณ 808,976 คน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นประชากรเป็นอันดับสองของประเทศ เมืองซานฟรานซิสโกตั้งอยู่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก
ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากในซานฟรานซิสโกคือชาวสเปน โดยในปี ค.ศ. 1776 เมืองมีชื่อว่า เซนต์ฟรานซิส (St. Francis) ในภายหลังจากช่วงยุคตื่นทองในปี ค.ศ. 1848 ทำให้ประชากรในซานฟรานซิสโกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมืองเติบโตอย่างมาก ถึงแม้ว่าซานฟรานซิสโกจะประสบปัญหา แผ่นดินไหวและไฟ้ไหม้ขนาดใหญ่ในช่วงปี ค.ศ. 1906 ซานฟรานซิสโกกลับฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และได้ชื่อว่าเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในแถบชายฝั่งตะวันตกของประเทศ

ซานฟรานซิสโกมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเขา และมีชายฝั่งติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก สัญลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของเมืองซานฟรานซิสโกได้แก่ สะพานโกลเดนเกต และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้แก่ เกาะอัลคาทราซ รถรางซานฟรานซิสโก Pier 39 และ ถนนลอมบาร์ด ทีมกีฬา อเมริกันฟุตบอล ที่สำคัญได้แก่ ซานฟรานซิสโก 49ers เป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ และชาวเอเชียอาศัยที่อ่าวซานฟรานซิโกเป็นจำนวนมาก
10. Red and White Ferry
ข้ามฟากจาก Fisherman’s Wharf ไปเที่ยว Sausalito ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง และได้ชมทิวทัศน์สองข้างทางไปด้วย ที่ Sausalito มีร้านขายของเล็กๆ และจากที่นี่จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองซานฟรานซิสโก
9. Alamo Square
เป็นย่านที่มีบ้านแบบวิคตอเรียนสไตล์ ประมาณ 1,900 หลัง ในขณะที่ใจกลางเมืองมีตึกสูงๆ ผุดขึ้นมากมาย เมื่อชมบ้านเรือนเก่าแก่จะทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของที่นี่
8. North Beach
ย่าน North Beach ในซานฟรานซิสโก คงจะเปรียบได้กับ Quartier Latin ในปารีส Greenwich Village ในนิวยอร์ค หรือ หน้าพระลานในบ้านเรา น่าแปลกที่แม้ว่านักท่องเที่ยวจะยุบยับเต็มเมือง แต่กลุ่มศิลปินหลากหลายแขนง รวมทั้งคนพื้นเพ ก็ยังมีวิถีชีวิตสอดแทรกอยู่ควบคู่กันไปอย่างไม่ขาดตอน North Beach จะเป็นย่านที่คนอิตาเลี่ยนอยู่เยอะ ดังนั้นร้านอาหารอิตาเลี่ยนเก่าๆ ดังๆ จะมีตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนนนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มศิลปินและคนทั่วไปที่คลั่งไคล้วิถีชีวิตแบบ Beatnik
7. Chinatown
Chinatown อยู่ไม่ไกลนักจาก Union Square ถ้าคุณเดินไปตามถนน Grant ซึ่งเป็นถนนเก่าแก่ที่สุดในเมือง คุณจะมองเห็นประตูทางเข้าที่เรียกว่า Dragon Gate หรือ ประตูมังกรได้โดยง่าย ที่นี่จัดเป็น Chinatown ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา (จะเป็นรองก็แต่ Chinatown ใน New York) ย่านนี้ถือเป็นสวรรค์ของชาวเอเชียอย่างพวกเรา เพราะว่านอกจากคุณจะหาซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากประเทศต่างๆ ในเอเชียซึ่งรวมถึงของไทยเราด้วยแล้ว ยังมีร้านอาหารจีนทั่วทั้งถนนให้คุณได้อิ่มอร่อยในราคากันเองสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่ เกี๊ยว หมูแดง เป็ดย่าง ติ่มซำ แล้วก็ยังมีอาหารสด พวกกุ้ง หอย ปู ปลา หรือผลไม้สดๆ ให้เลือกซื้อทานกันด้วย รับรองว่าถ้าคุณกำลังคิดถึงบ้านที่นี่จะทำให้คุณลืมเมืองไทยไปได้พักใหญ่ๆ ทีเดียว
6. Cable Cars
รถรางซานฟราน มีลักษณะคล้ายตู้รถไฟสั้นๆ วิ่งตามรางบนถนนเดียวกับรถยนต์แต่ไม่ชนกัน ฟังดูก็คงคิดใช่มั้ยว่ามันวิเศษยังไง ก็แค่เป็นรถเคเบิ้ลที่เดียวในโลกที่ใช้คนขับ และเปิดให้บริการมาร้อยกว่าปี เสียงกระดิ่ง ดิ่ง ดิ่ง ดิ่ง สลับกับเสียงนักท่องเที่ยวกรี๊ดกร๊าดอยู่บนรถ รถวิ่งขึ้นเขาลงเนิน ผ่านกลางถนน ท่ามกลางตึกสูงและบ้านทรงวิคตอเรียสไตล์ (Victorian- style home) ที่คล้ายบ้านในการ์ตูน แถมวิ่งเรียบชายฝั่ง รับลมทะเลเย็นชื่นใจ เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่างมาก
5. Alcatraz Island
นับเป็นเวลาหลายทศวรรษทีเดียว (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934 ถึง 1963) ที่ชื่อเรือนจำอัลคาทราซมีการเอ่ยขึ้นในห้องพิจารณาคดีเมื่อใดก็จะเกิดความหวาดผวาว่าจะต้องถูกคุมขังในป้อมปราการในเกาะกลางทะเลแห่งนี้ ในปัจจุบันที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ แต่แม้กระทั่งเมื่อมองจากผืนแผ่นดินใหญ่ เกาะที่มีแต่ก้อนหินนี้ก็ยังแผ่บรรยากาศความโดดเดี่ยวให้รู้สึกได้ นี่คือสถานที่สุดโหดที่เคยคุมขังอาชญากรร้ายกาจที่สุดหลายๆ คนในประเทศ เช่น อัล คาโปน จอร์จ เคลลี หรือ "ปืนกล" และอัลวิน คาร์พิส ฉายา "ชวนสยอง" เกาะอัลคาทราซตั้งอยู่ในอ่าวซานฟรานซิสโก ใช้เวลาเดินทาง 15 นาทีด้วยเรือเฟอรี่ที่ให้บริการโดย Alcatrz Cruises จากท่าเรือ 33 ที่ Embarcadero ตั๋วแบบไปกลับจะรวมทัวร์ห้องคุมขังพร้อมเสียงบรรยาย เมื่อขึ้นไปที่เกาะคุณสามารถเที่ยวทัวร์ฟรีกับอาสาสมัครหรือไกด์นำเที่ยวของอุทยานแห่งชาติ หรือจะหยิบโบรชัวร์ที่ท่าเรือเฟอรี่แล้วเดินเที่ยวเองก็ได้
4. Fisherman’s Wharf
Fisherman’s Wharf เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ริมน้ำที่สำคัญของเมืองนี้ แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของครอบ ครัวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน San Francisco เพราะนอกจากจะเป็นที่จอดเรือของชาวประมงแล้ว ยังติดกับ Pier 39 หรือ ท่าเรือเลขที่ 39 ที่เต็มไปด้วยร้านค้า สวนสนุกขนาดย่อม และร้านอาหารเช่น Pier Restaurants, Hard Rock Cafe และยังมี Aquarium of the Bay หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีสัตว์ทะเลนานาชนิด Pier 39 ยังเป็นที่อยู่และที่อาบแดดของเหล่าสิงโตทะเล ที่มาอวดโฉมร้องส่งเสียงดังสร้างสีสันให้กับย่านนี้เป็นอย่างมาก
3. พิพิธภัณฑ์ Exploratorium
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดของซานฟรานซิสโก เป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปะวิชาการ ฯลฯ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์
2. Japanese Tea Garden
Japanese Tea Garden เป็นส่วนสวยที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ทั้งสมุนไพร ทะเลสาบ สถานที่นี้ยังเคยถูกใช้ในการจัดงาน 1984 World’s Fair ซึ่งใครต้องการสถานที่ จิบชา ชมน้ำตก ดูแม่น้ำ ก็ต้องไปที่นี้เลย
1. Golden Gate Bridge
สะพานโกลเดนเกต (อังกฤษ: Golden Gate Bridge) ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาสร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน พบว่าอยู่ในอันดับที่ 5 ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น