10 อันดับการละเล่นพื้นบ้านของไทย

update :7/11/2013 10:47
views : 3004
ที่มา :
การละเล่นของเด็กไทยมีมาแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่อยู่คู่กันเด็กไทยมานานและยังแสดงถึงชนชาติไทยหรือท้องถิ่นของไทย และยังเป็นการละเล่นไทยที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นและยังมีการละเล่นของเด็ก ๆ ให้เราเห็นในปัจจุบันจึงแสดงให้เห็นว่าการละเล่นของไทยนั้นไม่ได้หายไปจากสังคมในยุคปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย และยังมีการนำการละเล่นมาจัดในงานของโรงเรียนหรืองานต่างเพื่อเป็นการแข่งขันเพิ่มความสนุกอีกด้วย
10. ตีลูกล้อ
ผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน กำหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยไว้แต่ละคนนำลูกล้อของตัวเองมาที่จุดเริ่มต้น และวิ่งเอาไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งเรื่อยๆ แข่งกันว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อนกันใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นก็ชนะ
9. ปิดตาตีหม้อ
จำนวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน วางหม้อดิน เรียงเป็นแถวห่างกันพอสมควรตามจำนวนผู้เล่น จัดผู้เล่นเรียงตามแถวงหม้อ เดินถอยออกมาให้ห่างหม้อพอสมควร แล้วผูกตาผู้เล่น หมุนผู้เล่นหลายๆรอบ แล้วจัดผู้เล่นให้หันไปทางหม้อ ให้ผู้เล่นเดินไปข้างหน้าเพื่อตีหม้อของตนให้ถูก ถ้าตีไม่ถูกก็เป็นฝ่ายแพ้หรือในปัจจุบันมีการใช้ปีบหรือแตงโมมาใช้ในการเล่นตีด้วย
8. เดินกะลา
การเดินกะลานั้นโดยผู้เล่นจะต้องนำกะลามะพร้าว 2 อันมาเจาะรูตรงกลาง ร้อยเชือกให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้เชือกหลุดเวลาเดิน เวลาเดินให้ใช้นิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้คีบเชือกเอาไว้แล้วเดินอาจจัดแข่ง เดินกะลา ได้ด้วยการกำหนดเส้นชัยไว้ใครเดินถึงก่อนก็เป็นผู้ชนะไป
7. ม้าก้านกล้วย
ไม่จำกัดจำนวน ผู้เล่นนำก้านกล้วยมาตัดเป็นรูปม้า ตอนโคนเป็นหัว ตอนปลายเป็นหาง ใช้สายจากก้านกล้วยมัดเพื่อคล้องบ่านำขึ้นขี่เล่นแล้ววิ่งไปรอบๆ ทำท่าเหมือนขี่ม้า ทุกคนจะแข่งกันว่าใครจะวิ่งได้เร็วกว่ากันก็จะเป็นผู้ชนะ
6. ว่าวไทย
การแข่งขันว่าวเป็นกีฬาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความสามารถของผู้ทำว่าวและผู้ชักว่าวเป็นอย่างมากต้องใช้ความประณีต ความแข็งแรง ความมีไหวพริบ และข้อสำคัญต้องอาศัยความพร้อมเพรียงด้วย ว่าวเป็นกีฬาที่ต้องใช้ที่โล่งในการเล่นเป็นอย่างมากเพื่ออาศัยแรงลมด้วย และว่าวนั้นมีหลายแบบซึงว่าวแต่ละแบบจะบงบอกถึงแต่ละถิ่นด้วย
5. รีรีข้าวสาร
ต้องมีผู้เล่น 2 คนหันหน้าเข้าหากัน และเอามือประสานกันไว้เป็นรูปซุ้ม ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆ จะกี่คนก็ได้จะยืนเกาะเอวกันไว้ตามลำดับ หัวแถวจะพาขบวนลอดซุ้มพร้อมร้องเพลง "รีรีข้าวสาร" จนเมื่อถึงประโยคที่ว่า "คอยพานคนข้างหลังไว้" ผู้ที่ประสานมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันไม่ให้คนสุดท้ายผ่านเข้าไป เรียกว่า "คัดคน" และเล่นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนคนหมด
4. มอญซ่อนผ้า
มีผ้า 1 ผืน เป็นอุปกรณ์การเล่น จับไม้สั้นไม้ยาวเลือกคนที่เป็นมอญคนอื่นๆ นั่งล้อมวง คนที่เป็นมอญจะถือผาไว้ในมือเดินวนอยู่นอกวง คนที่นั่งล้อมวงอยู่จะร้องเพลง ระหว่างนั้นคนที่เป็นมอญ จะทิ้งผ้าไว้หลังใครก็ถ้าเพลงจบแล้วผ้าอยู่ที่ใครคนนั้นต้องเป็นคนออกมาไล่คนอื่นต่อเพื่อให้กลับมานั่งที่ของตัวเองให้ทัน เพลงร้องประกอบ : มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ
3. งูกินหาง
เป็นการละเล่นของเด็กไทยสมัยโบราณไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น โดยกำหนดให้คนหนึ่งเป็นพ่องู อีกคนหนึ่งเป็นแม่งู พ่องูยืนหันหน้าเข้าหาแม่งู นอกนั้นเป็นลูกงูจับเอวกันเป็นแถวยาว ความยาวของลูกงูนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้เล่น ในการเล่นจะมีเพลงที่ใช้ร้องตอบกันไปมาด้วย จนกว่าพ่องูจะจับลูกงูกินจนหมด เพื่อแย่ลูกงูไปอยู่กับพ่องู
2. เล่นซ้อนหา โป้งแปะ
"เล่นซ่อนหา" หรือ "โป้งแปะ" เป็นหนึ่งในการละเล่นพื้นบ้านที่มีมาช้านาน และยังได้รับความนิยมอยู่ทุกยุคทุกสมัย เพราะกติกาง่าย แถมสนุก จนถึงวันนี้ก็ยังมีเด็ก ๆ จับกลุ่มกันเล่นซ่อนหาให้เห็นกันอยู่
1. หมากเก็บ
เป็นการละเล่นของเด็กผู้หญิงที่มีคนมากตั้งแต่สองคนขึ้นไป แล้วใช้ก้อนหินในการเล่น 5 ลูกขึ้นไปในการเล่น

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น