10 เรื่องน่ารู้ของวันฮาโลวีน

update :29/10/2013 15:06
views : 4982
ที่มา :
หากจะพูดถึงเทศกาลผีๆ ต้องบอกว่า “ฮาโลวีน” เป็นวันผีๆ ที่โด่งดังที่สุดในโลก ทุกๆ ปี จะมีการจัดงานเทศกาลขึ้นทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึง “ปาร์ตี้” แต่งตัวแบบผีๆ อีกด้วย แต่จะมีกี่คนที่รู้เรื่องราวของเป็นมาของเทศกาลก้องโลกนี้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ทีมงาน toptenthailand ขออาสาพาไปชมเองใน 10 เรื่องน่ารู้ของวัน ฮาโลวีน
เครดิต : คุณชายสิบหน้า
แหล่งที่มา : Toptenthailand
10. สีประจำวัน
สีส้มและดำเป็นสีประจำของวันฮาโลวีน
9. สัญลักษณ์
ตัวแจ็คโอแลนเทิร์นเป็นสัญลักษณ์
8. กิจกรรมประจำเทศกาล
กิจกรรมประจำเทศกาลก็จะมีการเล่น ‘trick or treat’ เป็นการละเล่นในวันฮัลโลวีน เมื่อถึงเวลายามเย็นถึงดึก เด็กๆ จะแต่งตัวแฟนซีเป็นภูติ ผี แม่มด หรือ นางฟ้า ไปเคาะประตูพร้อมกับตะเกียงฟักทอง (ฟักทองที่แกะสลักเป็นรูปหน้าปิศาจแล้วใส่โคมไฟในนั้น, Jack o' Lantern) แล้วก็พูดกับเจ้าของบ้านว่า "trick or treat" ถ้าเจ้าของบ้านบอกว่า "treat" จะได้ความหมายว่า "เลี้ยง" หรือประมาณว่า ฉันยอมแพ้แล้ว เอาลูกกวาดไปเถอะ โดยจำนวนลูกกวาดแล้วแต่ความพอใจของเจ้าของบ้าน ถ้ามาก ก็คือเด็กๆ แต่งตัวได้ถูกใจ แต่ถ้าน้อย คือ เด็กๆ แต่งตัวได้แย่ในสายตาของคนคนนั้น แต่ถ้าพูดว่า "trick" หรือ "หลอก" ก็แปลว่า ฉันไม่ยอม เด็กๆ ก็จะหาทริกมาหลอกเจ้าของบ้าน หลังจากนั้น เจ้าของบ้านก็จะให้ลูกกวาด และไม่ว่าเจ้าของบ้านจะพูดว่าอย่างไร ก็จะจบด้วยเสียงหัวเราะ และเด็กๆ ก็จะได้ลูกกวาด
7. อาหาร
เนื่องจากเป็นฤดูการเก็บเกี่ยวแอปเปิล อมยิ้มแอปเปิลจึงกลายมาเป็นขนมประจำเทศกาล (รู้จักกันในชื่อของ ทอฟฟี่แอปเปิล ภายนอกอเมริกาเหนือ) อมยิ้มแอปเปิลเคลือบคาราเมล หรือลูกกวาดแอปเปิล กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Treat ในเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งมีวิธีทำ คือ กลิ้งลูกแอปเปิลบนน้ำเชื่อม บางครั้งก็มีการเพิ่มถั่วเข้าไปด้วย อีกหนึ่งอาหารของชาวไอริชที่ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ เค้กลูกเกด เป็นเค้กผลไม้แบบเบาๆ ซึ่งจะสอดไส้ แหวน เหรียญ หรือสิ่งต่างๆเข้าไปก่อนอบ และหากใครกินเข้าไปแล้วเจอแหวน ก็จะได้พบกับรักแท้ในปีต่อมา ซึ่งจะคล้ายกับประเพณี “King cake” ในเทศกาล Epiphany
6. ฟักทอง
ตำนานตะเกียงฟักทองหรือ ประเพณีแจ็ค โอ แลนเทริน (Jack-O-Lanterns) ตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ได้เล่าไว้ว่า มีผู้ชายชื่อว่า แจ็ค โอ แลนเทิร์น ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องดื่มเหล้าเมายาและมีกลลวงมากมาย เคยหลอกให้ซาตานปีนขึ้นไปบนต้นไม้ หลังจากนั้นแจ็คก็จะจัดการแกะสลักรูปไม้กางเขนลงไปบนลำต้นของต้นไม้นั้น ซึ่งทำให้ซาตานลงจากต้นไม้ไม่ได้ แล้วแจ็คก็ได้ทำการต่อรองกับซาตานว่าถ้าซาตานจะไม่จับตัวเขาไปเขาสัญญาว่าจะปล่อยซาตานลงจากต้นไม้นั้น หลังจากแจ็ค โอ แลนเทริน ได้ตายไปแล้ว เขาปฏิเสธที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะไปอยู่ที่นรกเพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับซาตานไว้ดั้งนั้นซาตานได้ให้ถ่านไฟแก่เขาหนึ่งก้อนแทน เพื่อที่จะให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดและหนาวเย็น ถ่านไฟก้อนนั้นได้ถูกใส่ไว้ข้างในของผักกาดที่กลวงแล้วเพื่อที่จะให้มันจุดอยู่ได้นาน คนอังกฤษใช้ผักกาดกลวงนี้ตามแบบอย่างดั้งเดิมของ แจ็ค โอ แลนเทรินแต่เมื่อมีการโยกย้ายไปสู่อเมริกาพวกเขาพบว่าฟักทองนั้นสามารถหาได้ง่ายกว่าผักกาด ดังนั้นรูปแบบแจ็ค โอ แลนเทรินในอเมริกาจะอยู่ในรูปของฟักทองกลวงและใส่ถ่านไฟไว้ข้างใน
5. เครื่องแต่งกาย
ครื่องแต่งกายประจำเทศกาลฮาโลวีน คือแต่งเป็นสัตว์ประหลาด เช่นผีร้าย โครงกระดูก แม่มด และภูต สาเหตุก็เนื่องมาจาก เพื่อต้องการทำให้ปิศาจร้ายกลัว ซึ่งการแต่งกายส่วนใหญ่มักจะเอาแบบอย่างมาจากบทประพันธ์มากกว่าที่จะเป็นความเชื่อของท้องถิ่น เช่น ตัวละครต่างๆ จากโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และสิ่งอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง
4. ยูนิเซฟ
การเล่น trick or treat’ กลายมาเป็นกิจกรรมการหาเงินบริจาคขององค์การยูนิเซฟในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเริ่มจากการเป็นงานประจำของท้องถิ่นในแถบชานเมืองฟิลาเดลเฟียในปี 1950 และขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศในปี 1952 โดยโรงเรียนจะมอบกล่องรับบริจาคให้เด็กๆที่ออกไปเล่น ทริค ออ ทรีท เพื่อรับบริจาคจากบ้านต่างๆที่เด็กๆไปเยือน (บางครั้งก็จะขอเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ เช่น ห้างฮอลมาร์ค) ซึ่งเด็กๆ สามารถหาเงินบริจาคให้กับองค์การยูนิเซฟ ได้มากกว่า 118 ล้านเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่เริ่มกิจกรรม ในปี 2006 ยูนิเซฟในแคนาดาได้ยุติการรับบริจาคในช่วงฮาโลวีนด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของเมืองและด้านการบริหาร และหลังจากที่หารือกับโรงเรียนต่างๆ แล้วจึงตัดสินใจที่จะคิดรูปแบบใหม่ในการขอรับเงินบริจาค
3. กำเนิดของชื่อ
คำว่า ฮาโลวีน (Halloween) เดิมทีนั้นสะกดเป็น ฮันโลวีน, ฮัลโลวีน, ฮาโลวีน เป็นคำย่อของคำว่า Hallows' (ฮอลโลว, ฮาโลว) Even (อีเว้น) และคำว่า e'en ก็เป็นคำย่อของคำว่า even ซึ่งย่อมาจากคำว่า “evening (ค่ำ) ซึ่งเป็นคำที่มีรากคำมาจากภาษาอังกฤษโบราณ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ “วันอีฟ ออฟ ออลเซ็นต์” ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน
2. เทศกาลแห่งความตาย
ชาวเซลท์ โบราณเชื่อว่าเป็นวันที่โลกนี้ และโลกหน้า โคจรมาอยู่ใกล้กันมากที่สุด ทำให้เหล่าวิญญาณ (ทั้งที่มีอันตรายและไม่มีอันตราย) สามารถผ่านเข้าออกได้อย่างอิสระ ซึ่งวิญญาณของบรรพบุรุษที่เคารพจะได้รับการต้อนรับกลับบ้าน ในขณะที่วิญญาณร้ายจะถูกขับไล่ โดยมีความเชื่อกันว่าการที่จะสามารถขับไล่วิญญาณร้ายได้นั้น สามารถทำได้ด้วยการสวมชุดและหน้ากากผี ซึ่งมีจุดประสงค์คือการแฝงตัวเป็นวิญญาณร้ายซะเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ในสก๊อตแลนด์ ผู้ชายวัยรุ่นจะแต่งตัวเลียนแบบผีด้วยการสวมชุดขาว สวมหน้ากาก สวมผ้าคลุมหน้า หรือทาหน้าเป็นสีดำ
1. จุดกำเนิด
วันฮาโลวีนมีจุดกำเนิดมาจากเทศกาลของชาวเซลติคโบราณซึ่งรู้จักในชื่อ Samhain มีที่มาจากชาวไอริชโบราณ ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน ซึ่งชาวบริตอนโบราณก็มีประเพณีคล้ายกันนี้ เรียกว่า Calan Gaeaf เทศกาล Samhain นั้น มีขึ้นเพื่อฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลติคอีกด้วย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น